โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'ต่างชาติ' หนีสงครามปักหลักไทย 'พม่า' ช้อปคอนโดพุ่งเท่าตัว 'จีน-ไต้หวัน' เล็งหมื่นไร่ตั้งโรงงาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 เม.ย. 2567 เวลา 13.24 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2567 เวลา 11.10 น.

ประเทศไทยเนื้อหอม ต่างชาติหนีสงคราม แห่ย้ายฐานตั้งโรงงาน ทุ่มซื้อบ้าน คอนโด ย่านไพร์มแอเรียเป็นบ้านหลังที่2 ทำเลกทม. เชียงใหม่ ภูเก็ตคึก ‘จีน-ไต้หวัน’ไม่แผ่ว ‘เมียนมา’มาแรง ช้อปเพิ่มเท่าตัว ที่ดินนิคมดีมานด์พุ่งหมื่นไร่

เมื่อวันที่ 16 เมษายนนายไซม่อน ลี ประธานกรรมการ บริษัท แองเจิล เรียลเอสเตท คอนซัลแทนซี่ จำกัด ที่ปรึกษาด้านการตลาดและขายโควต้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมสำหรับลูกค้าชาวต่างชาติ ยังคงมีดีมานด์เข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งกลุ่มประเทศยุโรปอย่างรัสเซีย ยูเครน และเอเชีย เช่น จีน ไต้หวัน และเมียนมาที่เริ่มเข้ามามากขึ้น เนื่องจากต้องการหนีการเกณฑ์ทหาร แต่ชาวจีนยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ หลังมีมาตรการวีซ่าฟรี ทำให้เริ่มกลับมาคึกคักขึ้น แม้ว่าภายในประเทศจีนเอง ยังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจก็ตาม

“ต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่หาซื้อที่อยู่อาศัยนอกประเทศ สำหรับเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าและเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งประเทศไทยเป็นหมุดหมายที่ต่างชาติให้ความสนใจ โดยเฉพาะทำเลใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า โรงเรียนนานาชาติ ศูนย์การค้า และเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ดูได้จากที่บริษัททำการขายให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ที่เริ่มคึกคักและเริ่มสอบถามหาซื้อคอนโดในรูปแบบเหมาตึกหรือเป็น 100-150 ยูนิตมากขึ้น รวมถึงโรงแรมด้วย เพราะมองว่าการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวจึงอยากจะซื้อเพื่อลงทุน เพราะผลตอบแทนปรับตัวดีขึ้น ซึ่งในกรุงเทพฯอยู่ที่ 4-6% เชียงใหม่ 8-11% และภูเก็ต 8-9%” นายไซม่อนกล่าว

นายไซม่อนกล่าวว่า สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ลูกค้าต่างชาติที่สนใจซื้อ จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมและเป็นแบรนด์ใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ไต้หวัน ล่าสุดมีเมียนมาที่ซื้อในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 1 เท่าตัว เมื่อเทียบกับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มซื้อระดับราคา 1-5 ล้านบาท และกลุ่มซื้อระดับราคา 20-50 ล้านบาท จะซื้อในทำเลแนวรถไฟฟ้า เช่น ย่านสุขุมวิท บางนา พระราม 9 ส่วนชาวไต้หวันซื้อในระดับราคา 3-10 ล้านบาท ด้านชาวจีนเป็นระดับราคา 5-50 ล้านบาท และซื้อเพนต์เฮาส์ราคา 100-200 ล้านบาท

ขณะที่ กลุ่มประเทศยุโรปและยุโรปตะวันออกกลาง เช่น รัสเซีย ยูเครน บัลแกเรีย ซึ่งส่วนใหญ่จะหนีสงครามมา จะนิยมซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่จังหวัดภูเก็ต มี 2 รูปแบบ คือ ซื้อคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-5 ล้านบาท และซื้อบ้านวิลล่า โดยเป็นการซื้อแบบทรัพย์อิงสิทธิหรือเช่าซื้อระยะยาว เป็นระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป โดยทำเลนิยมอยู่ย่านบางเทา และใจกลางเมืองภูเก็ต

สำหรับ เชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและไต้หวัน จะซื้อระดับราคา 1-3 ล้านบาทสำหรับคอนโดมิเนียม และระดับราคา 3-10 ล้านบาท สำหรับบ้านแนวราบ

อย่างไรก็ตามใน 3 จังหวัดนี้ตลาดภูเก็ตมีแนวโน้มจะเติบโตมากสุด เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ต่างชาตินิยมและราคาที่อยู่อาศัยยังไม่แพงมาก ในปัจจุบันคอนโดมิเนียมราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2-5 ล้านบาท ส่วนบ้านวิลล่าอยู่ที่ 20-50 ล้านบาท

“อีกตลาดที่กำลังบูมมาก คือ ธุรกิจอสังหาฯในในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ล่าสุดมีนักลงทุนจากจีนและไต้หวันมีความต้องการพื้นที่ประมาณ 8,000-10,000 ไร่ สำหรับตั้งโรงงานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวีและอิเล็กทรอนิกส์ในไทย แต่ซัพพลายในตลาดมีไม่พอ” นายไซม่อนกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ต่างชาติ’ หนีสงครามปักหลักไทย ‘พม่า’ ช้อปคอนโดพุ่งเท่าตัว ‘จีน-ไต้หวัน’ เล็งหมื่นไร่ตั้งโรงงาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...