ล่ำสูง เจ้าของน้ำมันพืชหยก ปรับโพซิชั่นเจาะพรีเมียม ตั้งเป้า 5 ปี เบียดขึ้นเบอร์ 1
ล่ำสูง ผู้ผลิต-จำหน่ายน้ำมันพืชหยก ดันแบรนด์หยกเอ็กซ์ตร้า-เนเชอเรล รุกกลุ่มน้ำมันพรีเมียม รับเทรนด์สุขภาพมาแรง ชี้คนยอมจ่ายแพง 100-150 บาท เพื่อโภชนาการที่ดี ตั้งเป้า 5 ปี แซงขึ้นเบอร์ 1 ตลาด
วันที่ 30 มกราคม 2567 นายภูมิเกียรติ โชติชัยชรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มตราหยก เนเชอเรล เปิดเผยว่า ปี 2567 บริษัทฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 บริษัทฯ ได้วางเป้าหมายขึ้นเบอร์ 1 ในตลาดน้ำมันปาล์ม ภายใน 5 ปี ข้างหน้า จากปัจจุบันบริษัทฯ มีมาร์เก็ตแชร์อันดับ 2 ของตลาด
“กลุ่มน้ำมันปาล์มช่องว่างส่วนแบ่งตลาดของเรา และเบอร์ 1 ของตลาดห่างกันพอสมควร คิดว่าใช้เวลา 5 ปี ในการแซงเขา ส่วนกลุ่มซอฟต์ออยล์มีหลายแคตธิกอรีที่เราเป็นเบอร์ 1 อาทิ น้ำมันคาโนลา และ น้ำมันมะพร้าว”
โดยมียุทธศาสตร์สำคัญจากนี้ไป จะขยายส่วนธุรกิจน้ำมันพืชพรีเมียม เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูงภายใต้ 2 แบรนด์ คือ
1.เนเชอเรล (Naturel) เน้นกลุ่มพรีเมียม กำลังซื้อระดับบน
2.หยก เอ็กซ์ตร้า เน้นกลุ่มอีโคโนมี ที่ต้องการสินค้าพรีเมียมในราคาจับต้องได้ (Affortdable) แตกต่างจากแบรนด์หยก ที่มีโพซิชั่นเป็นน้ำพืชราคาย่อมเยา และเป็นสินค้าหลัก (Mainstream) ของบริษัทฯ
“น้ำมันกลุ่มพรีเมียมที่เราจะไป ตอบรับเทรนด์สุขภาพที่ขยายตัวตั้งแต่ช่วงหลังโควิดเป็นต้นมา โดยน้ำมันกลุ่มซอฟต์ออยล์ อาทิ น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว เติบโตด้วยตัวเลข 2 หลัก (Double Digit)”
ขณะที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินซื้อน้ำมันเพื่อสุขภาพราคา 100-150 บาท/ลิตร จากเดิมคนไทยมองว่าน้ำมันพืชราคา 60 บาท/ลิตร ราคาสูง
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ภาพรวมตลาดซอฟต์ออยล์ดรอปลงเล็กน้อย ด้วยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ผลักดันน้ำมันปาล์มให้โตขึ้น เพราะมีราคาเข้าถึงง่ายกว่า แต่ในระยะยาวเชื่อว่าซอฟต์ออยล์มีทิศทางบวก จากการเป็นสินค้าสุขภาพ และมีคุณค่าทางโภชนาการ สอดรับเทรนด์โลก
“ปัจจุบันธุรกิจน้ำมันปาล์มครองพอร์ตฯ รายได้ของบริษัทฯ สูง 85% คาดว่าหลังจากดำเนินกลยุทธ์น้ำมันพรีเมียม กลุ่มซอฟต์ออยล์จะขยายสัดส่วนได้มากขึ้น ระยะแรกจะเน้นสินค้าพรีเมียมให้กับกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลาง-บนก่อน และค่อย ๆ สื่อสารให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ที่จะได้รับในเรื่องลดปัญหาด้านสุขภาพ”
นางสาวณฐภา เศรษฐนันท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางการทำตลาดในปีนี้ บริษัทฯ ปรับกลยุทธ์สื่อสารแบรนด์ไปสู่คนรุ่นใหม่มากขึ้น โฟกัสอายุ 25 ปีขึ้นไป
โดยจะใช้ช่องทางคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ด้านอาหาร ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายได้ตรง ซึ่งจุดเด่นของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ คือความเรียลในการรีวิวสินค้า และมีอิทธิพลต่อกลุ่มลูกค้าหลักมากกว่าอินฟลูเอนเซอร์ KOL
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มองการสร้างคอมมูนิตี้ด้านอาหารทางออนไลน์ เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยน และมีการไทน์อินสินค้าควบคู่ไป ซึ่งวางเป้าหมายการใน 2-3 ปี ยอดขายจากทางออนไลน์มีสัดส่วน 10% จากเดิมมีอยู่หลักเดียว
สำหรับล่ำสูงปัจจุบัน ดำเนินธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่
1.ผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชราคาประหยัด ภายใต้แบรนด์หยก เป็นกลุ่มสินค้าหลัก (Mainstream)
2.ผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชประเภทใส (Soft Oil) ระดับพรีเมียมเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์หยก เอ็กซ์ตร้า และแบรนด์เนเชอเรล ออร์แกนิค
3.ผลิตภัณฑ์อาหารออร์กานิก (Organic Food) กลุ่มสินค้าอื่น ๆ อาทิ เครื่องปรุงและซอส นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย แบรนด์มาสเตอร์ ฟู้ดส์ และ ผลิตภัณฑ์ส่วนผสมเบเกอรี เช่น แป้งสาลี แบรนด์เชสท์ และใบไม้ทอง เป็นต้น
ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตโรงกลั่นน้ำมันพืชประมาณ 1,000 ตัน/วัน ทำรายได้ช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ปี 2566 อยู่ที่ 8,233 ล้านบาท