โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 7 เทรนด์จ้างงาน ปี 2025 พบ ดึงสูงวัยกลับมาทำงาน-พนักงานไทยสนใจ 4 วัน/สัปดาห์

Positioningmag

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 11.47 น.

โรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทด้านการจัดหางานระดับโลก รายงานผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับ เทรนด์บุคลากรปี 2025 (Talent Trends 2025) พบ 7 อินไซด์ ดังนี้
1.ใช้ AI ช่วยคัดสรร “การจ้างงานพนักงานใหม่” โดย 9 ใน 10 องค์กรใช้วิธีนี้ แม้แต่โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เองก็ใช้ สามารถลดระยะเวลาการทำงานลงกว่า 6,700 ชั่วโมงจากการใช้ AI Trailblazers
2.ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (empathy) กลายเป็น soft skill ที่องค์กรไทยมองหา โดย 70% ของพนักงานมอง 3 ทักษะสำคัญที่สุดสำหรับผู้นำองค์กรยุคใหม่ คือ

  • ความเข้าอกเข้าใจ

  • ทักษะด้านการสื่อสาร

  • ความยืดหยุ่นในการบริหาร

การพัฒนา “ภาวะผู้นำแบบเน้นคนเป็นศูนย์กลาง” (human-centric leadership) จะช่วยผลักดันผลลัพธ์ทางธุรกิจ และเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ของพนักงานและการพัฒนาบุคลากรโดยรวม ซึ่งส่งผลต่อการสร้างความผูกพันของพนักงานและผลการดำเนินงานขององค์กร
3.เสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์นายจ้าง ด้วยการให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้สมัครงาน ซึ่ง “การให้เกียรติ” และ “สร้างสัมพันธ์ที่ดี” มักจะดึงดูดคนเก่งในตำแหน่งที่หาผู้สมัครยากได้มากกว่า
แนวทางนี้ยังส่งผลดีต่อการสร้างการบอกต่อในเชิงบวก และความสัมพันธ์ระยะยาวกับกลุ่มผู้สมัครอีกด้วย

สมัครงาน


4.มุมมองการทำงานรูปแบบไฮบริด พบว่า 95% พนักงานไทยต้องการให้องค์กรทดลองรูปแบบการทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ แต่ยังมีความกังวลสูงในหลายเรื่อง ได้แก่

  • 36% เครียดจากการที่ต้องทำงานเท่าเดิมภายในเวลาที่น้อยลง

  • 27% กังวลเรื่องการลดค่าตอบแทน

  • 18% กังวลว่าการมีเวลาว่างมากขึ้นอาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ชีวิตนอกเวลางาน

“ในระดับโลก แนวคิด ‘Window Working’ หรือการเปิดโอกาสให้พนักงานเลือกช่วงเวลาทำงานที่เหมาะกับตนเองในแต่ละวัน กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความยืดหยุ่น เพื่อสร้างความผูกพันพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน”
5.แนวคิดการเติบโตแบบ “ไต่บันไดสายอาชีพ” แบบดั้งเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป พนักงานยุคใหม่ (ระดับโลก) หันมาให้ความสำคัญกับ

  • การเปลี่ยนสายงานในระดับขนาน (lateral moves)

  • การเติบโตข้ามสายงาน (cross-functional growth)

  • การพัฒนาบนพื้นฐานของทักษะ (skills-based progression)

สวนทางกับเทรนด์ในประเทศไทย ที่พนักงานส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับ

  • การพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ (38%) เป็นหลักในการต่อยอดอาชีพ

  • โอกาสในการพัฒนาทักษะและเข้าร่วมโครงการเฉพาะทาง (34%) ซึ่งช่วยเสริมประสบการณ์เชิงลึกในสายงาน

  • การเติบโตผ่านโครงสร้างองค์กรแบบลำดับขั้น (17%) ที่ยังคงเป็นเส้นทางที่ตอบโจทย์คนบางกลุ่มที่ต้องการความชัดเจนในการพัฒนาอาชีพ

สูงวัยทำงาน


6.เทรนด์การจ้างผู้เกษียณอายุกลับมา (‘Un-retiring’) กำลังเกิดขึ้นในองค์กรไทย ตามข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน มีแผนที่จะขยายอายุเกษียณของทั้งภาครัฐและเอกชนจาก 60 ปี เป็น 65 ปีในอนาคตอันใกล้
ขณะเดียวกันโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหางานที่ดำเนินกิจการในประเทศไทยมากว่า 16 ปี พบว่า องค์กรมีความสนใจที่จะจ้างผู้เกษียณกลับมาทำงานมากขึ้น โดยไม่ใช่ในรูปแบบพนักงานประจำ แต่ในลักษณะ “งานชั่วคราว” หรือ “โปรเจกต์ระยะสั้น” ที่มีระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี
ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำประเทศไทยของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเพื่อลดต้นทุนหรือในช่วงที่ยังคงหาคนมาประจำตำแหน่งไม่ได้ องค์กรจำนวนมากเริ่มเปิดรับการจ้างงานชั่วคราวมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เกษียณซึ่งมีทั้งประสบการณ์การทำงานและทักษะชีวิตที่มีคุณค่า
การกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานของพวกเขาไม่เพียงเติมเต็มตำแหน่งว่างขององค์กร แต่ยังช่วยเสริมสร้างทีมข้ามรุ่น (multi-generational teams) ที่ประกอบด้วยพนักงานหลากหลายช่วงวัย นำมาซึ่งมุมมองที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการแก้ปัญหา การคิดเชิงนวัตกรรม และประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมได้อย่างชัดเจน
[caption id="attachment_1518986" align="alignnone" width="1044"]

ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำประเทศไทยของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส[/caption]
7.ทักษะแห่งอนาคตคือกุญแจสำคัญ จากรายงาน อาชีพในอนาคตปี 2025 (Future of Jobs Report 2025) โดย World Economic Forum (WEF) ระบุว่า ทักษะที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกว่า 39% จะกลายเป็นสิ่งล้าสมัยภายในปี 2030
ซึ่งหมายความว่า พนักงานจำเป็นต้อง เพิ่มพูนทักษะใหม่ (upskill) ทั้งในด้านเทคโนโลยีและทักษะเชิงมนุษย์ (soft skills) เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในโลกการทำงาน
สำหรับประเทศไทย แนวโน้มนี้มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับ

  • ความรู้ด้านดิจิทัล (digital literacy)

  • การวิเคราะห์ข้อมูล (data analysis)

  • ความสามารถในการปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น

นอกจากนี้ ทักษะที่ไม่ใช่ด้านเทคนิคก็ถูกให้ความสำคัญมากขึ้นในองค์กรไทย ดังนี้

  • การสื่อสาร (communication)

  • ความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรม (cultural awareness)

  • ความฉลาดทางอารมณ์ (emotional intelligence)

  • ความยืดหยุ่นทางจิตใจ (resilience)

“ทักษะเหล่านี้มีบทบาทสำคัญที่จะทำให้พนักงานสามารถรับมือกับความท้าทาย และเติบโตท่ามกลางโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นคง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...