โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค่ายรถเร่งผลิต EV ในไทยปีนี้ตามเงื่อนไขกว่า 1 แสนคัน

The Better

อัพเดต 27 ม.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • THE BETTER
ส.อ.ท.มองราคา EV แข่งดุแนวโน้มถูกลง เบียดตลาดรถสันดาป จับตานโยบายทรัมป์ 2.0 กดราคาน้ำมันต่ำลงมีผลต่อตลาด EV แค่ไหน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มฯ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึง แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้า(EV)ในไทยว่า ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงจูงใจในเรื่องราคาที่ถูกลงเมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน(ICE) ในบางรุ่น เนื่องจากเทคโนโลยีของแบตเตอร์รี่และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีการพัฒนาเร็วทำให้มีประสิทธิภาพดีกว่ารถยนต์รุ่นเก่า

ขณะที่ปัจจัยในเรื่องราคาน้ำมัน โดยเฉพาะการประกาศนโยบายด้านพลังงานของทรัมป์ 2.0 ที่พยายามกดราคาน้ำมันให้ถูกลง จะส่งผลต่อความนิยมของรถEV แค่ไหนนั้นหากราคาน้ำมันยังผันผวนและปรับลดลงไม่มาก รถEV ก็ยังคงมาชิงส่วนแบ่งตลาดอยู่ ซึ่งระดับราคาน้ำมันเฉลี่ยน่าจะอยู่ในระดับ 70-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อรถEV

อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2566 รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้า มีมาตรการอุดหนุนราคาให้คันละ 1.5 แสนบาทเพื่อเป็นส่วนลดให้กับผู้ซื้อ ส่งผลให้มีการนำเข้ารถEV เข้ามา 6-7 หมื่นคัน ทำให้ความต้องการมีการเติบโต โดยขณะนี้มีค่ายรถยนต์จากจีนที่มีแผนเริ่มผลิตรถ EV ในไทย ได้แก่ GWM, NETA MG BYD GAC Aion และ Changan จะเริ่มผลิตในช่วงต้นปี 2568

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในปีนี้คาดจะมีการผลิตรถEV กว่า 1 แสนคัน ซึ่งเป็นการชดเชยการนำเข้ารถ EV ในช่วงปี 2565-2566 ตามเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน โดยที่ผ่านมาได้มีหลายค่ายที่เริ่มผลิตมาแล้วตั้งแต่ปี 2567 ในปริมาณ 1 หมื่นคัน และจะต้องเพิ่มสัดส่วนให้เท่ากับ 1.5 เท่าของปริมาณการนำเข้า ซึ่งน่าจะมีการผลิตเพิ่มอีกกว่า 8 หมื่นคัน

ปัจจุบันไทยยังคงสนับสนุนให้ไทยยังเป็นฐานผลิต รถEV และรถสันดาป โดยปีที่ผ่านมาไทยส่งออกรถยนต์ไฮบริดจำนวนมาก ขยายตัวถึง 300-400% เพื่อตอบสนองของคู่ค้า ที่มีนโยบายควบคุมประสิทธิภาพการใช้รถยนต์

“ส่วนนโยบายของทรัมป์ที่ไม่สนับสนุนรถ EV และมีการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน นั้น หากมองตลาดรถEV ในสหรัฐ ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าจากยุโรปมากกว่าจีนเพราะเป็นตลาดรถหรู หรือค่าย Tesla สัญชาติอเมริกัน ขณะที่การลงทุนสถานีชาร์จต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงมาก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...