ทุนไทย-ต่างชาติแย่งซื้อขาย โรงแรม กรุงเทพฯ ภูเก็ต-เกาะสมุยเพิ่มสิ้นปีนี้
โรงแรมไทยเนื้อหอม JLL มองการลงทุน โรงแรม ในประเทศไทยยังไปได้สวย ติดอันดับหนึ่งในจุดหมายการลงทุนที่น่าจับตามองมากที่สุดในโลก นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติเล็งปิดดีลซื้อขายคึก คาดภายในสิ้นปีนี้มีการซื้อขายโรงแรมในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเกาะสมุย เพิ่มเติมดันมูลค่าการซื้อขายโรงแรมของไทยในปีนี้แตะ 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 300% จากปี 2566
นายนิฮาท เออร์แคน ประธานกรรมการบริหารภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กลุ่มธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของ JLL กล่าวว่า “ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยมีสถานภาพที่โดดเด่นขี้นเรื่อยๆ ในการเป็นหนึ่งในจุดหมายการลงทุนที่น่าจับตามองมากที่สุดในโลก และยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ล่าสุด JLL เป็นตัวแทนให้กับ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในการขายโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท ซึ่งจะเป็นการซื้อขายสินทรัพย์เดี่ยวประเภทโรงแรมที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในประเทศไทยด้วยมูลค่า 5 พันล้านบาท นับเป็นดีลการซื้อขายโรงแรมรายการใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศไทย หนึ่งในตลาดโรงแรมที่มีความน่าดึงดูดใจมากที่สุดในโลก”
“การซื้อขายในครั้งนี้นับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในตลาดโรงแรมระดับห้าดาวของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตลาดที่มีเจ้าของจำนวนน้อยมากที่มีความประสงค์ที่จะขาย โดย JLL พบว่า โรงแรมซึ่งตั้งอยู่บนทำเลชั้นดี บนถนนใหญ่ ใจกลางศูนย์กลางธุรกิจ เช่น ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท แทบจะไม่มีการเสนอขาย และมีการตั้งราคาที่สูงมากเนื่องจากความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวและเพื่อลงทุนในเชิงกลยุทธ์
เมื่อมองในภาพรวมแล้ว จะเห็นได้ว่า การขายโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิทครั้งนี้ เป็นการเพิ่มเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาในภาคธุรกิจโรงแรมของไทยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา JLL สามารถนำเงินทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาในธุรกิจท่องเที่ยว และเราคาดว่านี่คือแนวโน้มที่ดีต่อไปในอนาคต”
นายจักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา หัวหน้าหน่วยธุรกิจการขายโรงแรมภาคพื้นอินโดจีน และรองกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย กลุ่มธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของ JLL กล่าวว่า “ปี 2567 JLL ปิดการขายโรงแรมที่สำคัญในประเทศไทยไปแล้วหลายรายการ ได้แก่ เดอะ ละไม สมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา, โรงแรมฮิลตัน การ์เด้น อินน์ ภูเก็ต บางเทา, พอร์ทโฟลิโอเซอร์อพาร์ทเม้นท์ 5 อาคาร ซึ่งมีห้องพักรวมกว่า 1,800 ห้อง
และครั้งนี้ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท นอกจากนี้ JLL ยังคงเชื่อมั่นในการลงทุนโรงแรมในประเทศไทย และคาดว่าจะเห็นการซื้อขายโรงแรมในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเกาะสมุย เพิ่มเติมภายในสิ้นปีนี้”
นายปวินท์ เลิศปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชีย กลุ่มธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของ JLL กล่าวว่า “โรงแรมห้าดาวระดับ ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท เป็นที่ต้องการสูงมากในหมู่นักลงทุน แต่ไม่ได้มีออกมานำเสนอบ่อยนัก การซื้อขายครั้งนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ธุรกรรมนี้ยังเป็นการสร้างแรงกระตุ้นที่สำคัญให้กับตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมของไทยที่มีความร้อนแรงอยู่ก่อนแล้ว โดยเราคาดว่า การลงทุนซื้อขายโรงแรมของไทยในปีนี้จะมีมูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 300% จากปี 2566”