จ่อหั่นเงินนำส่ง FIDF เหลือ 0.23% ตั้งกองทุนแก้หนี้ ช่วยกลุ่มเปราะบาง “บ้าน – รถ – เอสเอ็มอี”
สมาคมแบงก์เตรียมตั้งกองทุนช่วยแก้หนี้ โดยมาจากการลดเงินนำส่ง FIDF เหลือ 0.23% และแบงก์ใส่เพิ่ม เพื่อช่วยจ่ายดอกเบี้ยแทนกลุ่มหนี้เปราะบาง บ้าน รถ เอสเอ็มอี นาน 3 ปี
6 พ.ย. 2567นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ตามที่สมาคมธนาคารไทยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ทั้งรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก ที่มีภาระหนี้สูง และประสบความยากลำบากในการชำระหนี้ โดยมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อ SME รายเล็ก ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่สูง และมีปัญหาเริ่มค้างชำระ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการที่มุ่งแก้ปัญหาชั่วคราว
สำหรับแหล่งเงินทุนในมาตรการจะมาจาก 2 ส่วน คือ การลดเงินนำส่งเข้ากองทุน FIDF ทั้งระบบเหลือ 0.23% จากเดิม 0.46% และเงินสนับสนุนจากภาคธนาคาร โดยจะเป็นการตั้งกองทุนสำหรับนำมาจ่ายดอกเบี้ยแทนกลุ่มเปราะบางนาน 3 ปี โดยลูกหนี้จะต้องจ่ายเงินต้น
ทั้งนี้จะช่วยลูกหนี้บ้านที่มีวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อรายต่อธนาคาร ลูกหนี้รถยนต์โดยเฉพาะรถกระบะที่ใช้ทำมาหากินวงเงินไม่เกิน 700,000 บาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน โดยรวมสินเชื่อส่วนบุคคลได้ และกลุ่มลูกหนี้เอสเอ็มอีที่มีวงเงินสินเชื่อ 3 ล้านบาทต่อรายต่อธนาคาร
“จะมีการสรุปเงื่อนไขของกลุ่มเปราะบางที่สามารถเข้าโครงการนี้ได้อีกครั้ง และจะเปิดลงทะเบียนผ่านธปท.โดยคาดว่าจะเริ่มมาตรการในต้นปี 2568 ซึ่งเป้าหมายของมาตรการคือการช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้กลุ่มนี้สามารถเดินหน้าต่อได้ และต้องไม่สร้าง Moral Hazard หรือการจงใจไม่จ่ายหนี้”
โดยรายละเอียดของมาตรการทางธปท.และกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาและจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป
ทั้งนี้ทางรัฐบาลจะต้องมีมาตรการในการดึงทุกภาคส่วนเข้าสู่ระบบรวมถึงฐานข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) เพื่อให้ทุกฝ่ายทราบถึงภาระและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้ไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้เกินกำลังหรือเกินความจำเป็น และเพื่อให้มีข้อมูลในการให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุด เหมาะสมและเป็นธรรม ลดรอยรั่วที่เป็นต้นทุนแฝงในระบบ เช่น การเสริมทักษะแรงงาน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นทรัพยากรขับเคลื่อนธุรกิจ SME พร้อมเสริมศักยภาพการแข่งขันสร้างแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการ SME เช่น มีมาตรการสนับสนุนให้ SME เข้าถึงการประมูลงานภาครัฐด้วย
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผยว่า ในวันที่ 14 พ.ย. 2567 ทางกกร.จะเข้าพบธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อหารือร่วมกันด้วย