โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

เทรนด์ใหม่ ‘ Skip-Care ’ ใช้น้อยลงแต่บำรุงตรงจุด !

SistaCafe

อัพเดต 15 ธ.ค. 2567 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2567 เวลา 11.00 น. • SistaCafe

Skip-Care

ถ้าพูดถึงการดูแลผิว เเทรนด์ที่มาแรงสุดๆ ในช่วงก่อนหน้านี้ก็ต้องเป็นการทาสกินแคร์แบบ 10 ขั้นตอน++ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์แบบครบจบตั้งแต่เซรั่มไปจนถึงมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เตรียมเอาไว้สำหรับทาผิว โดยแต่ละผลิตภัณฑ์จะเน้นไปที่ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน แต่บ่อยครั้งที่เรามักจะเหนื่อยกับสกินแคร์รูทีนแบบนี้ และจบลงด้วยการนอนแบบไม่ทาอะไรเลยไปซะงั้น เพราะมันเสียเวลาชีวิต! ซิสชวนมาทำความรู้จักกับเทรนด์ใหม่ Skip-Care เทรนด์การดูแลผิวแบบเรียบง่ายที่ช่วยประหยัดเวลาและเหมาะกับไลฟ์สไตล์อันแสนเร่งรีบ

Skip-Care คืออะไร ?

Skip-Care คือ การข้ามบางขั้นตอนสกินแคร์ที่ไม่จำเป็นออกไป ให้เหลือเท่าที่จำเป็นโดยเลือกสกินแคร์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ซึ่งไม่ได้ความว่าเราจะต้องโละสกินแคร์ที่ใช้อยู่ทิ้งให้หมด แต่เป็นการฉลาดในการเลือกผลิตภัณฑ์และทิ้งขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

“สกินแคร์รูทีนหลายๆ ขั้นตอนไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเสมอไป” Joshua Zeichner ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านความงามและคลินิกในผิวหนังที่โรงพยาบาล Mount Sinai ในนิวยอร์กซิตี้อธิบายว่า “การใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้นหมายถึงโอกาสระคายเคืองก็อาจเพิ่มมากขึ้นไปด้วย นอกจากนี้ เราไม่รู้จริงๆ ว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ร่วมกันสามารถเข้ากันได้จริงหรือไม่ เพราะส่วนผสมบางอย่างไม่เพียงแต่ทำให้ผิวระคายเคืองได้เท่านั้น ยังเป็นไปได้อีกด้วยที่ผลิตภัณฑ์หนึ่งจะไปทำให้ส่วนผสมอื่นทำงานได้ไม่ดี”

อันที่จริง Skip-Care ก็ถือว่าได้รับความนิยมมาสักพักแล้ว และได้เสียงตอบรับที่ดีด้วย ซึ่งเป็นเทรนด์การทาสกินแคร์ที่ตรงข้ามกับสกินแคร์รูทีนแบบ 10 ขั้นตอนของฝั่ง K-Beauty ที่เคยบูมแบบสุดๆ เพราะจากที่เราเคยต้องใช้ผลิตภัณฑ์ 8 ถึง 10 ตัว ที่มีฟังก์ชั่นคล้ายๆ กัน ก็ให้เปลี่ยนมาเลือกผลิตภัณฑ์แค่ 1 ตัวแต่มีประโยชน์หลายอย่างที่จะช่วยบำรุงผิวและจัดการกับปัญหาผิวที่เรามีไปเลยครบๆ

เคล็ดลับก็คือเราต้องรู้ก่อนว่าว่าผิวของเราต้องการอะไรแล้วค่อยมาปรับแต่งสกินแคร์รูทีนให้เหมาะกับความต้องการนั้น ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าเราเป็นคนผิวแห้งและมีริ้วรอย ก็ควรมองหามอยส์เจอไรเซอร์ที่ทั้งให้ความชุ่มชื้นและช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ จางลงในผลิตภัณฑ์เดียวไปเลย

Skip-Care ดียังไง ?

  • ใส่ใจผิวตัวเองได้มากขึ้น ได้วิเคราะห์สภาพผิวของเราว่าเป็นยังไง แล้วเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เหมาะสมและสมดุลกับผิวเรา ลดความเสี่ยงของการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้
  • เหลือเวลาไปดูแลตัวเองในรูปแบบอื่น ๆ ช่วยประหยัดเวลา ทาสกินแคร์น้อยลงมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น มีเวลาไปเดินเล่นหรือแม้กระทั่งเพลิดเพลินกับการทานอาหารเช้า ส่งผลให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นจากภายในสู่ภายนอก
  • ลดปริมาณขยะ จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาลองแล้วใช้ไม่หมด หรือทาแล้วไม่เห็นผล ทำให้เห็นว่ามีสกินแคร์ที่เกินความจำเป็นอยู่ จนกลายเป็นขยะ ซึ่งปัญหาใหญ่ที่กระทบสิ่งแวดล้อม
  • ลดกระบวนการผลิตที่เกินความจำเป็น เพราะผลิตภัณฑ์จำนวนน้อยหมายถึงกระบวนการผลิตที่น้อยลงด้วย ลดการเปลืองทรัพยากรโลก
  • ดีต่อเงินในกระเป๋า นอกจากจะดีกับผิว ดีต่อโลกแล้ว ยังเป็นมิตรกับงบประมาณในกระเป๋าด้วย เนื่องจากการที่เราลดการซื้อสกินแคร์มาตุนให้น้อยลง ก็หมายความว่าเงินที่เหลือในกระเป๋าก็มากขึ้นนั่นเองจ้า

หลักการ Skip-Care

Skip-Care เป็นการดูแลผิวอย่างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน สกินแคร์รูทีนเลยมีเพียงไม่กี่ขั้นตอนและทำตามได้ง่ายมากๆ ซึ่งหลักๆ จะมี 3 ใจความสำคัญ ที่เราต้องทำ โดยจะประกอบไปด้วย

  • ทำความสะอาดผิว (Cleansing) เพราะหัวใจหลักของผิวที่ดีคือผิวที่สะอาด ปราศจากความสกปรกและเชื้อโรคที่อาจทำร้ายผิวและก่อให้เกิดสิว หรือปัญหาผิวในภายหลัง
  • บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น (Moisturizing) ไม่ว่าจะผิวประเภทไหน สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็ยังเป็นการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะช่วยให้ผิวสุขภาพดีแล้วยังช่วยป้องกันริ้วรอยที่เกิดจากความเหี่ยวย่นซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วย
  • ปกป้องผิวด้วยกันแดด (SPF Protection) บำรุงเสร็จแล้วก็ต้องป้องกัน ! เพราะแสงแดดเป็นสาเหตุหลักของการเกิดออซิเดชั่นในผิว ซึ่งเป็นตัวการในการทำร้ายผิวในหลายๆ ด้าน ทั้งฝ้า กระ ผิวเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย และอีกมากมาย

Skip-Care Routine

จาก 3 Skip-Care Core ด้านบนเลยจัดสกินแคร์รูทีนมาให้มีครบทั้ง ทำความสะอาดผิว บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น และช่วยปกป้องผิวด้วยกันแดด ยึดหลักคร่าวๆ ประมาณนี้ ส่วนใครจะเลือกใช้สกินแคร์ตัวไหนก็สามารถไปเลือกใช้ได้ตามใจตัวเองได้เลยจ้า

เช้า

ล้างหน้า > โทนเนอร์ > มอยส์เจอไรเซอร์ > กันแดด

เย็น

ล้างเครื่องสำอาง > ล้างหน้า > โทนเนอร์ > มอยส์เจอไรเซอร์

แจก Skip-Care Routine ครบจบทุกสภาพผิว

หากใครยังไม่มีไอเดีย หรือนึกไม่ออกว่าจะต้องจัดสกินแคร์รูทีนยังไง หรือต้องใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนดี ซิสเลยลองเอาตัวอย่างสกินแคร์ในแต่ละขั้นตอนมาให้ มีครบทั้ง ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ใครมีผิวแบบไหนก็ลองดูตามกันได้ หรือจะเปลี่ยนบางตัวตามความชอบก็ย่อมได้!

ผิวมัน

  • ล้างเมคอัพ :ANUA Heartleaf Pore Control Cleansing Oil ออยล์ล้างเครื่องสำอาง ซึ่งคนผิวมันสามารถใช้ออยล์ได้เหมือนกันและยิ่งดีกับผิว เพราะคนผิวมันมีน้ำมันบนใบหน้ามากและคลีนซิ่งออยล์ก็จะไปจับกับน้ำมันบนผิว ทำให้เราคลีนผิวได้สะอาดยิ่งขึ้น
  • ล้างหน้า : Cetaphil Oily Skin Cleanser โฟมล้างหน้าสูตรเฉพาะสำหรับคนผิวมัน ช่วยลดความมันบนใบหน้า
  • โทนเนอร์ : Eucerin Pro ACNE SOLUTION TONER ช่วยลดความมันและการเกิดสิว
  • มอยส์เจอไรเซอร์ : ATOPALM Soothing Gel Lotion มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจล บางเบา ซึมเข้าผิวไว เหมาะกับคนผิวมัน
  • กันแดด : Her Hyness Royal HYA Water Sunscreen SPF 50+ PA++++เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่หนักหน้า

ผิวแห้ง

  • ล้างเมคอัพ : Mizumi Smooth Cleansing Water Surface Tension Reduction คลีนซิ่งแบบน้ำ ลบเมคอัพสะอาดหมดจด
  • ล้างหน้า : Physiogel Daily Moisture Therapy Dermo-Cleanser for Dry, Sensitive Skin โฟมล้างหน้าที่ไม่ทำให้หน้าเอี๊ยด ยังคงความชุ่มชื้นบนผิวไว้
  • โทนเนอร์ : Biodance Cera Nol Gel Toner Pads โทนเนอร์ที่ช่วยมอบความชุ่มชื้น หลังแปะทิ้งไว้ทำให้หน้าดูผ่องเงา สุขภาพดี
  • มอยส์เจอไรเซอร์ : Cerave Moisturizing Cream มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อหนัก ให้ความชุ่มชื้นขั้นสุด
  • กันแดด : Beauty of Joseon Relief Sun : Rice + Probiotics SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อเหมือนสกินแคร์ หลังทาให้ฟินิชผิวผ่อง

ผิวแพ้ง่าย

  • ล้างเมคอัพ : ACNE-AID Gel Cleanser Sensitive Skin เนื้อเจล ไม่ทำร้ายผิว
  • ล้างหน้า : La Roche Posay Effaclar Purifying Foaming Gel โฟมล้างหน้าเนื้อเจล เหมาะกับคนผิวอ่อนแอ
  • โทนเนอร์ : Skinfood Carrot Carotene Calming Water Pad โทนเนอร์แครอตตัวดัง ให้ความชุ่มชื้นดี เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • มอยส์เจอไรเซอร์ : Physiogel Soothing Care A.I. Cream มอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน คนแพ้ง่ายใช้ได้
  • กันแดด : Mizumi UV Water Serum SPF50+/PA++++ กันแดดแบบ Physical ซึ่งเหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายมากกว่าแบบ Chemical เนื้อเบาเกลี่ยง่าย

🩷🩷🩷🩷🩷🩷🩷

การเปลี่ยนมาเป็น Skip-Care ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเปลี่ยนทุกอย่างในชั่วข้ามคืน แต่เป็นการให้เราได้ลองเช็กสกินแคร์ปัจจุบันของเราและถามตัวเองว่า "ผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่ใช้แล้วเห็นความแตกต่างได้จริง" และ "ผลิตภัณฑ์ใดที่ทำให้ผิวของเราดีขึ้น" แล้วค่อยมาจำกัดขอบเขตให้เหลือเพียงผลิตภัณฑ์หลักไม่กี่ตัวที่ใช้ได้หลายฟังก์ชั่นและให้ผลลัพธ์ที่ดี

“Skip-Care” จึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่า “จำนวนมากกว่าหรือขั้นตอนที่มากกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป” แต่เป็นการที่เราต้องใส่ใจสภาพผิวตัวเองให้มากขึ้น มองหาสกินแคร์ที่ช่วยบำรุงที่เหมาะกับเรา เช่น ซื้อผลิตภัณฑ์เพียงแค่ 1 ตัว แต่สามารถช่วยบำรุงได้ครบหลายๆ ด้านไปเลย นอกจากจะยังคงให้ประสิทธิภาพได้ดีเหมือเดิมแล้ว เรายังจะสามารถเหลือเวลา เหลือเงินไว้ดูแลตัวเองในด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย

แต่ๆๆๆ ถึงแม้ว่า Skip-care จะดีสำหรับหลายๆ คน แต่ก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะเท่าไหร่ ถ้าหากว่าเราเป็นคนที่มีปัญหาผิวที่ต้องได้รับการรักษาโดยเฉพาะ ผิวเราก็อาจจะเหมาะกับสกินแคร์รูทีนแบบ Skip-Care และอาจต้องใช้ขั้นตอนอื่นๆ มาเพิ่มเติม เช่น ต้องทายาสิว ต้องผลัดเซลล์ผิวเพิ่ม ซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการทาสกินแคร์นานกว่านี้และซับซ้อนกว่าการทำ Skip-Care สำหรับคนที่มีปัญหาผิวหนักๆ ซิสแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความชัวร์ก่อนน้าา

Designer : tt.

Writer : Babypeachy

อ้างอิง

https://www.allure.com/story/skip-care-korean-skin-care-trend

https://www.tatlerasia.com/style/beauty/skip-care-korean-beauty

https://www.harpersbazaar.com.sg/beauty/skincare/skip-care-is-the-k-beauty-trend-that-will-save-you-time

https://www.byrdie.co.uk/korean-skip-care-skincare-trend?_trms=424a8ca71322139a.1734062498816

https://www.derma-innovation.com/content/21525/skip-care-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2021

บทความแนะนำเพิ่มเติม

อ่านบทความต้นฉบับได้ที่: SistaCafe.com ครบเครื่องเรื่องบิวตี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...