โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นเศรษฐกิจหด ส่อถดถอย แม้ท่องเที่ยวบูมก็แบกไม่ไหว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ค. 2567 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2567 เวลา 04.15 น.
ย่านโคจิโจจิ หนึ่งในย่านช้ปปิ้งยอดนิยมในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น/ บันทึกภาพเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2024 (ภาพโดย Philip FONG / AFP)

แม้ว่าการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจะบูมมากมาตั้งแต่ปีที่แล้วมาจนถึงตอนนี้ เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติอยู่เป็นทุนเดิม บวกกับเงินเยนที่อ่อนค่าเป็นอีกปัจจัยหนุนที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าไป แต่การท่องเที่ยวก็ไม่สามารถแบกเศรษฐกิจญี่ปุ่นในภาพรวมได้

ไตรมาส 1 ของปี 2024 เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวลง 2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) ซึ่ง “แย่” กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าจะหดตัว 1.2-1.5%

การบริโภคภาคเอกชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบใหญ่ที่สุดของจีดีพีลดลง 2.7% การลงทุนของภาคธุรกิจลดลง 3.2% และการส่งออก (นับรวมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ) ลดลง 18.7% การนำเข้าลดลง 12.8% และการลงทุนที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนลดลง 9.8%

ทั้งนี้ จีดีพีที่หดตัวลง ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราว อย่างเหตุแผ่นดินไหวในช่วงปีใหม่ และการหยุดชะงักของการผลิตและการขายรถยนต์ หลังเกิดเรื่องอื้อฉาวของ “ไดฮัทสุ” ในเครือ “โตโยต้า”

3 ไตรมาสที่ผ่านมาเศรษฐกิจญี่ปุ่นอยู่ในโซนน่าเป็นห่วง เริ่มจากไตรมาส 3 ปี 2023 จีดีพีหดตัว 3.3% (YOY) ต่อมา รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ว่าจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2023 หดตัว 0.4% แต่หนึ่งเดือนถัดจากนั้น มีการประกาศแก้ไขตัวเลขว่าจีดีพีโตได้ 0.4% ซึ่งส่งผลให้ญี่ปุ่นไม่ต้องเข้าสู่ภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย”

กระทั่งตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 ปี 2024 ออกมาติดลบ เป็นการจุดประเด็นสนทนาขึ้นมาอีกครั้งว่า จริง ๆ แล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นถดถอยไปแล้วหรือไม่ ? เพราะหากทางการญี่ปุ่นไม่ได้แก้ไขตัวเลขของไตรมาสสุดท้ายของปี 2023 ญี่ปุ่นก็เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามนิยามทางเศรษฐศาสตร์ไปแล้ว

แม้ว่าการแก้ไขตัวเลขจะช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ถดถอย และสำหรับตัวเลขของไตรมาสล่าสุดก็อาจจะมีการแก้ไขอีกในเดือนหน้า แต่ตัวเลขเศรษฐกิจที่แก้ไขใหม่ ก็ไม่น่าจะสามารถปกปิดข้อเท็จจริงที่ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นล้มเหลวที่จะเติบโตนับตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

เหตุผลใหญ่ที่สุดที่ทำให้เศรษฐกิจซบเซาคือ การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงติดต่อกันมาแล้ว 4 ไตรมาส ซึ่งเป็นความซบเซาอันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการณ์การเงินโลก หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ในช่วงปี 2007-2008

ความไร้เรี่ยวแรงของเศรษฐกิจญี่ปุ่นเป็นอุปสรรคต่อการปรับทิศนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่อยู่ระหว่างเลิกนโยบายผ่อนคลายมากเป็นพิเศษ และกำลังเล็งจะปรับขึ้นดอกเบี้ยขึ้นเหนือ 0%

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีพัฒนาการบางอย่างที่เป็นความหวังว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะดีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ นั่นคือการปรับขึ้นค่าจ้าง

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 2 นี้ เนื่องจากผลผลิตรถยนต์ฟื้นตัว และการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ น่าจะทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น อีกทั้งครัวเรือนจำนวนมากจะได้รับการลดหย่อนภาษีแบบครั้งเดียวตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้

ผู้กำหนดนโยบายก็คาดหวังอย่างมาก ว่าการขึ้นค่าจ้างและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

แต่ในขณะเดียวกัน เงินอุดหนุนสำหรับตรึงราคา-ค่าสาธารณูปโภคจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคมนี้ และการอ่อนค่าของเงินเยนก็กำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคบริการ

คงต้องรอดูว่า ระหว่างปัจจัยบวกกับปัจจัยลบ เมื่อหักกลบกันแล้วจะเป็นลมหนุนให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้เพียงใด หรือจะยังคงเป็นลมปะทะที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ญี่ปุ่นเศรษฐกิจหด ส่อถดถอย แม้ท่องเที่ยวบูมก็แบกไม่ไหว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...