โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดพอร์ตสินค้า ‘เสริมสุข’ บิ๊กเครื่องดื่มสัญชาติไทย เตรียมรับไทยเบฟฯ จัดโครงสร้างธุรกิจใหม่

The Better

อัพเดต 05 ก.ค. 2567 เวลา 16.26 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2567 เวลา 08.23 น. • THE BETTER
‘เสริมสุข’ หรือ SSC ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มรายใหญ่ ใช้ 3 เหตุผลถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ รับการปรับโครงสร้างธุรกิจของไทยเบฟฯ ที่อาจคัมแบ็คเข้าตลาดฯ อีกครั้ง

ภายหลัง บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน)หรือ SSC แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่6/2567ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าเมื่อวันที่3 กรกฎาคม 2567 บริษัทได้รับแจ้งจากบริษัท โซวอเตอร์จำกัด (“โซ วอเตอร์”) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท และเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ”) (**โดย ณ วันที่6ธันวาคม2566 โซ วอเตอร์ถือหุ้นสามัญในบริษัทเป็นจำนวนทั้งสิ้น 171,954,804 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 64.67ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท**) ถึงความประสงค์ของโซวอเตอร์ ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของบริษัท

อันได้แก่ หุ้นสามัญที่เหลือทั้งหมดจำนวน 93,945,680 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ35.33ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท เพื่อการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องด้วยเหตุผลและวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1.การเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทจะช่วยให้การบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากการลดขั้นตอนการดำเนินการต่างๆของบริษัทในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารกิจการและการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น

และนอกจากนี้ เนื่องด้วยกลุ่มไทยเบฟ อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้างการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และ/หรือเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ

โดยอาจมีการดำเนินการปรับโครงสร้างภายในและการปรับโครงสร้างของธุรกิจในด้านต่าง ๆ (ซึ่งอาจดำเนินการในลักษณะของการซื้อ จำหน่าย หรือโอนทรัพย์สินหรือสิทธิต่าง ๆการควบรวมกิจการ การโอนสิทธิตามสัญญาทางการเงิน การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หรือแนวทางในการดำเนินธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบริหารงาน การกู้ยืม-ให้กู้ยืมเงิน ตลอดจนการระดมทุนในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น)

โดยที่การปรับโครงสร้างดังกล่าวอาจประกอบด้วย การทำรายการหรือธุรกรรมระหว่างบริษัท และ/หรือบริษัทในกลุ่มไทยเบฟ

ดังนั้น การเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการของบริษัทและเป็นการรองรับแผนการปรับโครงสร้างข้างต้นด้วย

ทั้งนี้ แผนการปรับโครงสร้างดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน และอาจมีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมในอนาคต

2. เนื่องจากในปัจจุบันปริมาณการซื้อขายหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีจำนวนไม่มากนัก การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทเพื่อการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทจะเป็นประโยชน์ต่อสภาพคล่องในการซื้อขำยหุ้นของบริษัท โดยเป็นการช่วยเพิ่มทางเลือกและโอกาสในการขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัท

3. เนื่องจากภายหลังการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัท บริษัทจะไม่มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลำดหลักทรัพย์ฯอีกต่อไป การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และหน้าที่ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเป็นบริษัทจดทะเบียนด้วย

อย่างไรก็ดี ภายหลังกำรเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯบริษัทจะยังมีสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และจะยังคงปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการดำเนินการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่อไป

สำหรับราคาเสนอซื้อหุ้นสามัญของบริษัท 63.00 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นราคาที่ไม่ต่ำกว่าราคาสูงสุดที่คำนวณได้ตามวิธีการกำหนดราคาเสนอซื้อเพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ภายใต้ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ทจ. 12/2554 เรื่องหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) (“ประกาศที่ ทจ. 12/2554”)

โดยราคาดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนได้หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่อกิจการของบริษัทหรือมีเหตุอื่นตามที่กำหนดในประกาศที่ ทจ. 12/2554 อย่างไรก็ตามการกำหนดราคาเสนอซื้อสุดท้ายจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของประกาศที่ ทจ. 12/2554

อนึ่ง จากคำชี้แจงดังกล่าว ของบริษัทเสริมสุข จำกัด (มหาชน) คงต้องจับตาดูต่อไปหลังจากนี้ว่า โครงสร้างใหม่ธุรกิจเสริมสุข จะเป็นไปในทิศทางไหนอีกครั้ง ด้วยนี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรก ที่เสริมสุข เกิดการเปลี่ยนแปลง!!

ด้วยหากย้อนกลับนับตั้งแต่บริษัทเสริมสุขฯ ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2496 ในฐานะพันธมิตรผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม แบรนด์เป๊ปซี่ (Pepsi) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกระทั่งได้นำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2537

โดยตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ‘เสริมสุข’ ทำตลาดสินค้าเครื่องดื่มน้ำอัดลมได้อย่างแข็งแกร่ง จนทำให้ไทย เป็นหนึ่งในตลาดไม่กี่แห่งในโลกที่แบรนด์เป๊ปซี่ มีส่วนแบ่งทางการตลาดเครื่องดื่มอัดลมกลุ่มน้ำดำ และเคยแซงแบรนด์คู่แข่งระดับโลกอย่าง ’โค้ก’ (Coke) เพื่อขึ้นเป็นเบอร์1 ได้ ก่อน ‘เสริมสุข’ จะเผชิญกับจุดเปลี่ยนทางธุรกิจครั้งใหญ่ ไปพร้อมการบอกเลิกสัญญากับพันธมิตรกลุ่มบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า(ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด หรือเป๊ปซี่-โคฯ ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2554

จากนั้นอีกหนึ่งปีถัดมาในปี 2555 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติกส์ จำกัด ได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในบริษัทฯ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท และถือเป็นหนึ่งในเครืออาณาจักร ‘ไทย เบฟเวอเรจ’ นับจากนั้นเป็นเวลาร่วม 12 ปีแล้ว

ปัจจุบัน บริษัทเสริมสุขฯ ทำตลาดสินค้าเครื่องดื่ม แบรนด์ต่างๆ ดังนี้

กลุ่มเครื่องดื่มอัดแก๊ส ประกอบด้วย

  • น้ำอัดลม แบรนด์ ‘เอส’ (est)
  • น้ำอัดลม แบรนด์ ‘ซาสี่’ (Sarsi)
  • โซดา แบรนด์ ร็อค เมาเท่น (Rock Moutain)
  • เครื่องดื่มเกลือแร่ ‘100พลัส’ (100 Plus)

กลุ่มเครื่องดื่มไม่อัดแก๊ส ประกอบด้วย

  • น้ำดื่ม แบรนด์ ‘คริสตัล’ (CRYSTAL)
  • ชาเขียวพร้อมดื่ม ‘โออิชิ’ (OISHI)
  • เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ‘แรงเจอร์’ (RANGER)
  • เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ‘วีบูสท์’ (V BOOST)
  • เครื่องดื่มซุปสกัด ซีทูน่า เอสเซนส์ (ZEA TUNA ESSENCE)
  • เครื่องดื่มเกลือแร่ ‘พาวเวอร์พลัส’
  • เครื่องดื่มสมุนไพร ‘จับใจ’

โดยข้อมูลจาก เว็บไซต์ https://data.creden.co/ ระบุผลดำเนินงานในปี 2566 บริษัทเสริมสุข มีรายได้รวม 12,709,505,051 ล้านบาท เติบโต 7.06% ขณะที่ผลกำไรอยู่ที่ 169,746,599 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตติดลบ -74.71 % และมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 14,387,890,187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.84 % เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2565

ขณะที่ผลดำเนินงาน บริษัทเสริมสุขฯ รายงานต่อตลาดฯ ณ วันที่ 31 มี.คง2567 ในไตรมาสแรก มีรายได้รวม 6,347 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 178 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...