‘SENA’ เปิดโมเดล ‘ZEH’ พัฒนาบ้านพลังงานเป็นศูนย์ ผลิตไฟฟ้าใช้เอง รับเทรนด์รักษ์โลกสู่ Net Zero
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 พ.ย. 2565 เวลา 07.02 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2565 เวลา 07.02 น. • The Bangkok Insight"SENA" ดึงโมเดลญี่ปุ่น ปักหมุดสู่บ้านพลังงานเป็นศูนย์ "ZEH" ทยอยลดการใช้พลังงาน 100% ตอบโจทย์ลดรายจ่าย ปรับโหมดการพัฒนาสู่พลังงานสะอาดแบบยั่งยืน รับเทรนด์ Net Zero
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของกลุ่มเสนา ในการติดตั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) ให้กับลูกบ้านทุกหลัง ปัจจุบันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกกลุ่มผู้อยู่อาศัย
นอกจากนี้ ยังขยายไปยังกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงงาน สถานประกอบการต่าง ๆ เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นพลังงานสะอาดที่กระแสทั่วโลกกำลังมาแรง สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนมากขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนา ล่าสุดเสนาเตรียมนำโมเดล Zero Energy Housing (ZEH) หรือบ้านและคอนโดมิเนียมพลังงานเป็นศูนย์ มาปรับใช้ในโครงการของเสนา
ที่ผ่านมา เราติดโซลาร์รูฟบนหลังคาบ้านทุกหลังให้กับลูกค้าพร้อมบริการดูแลหลังการขาย โดยเริ่มมาตั้งแต่ 7-8 ปีที่แล้ว ทำให้เสนาเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการหมู่บ้านโซลาร์เซลล์ครบวงจรรายแรกของไทย
สำหรับก้าวต่อไปของ SENA จะให้ความสำคัญกับการนำพลังงานสะอาดมาใช้ให้สอดรับกระแสโลกมากขึ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือกับบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป พันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่นในการพัฒนาโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม โดยการนำโมเดล Zero Energy Housing (ZEH) หรือเรียกว่าทำบ้านและคอนโดมิเนียม เพื่อลดการใช้พลังงานให้เป็นศูนย์มาพัฒนาโครงการ
พร้อมกันนี้ ได้มีการกำหนด 2 องค์ประกอบหลัก เพื่อวางเกณฑ์สำหรับบ้านประหยัดพลังงาน คือ
1. เพื่อลดการใช้พลังงานในที่อยู่อาศัย
2.ต้องมีการดำเนินการติดตั้งแหล่งผลิตพลังงานสะอาด โดยเริ่มต้นของการประหยัดพลังงานให้ได้ตั้งแต่ 20% ขึ้นไป จนถึง 100% ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลา
ในประเทศญี่ปุ่น สามารถทำได้ เนื่องจากทางรัฐบาลให้การสนับสนุน ด้วยวงเงินสูงสุด 1 ล้านเยนต่อหลัง (ขึ้นอยู่กับราคาบ้าน) เพื่อสนับสนุนตามเป้าหมายของรัฐบาลให้ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบ ZEH ให้ได้มากที่สุด
ขณะเดียวกัน ทางภาคเอกชนของไทยหลายแห่ง เริ่มปรับตัวและต้องการให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้เกิดการกระตุ้นอีโคซิสเต็ม ให้สมบูรณ์เพื่อรองรับกับสังคมที่เปลี่ยนไป รัฐอาจจะต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจน ตามแนวทางนี้เหมือนรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นง่ายกว่าปล่อยให้กลไกตลาดทำงานด้วยตัวเอง
แนวทางการทำ Zero Energy Housing (ZEH) ระยะต่อไปนั้น ทางเสนา วางเป้าหมายพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อลดการใช้พลังงานภายในบ้านให้ได้มากที่สุด ด้วยความใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง และสุขภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟสำหรับบ้านและคอนโด เพื่อผลิตพลังงานสะอาดใช้เอง
การดำเนินการดังกล่าว ยังเป็นการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Carbon ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของเสนา เพื่อให้อยู่ในวงจรของอีโคซิสเต็มใหม่ มุ่งไปสู่ความยั่งยืนหรือ Sustainability อย่างแท้จริง ด้วยการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ที่ผ่านมา เสนา กับ ฮันคิว ฮันชิน เป็นพันธมิตรธุรกิจมากว่า 7 ปี พัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกันทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง รวม 35 โครงการ มูลค่า 59,000 ล้านบาท โดยครั้งนี้ได้นำระบบ ZEH มาปรับใช้พัฒนาบ้านและคอนโดด้วย
ส่วนที่เสนาเริ่มต้นทำแล้ว คือ มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปทุกโครงการ ซึ่งเมื่อคำนวณผลตอบแทนการลงทุนที่อยู่อาศัยที่มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป จะมีความคุ้มค่ากับการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันราคาค่าไฟฟ้าสูงกว่า 4.72 บาทต่อหน่วย
ขณะที่ภาครัฐรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตโซลาร์อยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย ทำให้ที่อยู่อาศัยมีค่าพลังงานที่ลดลง ประกอบกับการลงทุนการติดตั้งแผงโซลาร์ มีแนวโน้มราคาที่ถูกลงด้วยเช่นกัน
อ่านข่าวเพิ่มเติม