โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระอรณพนาวาณัติก์ "พันท้ายนรสิงห์" สมัยรัชกาลที่ 6 เล่าวินาทีชีวิต เรือหวิดชน!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2567 เวลา 17.05 น.
เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งลำทรง ในกระบวนพยุหยาตราโดยทางชลมารคเลียบพระนครในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช วันที่ 4 ธ.ค. พ.ศ. 2454 รัชกาลที่ 6 (ภาพจาก ประมวลภาพประวัติศาสตร์ไทย พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์, ศิลปากร 2550)

พระอรณพนาวาณัติก์ (ลออ มหาศร) “พันท้ายนรสิงห์” สมัยรัชกาลที่ 6 เล่าวินาทีชีวิต เรือหวิดชน!

นาวาโท พระอรณพนาวาณัติก์ (ลออ มหาศร) เป็นผู้บังคับการ เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ สมัยรัชกาลที่ 6 และ 7 ตำแหน่งของพระอรณพนาวาณัติก์เทียบได้กับ “พันท้ายนรสิงห์” แห่งเรือพระที่นั่งเอกชัยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ครั้งหนึ่งมีประสบการณ์สุดระทึก หวิดเรือชน!

ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ปรากฏชื่อเรือพระที่นั่ง ศรีสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งลำทรง ในกระบวนพยุหยาตราโดยทางชลมารคเลียบพระนคร ซึ่งทหารเรือที่มีชื่อเสียงจากบทบาทผู้บังคับการ เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ มีนามว่า นาวาโท พระอรณพนาวาณัติก์ (ลออ มหาศร) ซึ่ง “ไทยน้อย” นักเขียนลือชื่อ บรรยายไว้ว่า ตำแหน่งของพระอรณพนาวาณัติก์เปรียบได้กับ “พันท้ายนรสิงห์” แห่งเรือพระที่นั่งเอกชัยในสมัยกรุงศรีอยุธยา

“ไทยน้อย” ได้สนทนากับพระอรณพนาวาณัติก์ ซึ่งเล่าจุดเริ่มต้นของเส้นทางราชนาวีของตัวเองอันเป็นนักเรียนนายเรือชุดแรกๆ ระหว่างที่โลกกำลังเปลี่ยนสภาพเรือใบมาเป็นเรือกลไฟเมื่อกว่า 100 ปีก่อนว่า เดิมทีอยากเป็นตำรวจ และเคยหนีจากโรงเรียนนายเรือไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงมาพบเข้าเมื่ออยู่ที่ปากคลองมอญ จึงนำกลับเข้ามาในเส้นทางอีกครั้ง แต่ด้วยอายุเวลานั้นที่มากกว่าปกติ กรมหลวงชุมพรฯ เห็นว่าไม่เหมาะที่จะให้เป็นนักเรียนนายเรือ จึงประทานยศพันจ่าโทในกองเรือกลชั้น 4 กินเงินเดือน 46 บาท (ตามค่าเงินเดิมในสมัยก่อน)

“…ผมใกล้ชิดกับในหลวงมาก ในฐานะที่เคยเป็นข้าหลวงเดิมของพระองค์ท่านมาตั้งแต่เด็กๆ ท่านประทับเรือครั้งใดก็ต้องหมายถึงผม” พระอรณพนาวาณัติก์ เล่า

เมื่อ “ไทยน้อย” สอบถามเรื่องหนักอกหนักใจในความรับผิดชอบที่แตกต่างกันระหว่างเรือเหล็กกับเรือไม้ พระอรณพนาวาณัติก์ตอบว่า

“เรือรบนั้นใครๆ ที่สำเร็จ ร.ร. นายเรือ ก็ทำหน้าที่ได้ทุกคน เพราะมันเป็นไปตามสูตร แต่เรือไม้ที่มีรูปร่างเป็นหงส์ทั้งลำยาวเหยียดหัวสูงตระหง่านมีฝีพายตั้ง 50-60 คนเช่นนั้น แน่นอนทีเดียวที่ใครก็ตาม แม้จะสำเร็จมาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือจากราชนาวีอังกฤษก็ทำไม่ได้…

มีอยู่คราวหนึ่งผมป่วย และ ร.6 จะต้องใช้เรือสุพรรณหงส์ (คัดลอกข้อความจากต้นฉบับที่เป็นภาษาสนทนาไม่ได้ใช้ราชาศัพท์) ไปในงานกฐิน เสนาบดีกระทรวงทหารเรือจึงมีคำสั่งให้ผู้บังคับการเรือรบคนหนึ่งไปทำหน้าที่แทนผม หมายถึงว่าให้ไปแต่งตัวนุ่งผ้าม่วงเชิงทองสวมหมวกทรงประพาส และใส่เสื้อสีเยียระบับ เท่านั้นแหละคุณ เหงื่อกาฬแตกวิ่งไปกราบผมปะหลกๆ ขอให้ช่วยชีวิตไว้ เพื่อนกันเองรุ่นเดียวกับผมนั่นแหละคุณ”

หากสงสัยว่าทำไมเพื่อนร่วมรุ่นของพระอรณพนาวาณัติก์มีความกังวลใจถึงขั้นนั้น คำตอบคือ…

“ถ้าเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ล่มไปก็ประหารชีวิตเท่านั้นแหละคุณ ไม่มีโทษทัณฑ์อย่างอื่นเลย ดูแต่สมัยพระพุทธเจ้าเสือ เพียงหัวเรือเอกชัยหักก็ผิดราชประเพณีต้องราชทัณฑ์ของกฎมณเฑียรบาลแล้ว”

เมื่อพูดถึงราชทัณฑ์จากความผิดพลาด ไม่เพียงแค่เรื่อง ทำเรือล่ม แต่โทษประหารยังมีอีกกรณี คือ การสั่งด้วยวาจา ซึ่งพระอรณพนาวาณัติก์เล่าว่า การสั่งการด้วยวาจาแก่ฝีพายที่มีจำนวนถึงครึ่งร้อยเป็นการผิดประเพณีนิยม มีโทษถึงชีวิต กรณีนี้ได้รับคำอธิบายเพิ่มว่า

“ประเพณีของกฎมณเฑียรบาล พูดข้ามในหลวงไม่ได้ การฝ่าฝืนจะมีทัณฑกรรมที่รุนแรงที่สุด คือ ตัดหัว…ถึงจะเกิดกรณีฉุกเฉินอย่างไรก็ใช้วาจาคือตะโกนสั่งการไม่ได้เป็นอันขาดนอกจากจะใช้กรับ – กรับพวงที่ผู้บังคับการเรือสุพรรณหงส์จะใช้ได้เท่านั้น หมายถึงสัญญาณที่ได้ซักซ้อมและฝึกฝนกันไว้นานแล้วอย่างชำนิชำนาญ วาจาทุกประโยคจะต้องสงบลงนับแต่วินาทีแรกที่ในหลวงก้าวพระบาทลงประทับในเรือทันที นอกจากสัญญาณสั่งกรับพวงเท่านั้น ตั้งแต่ออกเรือได้ ซ้าย-ขวา เลี้ยวหรือเตรียมจอดเรือ กรับเท่านั้นจะมีหน้าที่พูดแทน”

เรื่องราชประเพณีนี้มีหลักฐานดังเช่นเมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ 5 อย่างเหตุการณ์ของ “สมเด็จพระนางเรือล่ม” หรือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี อัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งมีการบอกเล่ากันมาว่า เรือพระที่นั่งสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ล่มลงเมื่อครั้งตามเสด็จประพาสบางปะอิน เมื่อ พ.ศ. 2423 นอกเหนือจากสาเหตุเรื่องความประมาทในการเดินเรือแล้ว สาเหตุสำคัญอีกประการ คือ กฎมณเฑียรบาลที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาว่า ห้ามแตะต้องพระวรกายของพระมเหสี มิฉะนั้นจะถูกประหารทั้งตระกูล ทหารเรือจึงไม่กล้ากระโดดลงไปช่วยเหลือพระนาง

สำหรับกรณีคับขันเยี่ยงนี้ พระอรณพนาวาณัติก์ ยังเล่าว่า เคยประสบในครั้งนำเสด็จรัชกาลที่ 6 เสด็จฯ ทอดพระกฐินวัดราชาธิวาส

“ในชีวิตที่ผมเป็นผู้บังคับการเรือสุพรรณหงส์ มีคราวที่คับขันยิ่งก็คือ ในคราวที่นำเสด็จ ร.6 ไปทอดพระกฐินวัดราชาธิวาส เรือสุพรรณหงส์พุ่งปราดเข้าไปเทียบกับฉนวน ทำอีท่าไหนไม่ทราบ หัวเรือหวุดหวิดจะกระแทกกับฉนวน ผมต้องกระโจนจากเรือทั้งๆ ที่อยู่ในเสื้อเยียระบับ เหรียญตราเต็มหน้าอก เอาหน้าอกนั่นแหละคุณปะทะกับเสาใหญ่ที่ท่าน้ำไว้ในฉับพลัน ก็จะร้องตะโกนสั่งทหารให้ช่วยแก้ไขก็ทำไม่ได้ กรับพวงจะให้สัญญาณอย่างใดก็ไม่ทันท่วงทีเสียแล้ว

ผมยังโชคดีอยู่ จึงสามารถหยุดเรือพระที่นั่งไว้ได้ทันท่วงที มิฉะนั้นถ้าหัวเรือไม่หักก็อาจจะกระแทกกับหัวสะพานถึงล่มลงไปได้ ผมก็พันท้ายนรสิงห์คนที่ 2 เท่านั้นเอง”

…เมื่อร. 6 เสด็จขึ้นท่าฉนวนแล้ว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มาตบที่ไหล่ผมบอกว่าพระอรฯ มันเก่ง นี่คือสิ่งที่บรรดาผู้บังคับการเรือรบทั้งหลายกลัวนักกลัวหนา ถ้าจะให้มาบังคับการเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ละก็ ร้อยทั้งร้อยหัวขาดหมด”

ด้วยความสามารถและคุณงามความดีที่มี เป็นผลให้ พระอรณพนาวาณัติก์ ได้รับประทานเหรียญตรา เข็ม และแหนบมากมายจากพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ อาทิ แหนบของสมเด็จพระปิตุลาฯ ของเจ้าฟ้าบริพัตรฯ เจ้าฟ้าอัษฎางค์ฯ กรมหลวงชุมพรฯ กรมหลวงสิงห์ฯ และอีกมากมาย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศานติ ภักดีคำ. พระเสด็จโดยแดนชล เรือพระราชพิธีและขบวนพยุหยาตราทางชลมารค. กรุงเทพฯ : มติชน, 2562

ไทยน้อย (เสรา เรขะรุจิ). 30 คนไทยที่ควรรู้จัก. กรุงเทพฯ : บำรุงบัณฑิต, ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 ตุลาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระอรณพนาวาณัติก์ “พันท้ายนรสิงห์” สมัยรัชกาลที่ 6 เล่าวินาทีชีวิต เรือหวิดชน!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...