โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปี 67 ทำธุรกิจอะไรดี? เปิด 6 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง เช็กเลย ก่อนวางแผนลงทุน

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 30 ธ.ค. 2566 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2566 เวลา 01.35 น.
ปี 67 ทำธุรกิจอะไรดี? เปิด 6 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง เช็กเลย ก่อนวางแผนลงทุน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2567 อาจขยายตัวในกรอบ 3.1-3.6% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว การใช้จ่ายของภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ส่วนการส่งออกอาจพลิกเป็นบวกได้

ขณะที่ ต้นทุนธุรกิจยังมีแนวโน้มทรงตัวสูง ทั้งจากราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ค่าจ้างที่ขยับตามการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อัตราดอกเบี้ยในประเทศที่ทรงตัวสูงต่อเนื่อง ตลอดจนการเตรียมการรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับ 3 ธุรกิจรุ่ง ได้แก่ ท่องเที่ยวสุขภาพ-การแพทย์ทางไกล ธุรกิจปล่อยคาร์บอนต่ำ ตู้กดสินค้าอัตโนมัติ

1. การท่องเที่ยวสุขภาพ คาดรายได้จากคนไข้ Medical Tourism เติบโต 8-10% ในปี 2567 สอดคล้องไปกับการฟื้นตัวต่อเนื่องของตลาดต่างชาติเที่ยวไทยและการเดินทางระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ การแพทย์ทางไกล (Telehealth) ก็คาดว่าจะเติบโตสูงราว 17% ต่อปี4 สอดคล้องไปกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีในการให้บริการด้านสาธารณสุข และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของคนไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุเต็มรูปแบบในปี 2572

2. ธุรกิจปล่อยคาร์บอนต่ำ ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอย่างโซลาร์รูฟท็อป ตลาดคาร์บอนเครดิต ตลาดซื้อขายใบรับรองไฟฟ้าสีเขียว การตรวจวัดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

โดยประเมินว่า ในปี 2567 ส่วนแบ่งตลาดของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าต่อรถยนต์รวมอาจเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 10% ขณะที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอาจขยับขึ้นเป็น 15-20% เทียบกับ 13% ในปี 2565

3. ตู้กดสินค้าอัตโนมัติ คาดรายได้ผู้ประกอบการตู้กดสินค้าอัตโนมัติอาจขยายตัวราว 8-10% ในปี 2567 โดยการติดตั้งจะยังเน้นไปในทำเลที่มีผู้คนสัญจรหนาแน่น ครอบคลุมสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น เช่น เครื่องดื่ม อาหาร สินค้าในชีวิตประจำวัน เป็นต้น สอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบายของผู้บริโภคยุคใหม่ในเขตเมือง

3 ธุรกิจร่วง ได้แก่ แฟชั่น-ของใช้ส่วนตัวทั่วไป สินค้าปล่อยคาร์บอนสูง สถาบันการศึกษา

1. แฟชั่นและของใช้ส่วนตัวทั่วไป ในยามที่ผู้บริโภคยังระวังการใช้จ่ายและภักดีต่อแบรนด์ต่ำ ประกอบกับต้องแข่งขันสูงมากกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันมีราคาย่อมเยา ทำให้สินค้าแฟชั่นและของใช้ส่วนตัว เช่น สกินแคร์ เครื่องสำอาง วิตามิน เป็นต้น ของแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าน้อย เสี่ยงจะเผชิญยอดขายที่หดตัว หรือเป็นกระแสได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น สะท้อนจากมูลค่าการนำเข้าสินค้าแฟชั่นและของใช้ส่วนตัวที่คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดราว 20% ในปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2560

2. สินค้าปล่อยคาร์บอนสูง ที่กำลังจะถูกเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนข้ามพรมแดนจากคู่ค้าตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรป (EU Carbon Border Adjustment Mechanism) หลักๆ ได้แก่ เหล็ก อะลูมิเนียม

โดยแม้ว่าในปี 2567 จะยังไม่ถูกเก็บ แต่ผู้ประกอบการจะต้องเริ่มรายงานข้อมูล ทำให้จะมีต้นทุนการดำเนินการและอาจจำเป็นต้องลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งปริมาณเหล็กส่งออกไปสหภาพยุโรปที่เข้าข่ายอยู่ที่ราว 25 แสนตัน หรือคิดเป็น 6% ของเหล็กส่งออกของไทยไปตลาดโลก

3. สถาบันการศึกษา ด้วยโครงสร้างประชากรที่มีจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลง อีกทั้งปัจจุบันการไปศึกษาต่อยังต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้นมากเมื่อเทียบกับในอดีต การศึกษาหลักสูตรชั้นนำผ่านช่องทางออนไลน์ก็มีความสะดวก หรือแม้กระทั่งการค้นคว้าหาความรู้ผ่านออนไลน์และ Generative AI ก็พัฒนาขึ้นมาก ทำให้สถาบันการศึกษามีแนวโน้มเผชิญความท้าทายจากภาวะอุปทานส่วนเกิน และจำเป็นต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้ตอบรับกับความต้องการแรงงานในอนาคต โดยสถาบันการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวน้อย หรือไม่มีจุดแข็ง อาจมีความเสี่ยงต่อการปิดตัว

ทั้งนี้ จำนวนนักเรียนที่เข้าศึกษาต่อในขั้นอุดมศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษา5 ในปีการศึกษา 2564 มีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 2,816 คนต่อ 1 แห่ง ลดลงจากปีการศึกษา 2559 ซึ่งมีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 3,517 คนต่อ 1 แห่ง หรือคิดเป็นจำนวนนักเรียนที่ลดลงเฉลี่ยกว่า 4% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ตลาดในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนและแตกย่อยมากขึ้น (Fragmented) ทำให้ไม่ว่าเจ้าของกิจการจะอยู่ในธุรกิจใด จำเป็นจะต้องไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา พร้อมปรับตัวให้รับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่เสมอ

รวมไปถึงการพยายามเข้าไปครองใจผู้บริโภคผ่านการทำการตลาดที่จริงใจและเกาะไปกับกระแสความสนใจให้ได้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางยุคสมัยที่ผู้ชนะในเกมการแข่งขัน มักจะเป็นผู้ที่ไวกว่า แต่ก็มิใช่ว่าเกมการแข่งขันจะมีเพียงยกเดียว

ดังนั้น โอกาสจึงมีให้เริ่มต้นใหม่ได้ตลอด แม้กระทั่งในยามวิกฤต ขอเพียงต้องพร้อมที่จะไขว่คว้ามา ดังนั้น แม้จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจร่วง เจ้าของกิจการที่มีความยืดหยุ่นและได้ใจลูกค้า ก็สามารถจะประสบความสำเร็จได้

4 ที่มา : Grand View Research
5 ที่มา : รวมการเข้าเรียนในระดับ ปวส.1 และปริญญาตรีปีที่ 1, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...