โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องพื้นฐาน 5 หุ้นโรงไฟฟ้าลุ้นอานิสงส์ “กกพ.” เดินหน้าประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 2,180 MW

Wealthy Thai

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 03.06 น.

ถือเป็นข่าวดีสำหรับหุ้นโรงไฟฟ้า กรณี สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed - in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 รวม 2,180 MW แบ่งเป็น โครงการจากพลังงานลม ไม่เกิน 600 MW และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ไม่เกิน 1,580 MW
ซึ่งคาดว่าจะทราบรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกภายในปีนี้ หลังจากการไฟฟ้าได้ออกประกาศกำหนดรายละเอียด ขั้นตอน สถานที่ ระยะเวลา รวมทั้งเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อไฟฟ้า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุว่า หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว คือ GUNKUL, SSP, GULF, BGRIM, GPSC ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์รายตัวของทั้ง 5 หุ้นมาไว้ในบทความนี้แล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 3.50 บาท/หุ้น ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/67ที่ระดับ 450-500 ล้านบาท ทรงตัว-เติบโตเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากรายได้ของธุรกิจ EPC ที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องและส่วนแบ่งกำไรจากโครงการลมที่คาดเร่งตัวขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล
ขณะที่ช่วงเดียวกันจากปีก่อนคาดเติบโตได้จากฐานที่ต่ำในปีก่อนตามรายได้ของธุรกิจ EPC ที่เติบโตขึ้น (ผลจากการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐที่ทำได้ต่อเนื่องและการติดตั้ง Solar Rooftop ของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น) และฤดูมรสุมที่มาตามปกติ ส่วนในระยะยาวคาด GUNKUL ได้รับประโยชน์จากแผน PDP ฉบับใหม่ที่จะมีการเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญ
บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 8.90 บาท/หุ้น โดยเบื้องต้นคาดกำไรปกติของ SSP ได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบไปแล้วในไตรมาส 2/67 โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 3/67 จะสามารถฟื้นตัวกลับมาที่ระดับ 150-180 ล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาลของโครงการแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นและค่าเงินเยนที่เริ่มกลับมาแข็งค่า แต่ยังคงลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จาก Capacity Factor (CF) ของโครงการ SPN ที่ลดลงจากการเริ่มเปลี่ยนแผง Solar PV หามองไปช่วงไตรมาส 4/67 คาดกำไรปกติมีโอกาสทำระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาสได้จากปัจจัยฤดูกาลของโครงการลมในไทยและเวียดนาม รวมถึงการรวมงบวินชัยแบบเต็มไตรมาส (4/66 รับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไร)
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ "Outperform" บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 56 บาท/หุ้น คงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 11.0% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน หนุนหลักจากการรับรู้โครงการที่ COD ในปี 2566 ราว 1.7 พัน MWe ได้เต็มที่ทั้งปี และรับรู้โครงการใหม่ ๆ ที่คาดจะทยอย COD ในปี 2567 ได้ตามแผนอีกราว 1.6 พัน MWe
นอกจากนี้ คาดอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP จะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามทิศทางต้นทุนก๊าซฯ เฉลี่ยทั้งปี 2567 ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ทั้งนี้ ช่วงสั้นคาดยังมีปัจจัยบวกจากประเด็นความคืบหน้าจากการควบรวมบริษัท และการเปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด phase 2 จาก กกพ. คงคําแนะนําเน้นหาจังหวะเข้าทยอยสะสมลงทุนระยะยาว
บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 30.50 บาท/หุ้น โดยมองว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของเกาหลีใต้มีแนวโน้มที่จะเร่งตัวขึ้นในระยะยาว เนื่องจากกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนของเกาหลีใต้ในปัจจุบันยังคงไม่เพียงพอต่อเป้าหมายการมุ่งสู่ Net Zero ของประเทศภายในปี 2593
โดยมองว่า BGRIM ที่เป็นผู้ประกอบการรายแรกของไทยที่มีการลงทุนในโครงการ Offshore Wind ในเกาหลีใต้จะเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากประเด็นดังกล่าว (มี Track Record ในเกาหลีใต้ที่ชัดเจนและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนในเกาหลีใต้) ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดกำไรปกติไตรมาส 3/67 ที่ระดับ 400-500 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 51.00 บาท/หุ้น โดยการประมูล 2.2GW ที่กำลังจะเกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับโครงการที่ผ่านเกณฑ์ทางเทคนิคแต่ไม่ได้ชนะ PPA ในการประมูล 5.2GW รอบก่อนหน้า GPSC อยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการประมูล เนื่องจากได้ยื่นประมูลกำลังผลิตไฟฟ้า 300-400MW ในรอบก่อนหน้า แต่ชนะ PPA เพียง 16MW ซึ่งสามารถยื่นประมูลใหม่ได้ในรอบนี้
อย่างไรก็ดี จากการวิเคราะห์ของ บล.บัวหลวง หากบริษัทชนะการประมูลกำลังผลิตทุก ๆ 100MW ในโครงการโซลาร์-PV จะมีอัพไซด์ต่อกำไรระยะยาว 1% และราคาเป้าหมายอีก 0.05 บาท และการชนะ PPA สำหรับโครงการพลังงานลมทุก ๆ 100MW อาจมีอัพไซด์ต่อกำไรระยะยาว 4% และราคาเป้าหมายอีก 0.46 บาท ทั้งนี้ คาดว่ากำไรของ GPSC ในไตรมาส 3/67 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL จะทรงตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เนื่องจากมีการหยุดการผลิต 10 วันในเดือน ส.ค.จากปริมาณน้ำที่มากเกิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...