ส่องพื้นฐาน 5 หุ้นโรงไฟฟ้าลุ้นอานิสงส์ “กกพ.” เดินหน้าประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 2,180 MW
ถือเป็นข่าวดีสำหรับหุ้นโรงไฟฟ้า กรณี สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed - in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 รวม 2,180 MW แบ่งเป็น โครงการจากพลังงานลม ไม่เกิน 600 MW และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ไม่เกิน 1,580 MW
ซึ่งคาดว่าจะทราบรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกภายในปีนี้ หลังจากการไฟฟ้าได้ออกประกาศกำหนดรายละเอียด ขั้นตอน สถานที่ ระยะเวลา รวมทั้งเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อไฟฟ้า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุว่า หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว คือ GUNKUL, SSP, GULF, BGRIM, GPSC ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์รายตัวของทั้ง 5 หุ้นมาไว้ในบทความนี้แล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 3.50 บาท/หุ้น ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/67ที่ระดับ 450-500 ล้านบาท ทรงตัว-เติบโตเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากรายได้ของธุรกิจ EPC ที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องและส่วนแบ่งกำไรจากโครงการลมที่คาดเร่งตัวขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล
ขณะที่ช่วงเดียวกันจากปีก่อนคาดเติบโตได้จากฐานที่ต่ำในปีก่อนตามรายได้ของธุรกิจ EPC ที่เติบโตขึ้น (ผลจากการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐที่ทำได้ต่อเนื่องและการติดตั้ง Solar Rooftop ของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น) และฤดูมรสุมที่มาตามปกติ ส่วนในระยะยาวคาด GUNKUL ได้รับประโยชน์จากแผน PDP ฉบับใหม่ที่จะมีการเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญ
บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 8.90 บาท/หุ้น โดยเบื้องต้นคาดกำไรปกติของ SSP ได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบไปแล้วในไตรมาส 2/67 โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 3/67 จะสามารถฟื้นตัวกลับมาที่ระดับ 150-180 ล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาลของโครงการแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นและค่าเงินเยนที่เริ่มกลับมาแข็งค่า แต่ยังคงลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จาก Capacity Factor (CF) ของโครงการ SPN ที่ลดลงจากการเริ่มเปลี่ยนแผง Solar PV หามองไปช่วงไตรมาส 4/67 คาดกำไรปกติมีโอกาสทำระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาสได้จากปัจจัยฤดูกาลของโครงการลมในไทยและเวียดนาม รวมถึงการรวมงบวินชัยแบบเต็มไตรมาส (4/66 รับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไร)
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ "Outperform" บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 56 บาท/หุ้น คงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 11.0% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน หนุนหลักจากการรับรู้โครงการที่ COD ในปี 2566 ราว 1.7 พัน MWe ได้เต็มที่ทั้งปี และรับรู้โครงการใหม่ ๆ ที่คาดจะทยอย COD ในปี 2567 ได้ตามแผนอีกราว 1.6 พัน MWe
นอกจากนี้ คาดอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP จะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามทิศทางต้นทุนก๊าซฯ เฉลี่ยทั้งปี 2567 ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ทั้งนี้ ช่วงสั้นคาดยังมีปัจจัยบวกจากประเด็นความคืบหน้าจากการควบรวมบริษัท และการเปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด phase 2 จาก กกพ. คงคําแนะนําเน้นหาจังหวะเข้าทยอยสะสมลงทุนระยะยาว
บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 30.50 บาท/หุ้น โดยมองว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของเกาหลีใต้มีแนวโน้มที่จะเร่งตัวขึ้นในระยะยาว เนื่องจากกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนของเกาหลีใต้ในปัจจุบันยังคงไม่เพียงพอต่อเป้าหมายการมุ่งสู่ Net Zero ของประเทศภายในปี 2593
โดยมองว่า BGRIM ที่เป็นผู้ประกอบการรายแรกของไทยที่มีการลงทุนในโครงการ Offshore Wind ในเกาหลีใต้จะเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากประเด็นดังกล่าว (มี Track Record ในเกาหลีใต้ที่ชัดเจนและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนในเกาหลีใต้) ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดกำไรปกติไตรมาส 3/67 ที่ระดับ 400-500 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 51.00 บาท/หุ้น โดยการประมูล 2.2GW ที่กำลังจะเกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับโครงการที่ผ่านเกณฑ์ทางเทคนิคแต่ไม่ได้ชนะ PPA ในการประมูล 5.2GW รอบก่อนหน้า GPSC อยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการประมูล เนื่องจากได้ยื่นประมูลกำลังผลิตไฟฟ้า 300-400MW ในรอบก่อนหน้า แต่ชนะ PPA เพียง 16MW ซึ่งสามารถยื่นประมูลใหม่ได้ในรอบนี้
อย่างไรก็ดี จากการวิเคราะห์ของ บล.บัวหลวง หากบริษัทชนะการประมูลกำลังผลิตทุก ๆ 100MW ในโครงการโซลาร์-PV จะมีอัพไซด์ต่อกำไรระยะยาว 1% และราคาเป้าหมายอีก 0.05 บาท และการชนะ PPA สำหรับโครงการพลังงานลมทุก ๆ 100MW อาจมีอัพไซด์ต่อกำไรระยะยาว 4% และราคาเป้าหมายอีก 0.46 บาท ทั้งนี้ คาดว่ากำไรของ GPSC ในไตรมาส 3/67 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL จะทรงตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เนื่องจากมีการหยุดการผลิต 10 วันในเดือน ส.ค.จากปริมาณน้ำที่มากเกิน