โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรมไม่อำพราง สังหารหมู่ 6 ตุลา 19

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 ต.ค. 2567 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2567 เวลา 03.33 น.

สัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 1-6 ตุลาคม เมื่อ 48 ปีก่อนเป็น “ห้วงเวลา” ที่นิสิตนักศึกษาและประชาชนผู้รักและปรารถนาดีต่อประเทศชาติจำนวนมาก “ประเมินสถานการณ์ผิด”

ความรักดี ความตั้งใจดี ความปรารถนาดี ไม่แน่ว่าจะถูกตีความไปในทางที่ดี

ช่วงสัปดาห์นี้เมื่อ 48 ปีก่อน ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย กับเครือข่ายพันธมิตรผู้รักชาติรักประชาธิปไตยได้ชักชวนกัน “ชุมนุมโดยสงบ” ที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีจุดมุ่งหมายต่อต้านการกลับประเทศของ “ถนอม-ประภาส” ซึ่งถูกขับไล่ออกไปในฐานะทรราช ครั้งเกิดเหตุการณ์ “14 ตุลาคม 2516”

แต่ 3 ปีหลังจาก “ถนอม-ประภาส-ณรงค์” ถูกอัปเปหิไป ภายในประเทศก็มี “เหตุ” พิสดารที่ชวนให้สงสัย เช่น ทั้งๆ ที่ผู้ปกครองไม่ใช่ “ทรราช” หรือเผด็จการทหาร แต่เหตุใด ผู้นำนักศึกษา นักวิชาการหัวก้าวหน้า ผู้นำกรรมการ และผู้นำชาวไร่ชาวนาถูก “ลอบสังหาร” อุกอาจและเกิดขึ้นถี่ยิบ

สนิท ศรีเดช โหง่น ลาววงษ์ อินถา ศรีบุญเรือง จา จักรวาล ตา แก้วประเสริฐ ตา อินต๊ะคำ ศรีธน ยอดกันธา ปรีดา จินดานนท์ อมเรศ ไชยสะอาด ดร.สนอง บุณโยทยาน ถูกยิงถูกอุ้มหายกลายเป็นศพรายแล้วรายเล่า ระบบยุติธรรมไม่เคยให้คำตอบ

กระทั่งถึงคราว “วิชัย เกษศรีพงศา” กับ “ชุมพร ทุมไมย” 2 พนักงานการไฟฟ้านครปฐม ถูกฆ่าแขวนคอขณะออกปิดโปสเตอร์ต่อต้านการกลับมาของถนอม-ประภาส

คราวนี้ ชมรมนาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเหตุฆ่าแขวนคออันน่าสยดสยองนั้นไปจัดเป็นละครเวที “ดราม่า” กลางลานโพธิ์ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2519

จุดประสงค์ก็เพียงเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมกับจุดไฟต้านทรราชถนอม-ประภาส อีกรอบ

ผู้ชุมนุมหาได้คาดคิดไม่ว่า “การชุมนุมโดยสงบและสันติ” นั้นสามารถถูกบิดเบือนได้ในพริบตา

หนังสือพิมพ์ดาวสยาม นำภาพถ่ายฉากแขวนคอจากละครเวทีไปแต่งภาพบิดเบือน พร้อมพาดหัวในทำนองว่า ผู้ชุมนุมในธรรมศาสตร์ “หมิ่นองค์รัชทายาท”

ในพริบตาหน่วยรบจากชายแดนอรัญประเทศก็ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนพลเข้ากรุงเทพฯ อ้างว่ามีกองกำลังเวียดนามพร้อมอาวุธซ่องสุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ตำรวจนครบาล คอมมานโด กองปราบปราม ตำรวจน้ำ ตำรวจตระเวนชายแดน สถานีวิทยุยานเกราะ “โหมกระพือ” ให้ผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ลุกฮือขึ้นต่อต้านนิสิตนักศึกษา

ในหนังสือ “เกิดเดือนตุลา” สุธรรม แสงประทุม อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตฯ เขียนถึงสถานีวิทยุยานเกราะเอาไว้ตอนหนึ่งว่า

“สถานีวิทยุแห่งนี้เป็นตัวการสำคัญที่จุดชนวนให้เกิดกรณีนองเลือด 6 ตุลาฯ”

ห้วงสัปดาห์นี้เมื่อ 48 ปีก่อน ในเมืองหลวงของประเทศซึ่งได้ชื่อเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นทองมีทั้ง “นายพลทหาร” และ “นายพลตำรวจ” ซึ่งมีหน้าที่รักษากฎหมาย เรียกระดมมวลชนจัดตั้ง “กระทิงแดง นวพล และลูกเสือชาวบ้าน” ให้มาชุมนุมกัน แล้วป้อนข้อมูลเท็จ บิดเบือน ปลุกระดมชักชวนมวลชนในจัดตั้งให้เข้าต่อต้านนิสิตนักศึกษาที่ชุมนุมประท้วงการกลับมาของ “ถนอม-ประภาส”

คืนวันที่ 5 ตุลาคม 2519 “ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” สถานที่ซึ่งมีผู้ชุมนุมอยู่ราว 4 พันคน ถูกล้อมด้วย “กองกำลัง” หลายฝ่าย

พล.ต.สุดสาย หัสดิน เจ้าพ่อกระทิงแดงคุมกองกำลัง “กระทิงแดง” พล.ต.ต.เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน คุม “ลูกเสือชาวบ้าน” วัฒนา เขียววิมล คุม “นวพล” อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คุมสถานีวิทยุยานเกราะ ปลุกระดมมวลชน ส่วนพระกิตติวุฑโฒ ป่าวประกาศว่า การฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป

เด็กๆ นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนผู้บริสุทธิ์ใจไม่สามารถจะคาดเดาได้เลยว่า ตั้งแต่ค่ำวันที่ 5 จนถึงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 นั้น เจ้าหน้าที่รัฐในเครื่องแบบกับมวลชนจัดตั้งจะกรูกันเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้วลงมือเข่นฆ่านิสิตนักศึกษา โดยใช้อาวุธตั้งแต่ปืนกลมือ ปืนพก เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง ลูกระเบิด มีด ไม้ ท่อนเหล็ก เข้าทุบตี เชือดคอ ใช้ไม้แหลมทิ่มแทงตอกหน้าอก เอาเชือกผูกลากคนเจ็บไป แล้วจับแขวนคอกับต้นไม้ รุมทุบตียังไม่ทันตายก็เอาไปกองสุมรวมกันใช้ยางรถยนต์ราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาสดๆ

เป็นการฆ่ากันกลางเมือง ฆ่ากลางสนามหลวง ฆ่ากันเบื้องหน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนพวกที่กระโดดหนีลงเจ้าพระยา ทางด้านหลังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน่วยตำรวจน้ำก็จะใช้ปืนกลไล่ยิงร่วงจมไม่ตายก็สูญหาย นับเป็นอาชญากรรมที่สยองโลก เป็นการปิดล้อมสังหารชนิดเบ็ดเสร็จ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายรักษากฎหมายเป็นผู้นำ

เมื่อสิ้นเสียงปืนจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกอย่าง “กลับตาลปัตร”!

ฝ่ายที่ถูกไล่ฆ่า ถ้ายังไม่ตายก็ถูกจับกุมดำเนินคดี ตั้งข้อกล่าวหากันอย่างกว้างขวาง ครอบจักรวาล เริ่มตั้งแต่ หมิ่นองค์รัชทายาท กบฏ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ฆ่าและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน บุกรุก มีอาวุธในครอบครอง ไปจนถึงมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์

แกนนำนักศึกษา 19 คน ถูกจับไปขังและขึ้นศาลทหารนาน 2 ปี จนกระทั่งเดือนกันยายน 2521 รัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ปล่อยตัวเป็นบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนกันไป

ถึง พ.ศ.นี้

“6 ตุลาคม 2519” ล่วงผ่านไปแล้วเกือบครึ่งศตวรรษ ในประเทศนี้ยัง “ไม่ยินดี” กับการค้นหาความจริง รับฟังความจริง และบันทึกความจริงให้เป็น “บทเรียน”

“6 ตุลาคม 2519” นั้นเกิดขึ้นอย่างมีแผน

เป็นการก่ออาชญากรรมที่โหดเหี้ยม อำมหิต และสยดสยอง

ทุกคนทุกฝ่ายน่าจะได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้ง “รัฐ” และ “กลไกของรัฐ” ในยุคหลังๆ ก็ควรจะเติบโตขึ้นพร้อมกับมี “วุฒิภาวะใหม่” นั่นคือ ไม่จัดตั้งมวลชนเพื่อให้คนในชาติเกลียดชังและฆ่ากันเอง ไม่ใช้พ่อฆ่าลูก ไม่ให้พี่ฆ่าน้อง หรือน้องฆ่าพี่ เพียงเพราะมีความแตกต่างกันทางความคิด

ไม่ควรมีการก่ออาชญากรรมทางการเมืองซ้ำรอย

ใช่หรือไม่ว่า หลัง 6 ตุลาคม 2519 ในประเทศไทยไม่ควรเกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ’35 และพฤษภา 99 ศพ’53 ขึ้นอีก!?!!!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาชญากรรมไม่อำพราง สังหารหมู่ 6 ตุลา 19

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...