โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ศุกร์ (สุข) ละวัด ‘วัดแจงร้อน’ วัดเก่าปลายกรุงศรีอยุธยา ใจกลางกรุงเทพมหานคร

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 พ.ย. 2567 เวลา 09.46 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2567 เวลา 09.41 น. • The Bangkok Insight

วัดแจงร้อน ตั้งอยู่ที่เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นเมื่อราวปี 2300 ช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง

เรื่องชื่อเดิมของวัดนั้น ยังไม่แน่ชัด ฝ่ายหนึ่งบอกว่า ชื่อ "วัดพลา" หรือ "วัดพารา" แต่ก็มีอีกฝ่ายที่บอกว่าชื่อ "วัดหงษ์ร่อน" เพราะมีตำนานว่า มีหงส์ตัวหนึ่ง มาบินร่อนมาอยู่เหนือบริเวณวัด ขณะผู้ที่เคยเห็นอุโบสถหลังเก่าเล่าว่า บริเวณด้านหน้าอุโบสถมีเสาคู่หนึ่ง ที่ยอดเสาเป็นรูปหงส์กางปีกทั้ง 2 เสา แต่อุโบสถได้ถูกรื้อไปในปี 2461

วัดแจงร้อน

ส่วนชื่อ แจงร้อน ไม่มีใครทราบว่าหมายถึงอะไร บ้างว่าเพี้ยนมาจาก แจงร้อย บ้าง แร้งร่อน บ้าง โดยวัดแจงร้อนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี 2461

สิ่งปลูกสร้างน่าสนใจในวัด รวมถึง วิหารวัดแจงร้อน เป็นวิหารก่ออิฐถือปูนกว้าง 10 เมตร ยาว 18 เมตร ผนังก่อทึบไม่มีหน้าต่าง เป็นแบบพระราชนิยมสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเข้าใจว่าวิหารนี้สร้างคู่กับพระอุโบสถหลังเดิมที่ถูกรื้อไป

วัดแจงร้อน

ลวดลายภายในกรอบหน้าบัน และบนกรอบซุ้มประตู เป็นลวดลายปูนปั้นที่งดงาม ภายในประดิษฐาน หลวงพ่อหินแดง พระพุทธรูปปางสมาธิทำมาจากศิลาแลงสีแดง

ใกล้ ๆ กัน มีศาลาการเปรียญ สร้างขึ้นเมื่อปี 2470 ที่หน้าบันทำเป็นลายปูนปั้นหมูป่ากำลังโผล่หน้าออกมาจากปากถ้ำโดยประดับด้วยกระจกสีเป็นรูปป่า

วัดแจงร้อน

นอกจากนี้ ยังมี อุโบสถหลังใหม่ ที่อาจจะเป็นพระอุโบสถหลังที่ 4 หรือ 5 ที่ได้ปลูกสร้างขึ้นมาบนที่เดียวกัน โดยพระอุโบสถหลังปัจจุบันสร้างสำเร็จเมื่อปี 2466 มีพระครูประสิทธิ์สิกขการ (หลวงพ่อจวน) เป็นผู้ดำริสร้างขึ้น อุโบสถมีขนาดกว้าง 13 เมตร ยาว 23 เมตร หันหน้าลงแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันออก

อุโบสถหลังนี้อาจสร้างโดยมีหลังเก่าเป็นต้นแบบ เพราะทั้งหน้าบัน ซุ้มประตู ซุ้มหน้าต่าง ลายพันธุ์พฤกษานั้น ชวนให้นึกถึงงานศิลปกรรมในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อุโบสถหลังเก่าอาจสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลนั้น และกลายเป็นต้นแบบของอุโบสถหลังปัจจุบัน

วัดแจงร้อน

ในความคลาสสิกแบบงานช่างโบราณก็ยังมีความแปลกใหม่แทรกเข้ามาด้วย เพราะถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าภายในลวดลายพันธุ์พฤกษาของซุ้มหน้าต่าง ช่างได้แอบแทรกรูปสัตว์ทะเล และผลไม้เอาไว้ โดยฝั่งหนึ่งเป็นรูปสัตว์ทะเล เช่น ปลา ปู ปลาหมึก ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นผลไม้ เช่น ทับทิม สับปะรด มะม่วง อันเป็นแนวคิดใหม่ ๆ ในการประดับตกแต่งซุ้มที่ไม่ได้พบเห็นกันทั่วไป

อย่างไรก็ดี จนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำอธิบายชัดเจนว่า ทำไมถึงมีรูปสัตวทะเล กับผลไม้อยู่ในซุ้มหน้าต่าง เพราะไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำหรือผลไม้ที่พบ ต่างก็ไม่ใช่สินค้า หรือสิ่งที่พบอยู่ในพื้นที่ในปัจจุบัน

วัดแจงร้อน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...