โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เปิดประวัติ ตึกหุ่นยนต์ ตึกธนาคารสุดโมเดิร์นแห่งย่านสาทร อายุกว่า 37 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2566 เวลา 03.29 น.

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 25 เมษายน 2566 เวลา 10.29 น.

เปิดประวัติ ตึกหุ่นยนต์ (Robot Building) ตึกธนาคารจากฝีมือการออกแบบของ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติด้านสถาปัตยกรรม ที่อยู่คู่ย่านสาทรมากว่า 37 ปี

ตึกหุ่นยนต์ (Robot Building) อาคารสำนักงานสุดโดดเด่น จากฝีมือการออกแบบของ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) พ.ศ. 2541 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นอาคารที่มีความทันสมัย และร่วมสมัยอย่างมากเมื่อหลายสิบปีก่อน

วันนี้ ตึกหุ่นยนต์ กลับมาเป็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์อีกครั้ง หลังจากมีการพูดถึงบนโลกออนไลน์ว่า ธนาคารยูโอบี เจ้าของตึกหุ่นยนต์ในปัจจุบัน กำลังรีโนเวตอาคารดังกล่าว ทำให้หลายคนกังวลและเสียดายความโมเดิร์นของสถาปัตยกรรมที่ไม่ใช่แค่อยู่คู่ย่านสาทรมานานกว่า 3 ทศวรรษเท่านั้น แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่ออกแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกและไม่เหมือนใคร

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนทำความรู้จักสถาปัตยกรรมสุดโมเดิร์นแห่งย่านสาทรแห่งนี้ ไปพร้อมกัน

จุดเริ่มต้น “ตึกหุ่นยนต์”

จุดเริ่มต้นของตึกหุ่นยนต์สุดทันสมัยแห่งนี้ เริ่มมาจากการที่ ยศ เอื้อชูเกียรติ ผู้บริหารธนาคารเอเชีย มอบหมายให้ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ซึ่งเป็นเพื่อนกัน มาออกแบบอาคารสำนักงานใหญ่ มีโจทย์สำคัญของการออกแบบคือ อาคาต้องสื่อถึงการธนาคารที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาให้บริการแก่ลูกค้า โดยเปิดอิสระทางการออกแบบอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน ดร.สุเมธ มีแนวคิดการออกแบบที่ต่อต้านงานโพสต์โมเดิร์น ที่นิยมอย่างมากในขณะนั้น พร้อมกับมองว่า ธนาคารเอเชีย ควรมีความเป็น User-Friendly ประกอบกับการมองโลกแห่งอนาคตที่เครื่องยนต์และหุ่นยนต์จะเป็นองค์ประกอบของชีวิตมนุษย์ จึงกลายมาเป็นตึกหุ่นยนต์ ที่ออกแบบสถาปัตยกรรมคล้ายกับหุ่นยนต์

ตึกหุ่นยนต์ เริ่มต้นออกแบบตั้งแต่เดือนกันยายน 2526 เริ่มก่อสร้างเมื่อกันยายน 2527 ก่อสร้างเสร็จและเริ่มใช้งานครั้งแรกเมื่อกันยายน 2529 ใช้งบประมาณการก่อสร้างมากกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงมาก ๆ เมื่อเทียบกับค่าเงินในเวลานั้น

ตึกหุ่นยนต์ ถูกใช้งานเป็นอาคารสำนักงานของธนาคารมาโดยตลอด ตั้งแต่ธนาคารเอเชีย จนกระทั่งการเข้าซื้อหุ้นธนาคารเอเชีย ของกลุ่มยูโอบี ประเทศสิงคโปร์ และควบรวมกิจการกับ ธนาคารยูโอบี รัตนสิน จนมาเป็นธนาคารยูโอบี

สถานะในปัจจุบันของตึกหุ่นยนต์ ไม่ได้เป็นสำนักงานใหญ่ของยูโอบี ประเทศไทยแล้ว โดยธนาคารได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ ยูโอบี พลาซา กรุงเทพ ย่านพร้อมพงษ์ ตั้งแต่ปลายปี 2565

ส่วนตึกหุ่นยนต์ในปัจจุบัน มีสถานะของสาขาเป็นระดับสำนัก และอาคารอยู่ระหว่างการปรับปรุงภายนอก โดยเฟซบุ๊กแฟนเพจ Foto_momo ของวีระพล สิงห์น้อย ช่างภาพด้านสถาปัตยกรรม เปิดเผยไว้ว่า อาคารดังกล่าวได้รับอนุญาตให้รื้อถอนตั้งแต่ 1 มีนาคม-1 สิงหาคม 2566

ส่องจุดเด่น “ตึกหุ่นยนต์”

สำหรับตึกหุ่นยนต์ เป็นอาคารความสูง 20 ชั้น พื้นที่ใช้งานรวม 23,506 ตารางเมตร พร้อมอาคารจอดรถด้านหลังตึก ความสูง 8 ชั้น พื้นที่รวม 10,671 ตารางเมตร รองรับรถยนต์ได้ 342 คัน

พื้นที่ใช้สอยในแต่ละชั้น มีการปรับเปลี่ยนไปตามทรงของหุ่นยนต์ที่ลดหลั่นไป โดยพื้นที่การใช้งานจะมีการลดหลั่นตั้งแต่ชั้น 4, 8, 12, 16 และ 18

ขณะที่ลักษณะภายนอกที่น่าสนใจ บริเวณด้านข้างของตึก จะมีลูกนอตยักษ์หลายตัว ทำจากคอนกรีตเสริมใยเหล็ก โดยลูกนอตที่ใหญ่ที่สุด มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.8 เมตร ซึ่งมีทั้งด้านซ้ายและขวาของตึก

ผนังฝั่งตะวันออกและตะวันตกของตึก จะเจาะช่องเปิดรับแสงน้อยมาก มีเฉพาะส่วนที่วางลูกนอตยักษ์ไว้เท่านั้น เพราะในช่วงกลางวัน แสงแดดจะสาดมาทางด้านข้างของตึกและจะทำให้ต้องใช้พลังงานในการทำความเย็นเป็นอย่างมาก การมีช่องเปิดที่น้อย ทำให้ช่วยลดการทำงานของระบบปรับอากาศได้ ส่วนผนังด้านทิศเหนือและใต้ (ด้านหน้าและหลังอาคาร) จะใช้กระจกพ่นสีน้ำเงินสว่าง ซึ่งเป็นตัวแทนของธนาคารเอเชีย

ด้านบนสุดของอาคารที่คล้ายกับหัวของหุ่นยนต์ เป็นส่วนของห้องประชุมหลักและห้องรับประทานอาหารของผู้บริหาร มีทั้งเสาอากาศและสายล่อฟ้า 2 ต้น ความสูง 16.8 เมตร พร้อมทั้งดวงตาสองดวง ขนาด 6 เมตร ทำจากกระจกสะท้อนแสง พร้อมส่วนของเปลือกตา เป็นบานเกล็ดโลหะ

หลังจากเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ตึกหุ่นยนต์ ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้คนทั้งในและนอกวงการสถาปัตยกรรม ถึงความสวยงาม ทันสมัย ไม่เหมือนใคร และโดดเด่นกว่าตึก อาคารในช่วงสมัยนั้น และตึกหุ่นยนต์ได้รับเลือกจากพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย นครลอสแอนเจลิส ให้เป็น 1 ใน 50 อาคารที่สมบูรณ์แห่งศตวรรษ

ขณะเดียวกัน ผลงาน “ตึกหุ่นยนต์” ทำให้ ดร.สุเมธ กลายเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลจากบัณฑิตยสภาสถาปัตยกรรมและการออกแบบแห่งชิคาโก (Athenaeum Museum of Architecture and Design)

นอกจากนี้ หนังสือ Encyclopedia of 20th Century Architecture ของสตีเฟน เซนนอตต์ ผู้เขียนสารานุกรมด้านสถาปัตยกรรม ได้เขียนถึงตึกหุ่นยนต์ว่า “เป็นการยกระดับงานสถาปัตยกรรมไทยให้ได้รับความจดจำไปทั่วโลก”

เกือบได้บันทึกสถิติโลก

ดร.สุเมธ ให้สัมภาษณ์กับวารสาร ASA Journal ของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า เคยเสนอ 2 ไอเดียให้เจ้าของอาคาร ไอเดียแรก คือ การสร้างหุ่นยนต์ให้บริการลูกค้า 2 ตัว นำทางลูกค้าไปยังช่องบริการ โดยควบคุมหุ่นยนต์ผ่านรีโมตคอนโทรลที่อยู่หลังเคาน์เตอร์บริการ ไอเดียนี้ ดร.สุเมธเล่าว่า ได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อย และพูดคุยกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ณ เวลานั้น เสนอราคาผลิตที่ตัวละ 300,000 กว่าบาท ซึ่งนับว่าแพงมากในสมัยนั้น

สุดท้าย เมื่อเสนอไอเดียไปยังเจ้าของอาคาร ไอเดียนี้ถูกปัดตก โดยได้รับคำตอบว่า “แค่นี้ก็บ้าพอแล้ว”

อีกหนึ่งไอเดียที่เสนอ คือ ไอเดียที่จะทำให้ส่วนหัวของตึกหุ่นยนต์ สามารถหมุนกลับไป-กลับมาได้ ซึ่งสามารถทำได้ เพราะเคยมีร้านอาหารที่ทำลักษณะที่สามารถหมุนกลับไป-กลับมาได้ โดยเพิ่มงบฯก่อสร้างอีกประมาณหนึ่ง และถูกเจ้าของอาคารปัดตกไปเช่นเดิม

ไอเดียการหมุนส่วนหัวของอาคาร ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด (Guinness Book of World Records) สนใจที่จะบันทึกตึกหุ่นยนต์ลงในสถิติโลก ในฐานะเป็นหุ่นยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เพราะไม่มีส่วนที่ขยับได้ ทำให้ตึกหุ่นยนต์ไม่ถูกบรรจุในสถิติโลกอย่างน่าเสียดาย

สู่วันรีโนเวต “หุ่นยนต์”

เรื่องราวของตึกหุ่นยนต์ ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีกระแสว่า ตึกดังกล่าว กำลังอยู่ระหว่างการรีโนเวต จนทำให้เกิดความกังวลว่า ตึกดังกล่าวที่คงความโมเดิร์นมากว่า 3 ทศวรรษ จะสูญสลายไปเช่นเดียวกับตึกอื่น ๆ ที่ทยอยหายไป

กลุ่ม Docomomo Thai (คณะทำงานระหว่างประเทศว่าด้วยการเก็บข้อมูลและการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมโมเติร์นไทย) โดย ปองขวัญ ลาซูส ประธานกลุ่ม ทำจดหมายเปิดผนึกถึงธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ขอให้เปลี่ยนแปลงแบบปรับปรุงภายนอก โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจาก “ตึกหุ่นยนต์” มีความสำคัญในฐานะหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นยุคเปลี่ยนผ่านจาก Later Modernism สู่ Post-Modernism

การเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงการปรับปรุงภายนอกนั่น ทางกลุ่มระบุว่า เพื่อให้คงสภาพเดิมที่มีความแท้ (authenticity) เพื่อคงประโยชน์สาธารณะในฐานะมรดกสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่มีความโดดเด่น ทรงคุณค่าในระดับสากล

และรักษาผลประโยชน์ขององค์กรของท่านในการที่ในอนาคตอาจได้รับสิทธิมาตรการโอนสิทธิการพัฒนา (Transfer of Development Rights หรือ TDR) ของอาคารประวัติศาสตร์ หรืออาคารควรค่าแก่การอนุรักษ์ตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร และรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรของท่านในการเป็นผู้นำด้านการสนับสนุนศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยในประเทศไทย

รวมถึงสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีหนังสือถึงผู้บริหารธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย) ขอให้พิจารณาคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของตึกหุ่นยนต์ (Robot Building) โดยระบุว่า “ตามที่สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับแจ้งมาว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุงตึกหุ่นยนต์ (Robot Building) ซึ่งจะมีผลให้ลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของอาคารเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากอาคารนี้เป็นอาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของอาคารแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มีชื่อเสียง

และยังเคยได้รับเลือกจากพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย นครลอสแอนเจลิส ให้เป็นหนึ่งใน 50 อาคารที่สมบูรณ์แห่งศตวรรษ โดยมีรูปด้านอาคารเป็นรูปหุ่นยนต์เป็นลักษณะที่โดดเด่น ทั้งนี้ยังเป็นผลงานการออกแบบที่สำคัญของ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตกรรมการบริหาร ปี พ.ศ. 2513 และสถาปนิกดีเด่นในวาระครบรอบ 60 ปี ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ อีกทั้งยังเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย) ประจำปี 2541 โดยมีตึกหุ่นยนต์นี้เป็นหนึ่งในผลงานที่เป็นข้อมูลสนับสนุนให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ด้วย

สมาคมสถาปนิกสยามฯ จึงขอแจ้งให้เจ้าของอาคารได้ทราบถึงข้อมูลคุณค่าความสำคัญของอาคารและของผู้ออกแบบอาคาร เพื่อพิจารณาถึงการปรับปรุงอาคารอย่างเหมาะสมที่จะยังคงรักษาคุณค่าและอัตลักษณ์ของอาคารหลังนี้ไว้”

ขณะที่ ดร.สุเมธ ผู้ออกแบบอาคารดังกล่าว เปิดใจผ่านรายการ Suthichai Live ของสุทธิชัย หยุ่น ระบุว่า ได้มีการเขียนจดหมายถึงผู้บริหารยูโอบี ให้พิจารณาใหม่อีกครั้ง แต่ทางยูโอบีตอบกลับมาว่า จะออกแบบภายนอกให้ทันสมัยมากขึ้น และจะมีการทำโมเดลจำลองตั้งไว้ในล็อบบี้ของตึกหุ่นยนต์ หลังรีโนเวตใหม่เช่นกัน

ดร.สุเมธระบุว่า สิ่งนี้คือการ add salt to injury หรือความรู้สึกที่เจ็บใจอยู่แล้ว ยังมาทำให้เจ็บแสบอีก พร้อมทั้งระบุอีกว่า ถึงเขียนอย่างไร เขาก็ไม่ฟัง เพราะทำไปเยอะแล้ว

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ นับว่าน่าสนใจที่ความโมเดิร์นในสมัยก่อน กำลังค่อย ๆ เลือนหายไป โดยบทความใน Optimise ของเกียรตินาคินภัทร (KKPFG) ระบุว่า “บรรดาสิ่งปลูกสร้างจากยุค 40s ถึง 70s เหล่านี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐสมัยใหม่ สื่อให้เห็นถึงความก้าวหน้าในระบบการศึกษา การธนาคาร และกฎหมายของประเทศ

แต่ชะตาของสถาปัตยกรรมโมเดิร์นเหล่านี้กลับอยู่ในภาวะหมิ่นเหม่ ไม่ว่าจะด้วยรูปลักษณ์ที่เก่าล้าสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่ครบครัน หรือการใช้พื้นที่ที่หละหลวมไม่คุ้มกับราคาที่ดินในปัจจุบัน”

นับจากนี้ ต้องจับตาดูต่อไปว่า การปรับโฉมอาคารสุดโมเดิร์นที่อยู่คู่ย่านสาทร จะออกมามีหน้าตาเป็นแบบไหน และจะยังคงความทันสมัยตามที่ ดร.สุเมธ ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกได้มาก-น้อยขนาดไหน?

ข้อมูลจาก ArchNet, ASA Journal, Optimise Magazine, กระทรวงวัฒนธรรม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ ตึกหุ่นยนต์ ตึกธนาคารสุดโมเดิร์นแห่งย่านสาทร อายุกว่า 37 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...