โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มาเลเซียจะเป็นแบบสิงคโปร์ได้! ‘มหาเธร์’ ชี้ แต่จะไม่มีนายกฯ เป็นคนมาเลย์

VoiceTV

อัพเดต 07 มี.ค. 2566 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2566 เวลา 04.52 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวในงานเสวนาที่ปุตราจายา พร้อมกันกับนักการเมืองคนอื่นๆ เมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา (4 มี.ค.) ว่า ชาวมาเลย์ในมาเลเซียมีสถานะ “การควบคุมทางเศรษฐกิจที่หลุดไปจากมือมานานแล้ว” และชาวมาเลเซียเชื้อสายมาเลเย์กำลังเสี่ยง ที่จะสูญเสียอำนาจในทางการเมืองของประเทศไปด้วยเช่นกัน

สื่อของมาเลเซียรายงานว่า มหาเธร์ระบุในงานเสวนาว่า มาเลเซียจะกลายมาเป็นประเทศที่มีลักษณะคล้ายกันกับสิงคโปร์ ภายในระยะเวลา 2 รอบการเลือกตั้งข้างหน้า โดยมหาเธร์อ้างว่า รัฐบาลมาเลเซียชุดปัจจุบันสามารถกำหนดขอบเขตการเลือกตั้งใหม่ ในลักษณะการลดเขตการเลือกตั้ง ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลย์ในประเทศ

“ในระดับหนึ่ง สถานการณ์นี้จะเปลี่ยนรูปแบบของรัฐบาลที่มีอยู่ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 16 และสถานการณ์จะแย่ลงในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 17” มหาเธร์กล่าวโดยอ้างถึงการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียในอีก 2 ครั้งถัดไป ที่จะมีขึ้นในช่วงเวลาทศวรรษหน้า

“ไม่มีการรับประกันว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นชาวมาเลย์ เพราะใครๆ ก็สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แม้กระทั่งตอนนี้ พรรคมลายูในรัฐบาลยังไม่มีอำนาจและแบ่งออกเป็น 3 พรรค” อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุ “ผมมั่นใจว่าถ้าเราไม่ระวังในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมาถึง และถ้าคะแนนเสียงถูกซื้อ เราจะเลือกคนไม่ดีและพวกเขาจะเข้ามาจำนองประเทศของเรา”

ปัจจุบัน หลังจากแพ้การเลือกตั้งคาบ้านตัวเอง มหาเธร์ในวัย 97 ปี กำลังเป็นที่ปรึกษาของพรรคภูมิบุตรเปอร์กาซามาเลเซีย โดยมหาเธร์มักกล่าวสนับสนุนสิทธิของภูมิบุตร (ชนพื้นเมืองเชื้อสายมาเลย์) ในมาเลเซีย โดยเมื่อเข้าร่วมพรรค มหาเธร์กล่าวว่า “การต่อสู้หลักของเขาคือเพื่อเอกภาพของชาวมาเลย์ พรรค และองค์กร” ในขณะที่ชาวเมเลย์จำนวนหนึ่งให้การสนับสนุนแนวคิดของมหาเธร์ แต่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อดีตนายกรัฐมนตรีว่าอาจเข้าข่ายการแบ่งแยก และเลือกปฏิบัติต่อชาวมาเลเซียเชื้อสายอื่นๆ

ฟาดิลละห์ ยูซูฟ รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า เขาเคารพมหาเธร์ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของประเทศตลอด 2 วาระ แต่เขาขอเรียกร้องให้มาเลเซียมีความสามัคคีระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ ของมาเลเซีย

“ผมนับถือ ตุน ดร.มหาเธร์ ในฐานะผู้มีส่วนช่วยเหลือประเทศอย่างมหาศาล และหวังว่าเขาจะช่วยเหลือเราต่อไป” ฟาดิลละห์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 มี.ค.) “ตอนนี้ ชาวมาเลเซียต้องการให้เราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพราะเราไม่สามารถเสียในราคาที่ต้องจ่ายจากการเล่นการเมืองไปมากกว่านี้ได้”

ที่มา:

https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/malaysia-could-become-like-singapore-with-non-malay-pm-says-ex-premier-mahathir?utm_campaign=stfb&utm_medium=social&utm_source=facebook&fbclid=IwAR0kLoxqt0rUazJhpFYIMSgnr8TV7sQfQdqNWmx0l4tKdDzPYT0V0LsjVk4

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...