โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดภาพ ซูเปอร์โนวา SN 2025rbs ฝีมือนักดาราศาสตร์ไทย ห่างจากโลก 45.6 ล้านปีแสง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.49 น.

เปิดภาพถ่ายซูเปอร์โนวา SN 2025rbs แบบชัดเจนยิ่งขึ้น จากกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติของ NARIT ปรากฏเป็นจุดแสงสว่างใหม่ในกาแล็กซี NGC 7331 อยู่ห่างจากโลก 45.6 ล้านปีแสง

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ดร. สมาพร ติญญนนท์ นักวิจัยด้านจักรวาลวิทยาและฟิสิกส์ดาราศาสตร์พลังงานสูง ใช้กล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ ขนาด 0.7 เมตรของ NARIT ณ หอดูดาวเซียรา รีโมท สหรัฐอเมริกา บันทึกภาพของซูเปอร์โนวาใหม่ SN 2025rbs ค้นพบก่อนหน้าเพียง 5 ชั่วโมง โดยกล้องโทรทรรศน์ของ Gravitational-wave Optical Transient Observer (GOTO) ณ เกาะลาพาลมา ประเทศสเปน ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์ในโครงการฯ ที่ NARIT เป็นผู้ดำเนินการ และมี ดร. กันต์ธนากร น้อยเสนา นักดาราศาสตร์จาก NARIT อยู่ในทีมค้นพบนี้ นี่จึงเป็นการยืนยันการค้นพบของซูเปอร์โนวาใหม่ถึงสองครั้งในวันเดียวกัน

กล้อง TRT – กล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ ขนาด 0.7 เมตร ณ หอดูดาวเซียรา รีโมท สหรัฐอเมริกา ที่ ดร. สมาพร ติญญนนท์ ใช้บันทึกภาพและเก็บข้อมูลซูเปอร์โนวาดังกล่าวนั้น เป็นหนึ่งในเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ (Thai Robotic Telescope: TRT) ของ NARIT ทั้ง 4 กล้องที่ติดตั้งในต่างประเทศ ซึ่งมีข้อดีคือช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถสังเกตการณ์ท้องฟ้าตอนกลางคืนได้ตลอด เหมือนในครั้งนี้ที่กำลังใช้ศึกษาวิจัยในโครงการสังเกตการณ์กาแล็กซีใกล้โลกในรัศมีไม่เกิน 40 ล้านพาร์เซก (ประมาณ 130 ล้านปีแสง) เพื่อติดตามค้นหาซูเปอร์โนวาใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับเครือข่าย DLT40 (Distance Less Than 40 Mpc) จาก University of Arizona และ University of California – Davis

กล้อง GOTO – ส่วนกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ ขนาด 0.4 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะลาพาลมา ในมหาสมุทรแอตแลนติก ประเทศสเปน เป็นหนึ่งในกล้องของโครงการ GOTO มีจุดประสงค์หลักเพื่อศึกษาคลื่นความโน้มถ่วง ประกอบด้วยกล้องโทรทรรศน์ที่ทำงานพร้อมกัน 8 ตัว จำนวนสองชุด สามารถสำรวจท้องฟ้าไปพร้อม ๆ กัน เพื่อหาวัตถุที่อาจจะเป็นต้นกำเนิดของคลื่นความโน้มถ่วง หากหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง LIGO ประกาศค้นพบแหล่งคลื่นความโน้มถ่วงใหม่ เหล่ากล้อง GOTO จะสามารถบันทึกภาพท้องฟ้าเพื่อเปรียบเทียบหาแหล่งกำเนิดแสงใหม่ได้ทันทีภายในเวลาไม่กี่นาที อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ยังไม่มีการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงใด ๆ กล้อง GOTO ก็สามารถทำหน้าที่สำรวจหาวัตถุใหม่อื่น ๆ บนท้องฟ้าได้

ที่ผ่านมา NARIT มีส่วนร่วมในโครงการ GOTO อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มติดตั้งอุปกรณ์บันทึกภาพ จัดเก็บข้อมูลและประมวลผลข้อมูลอันมหาศาลด้วย “ชาละวันคลัสเตอร์” ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ของศูนย์ข้อมูลดาราศาสตร์แห่งชาติที่ NARIT ใช้ในงานวิจัยฟิสิกส์ดาราศาสตร์ จักรวาลวิทยา และสภาพอวกาศ การเข้าร่วมประมวลผลข้อมูลของนักวิจัย โดยมี ดร. กันต์ธนากร น้อยเสนา นักวิจัย NARIT ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการบริหารปฏิบัติงานของกล้อง GOTO และเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร่วมค้นพบซูเปอร์โนวานี้ด้วย

การค้นพบซูเปอร์โนวาใหม่นี้เกิดขึ้นติดต่อกันอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่ ดร. สมาพร กำลังเตรียมการยืนยันการค้นพบซูเปอร์โนวาใหม่จากกล้อง TRT ของไทยนี้ ข้อมูลจากกล้อง GOTO ก็ได้รับการยืนยัน ก่อนหน้าไปเพียงแค่ 2.5 ชั่วโมงเพียงเท่านั้น

ซูเปอร์โนวาใหม่ – SN 2025rbs เป็นซูเปอร์โนวาประเภท Ia (อ่านว่า วัน-เอ) เกิดจากการระเบิดของดาวแคระขาวในระบบดาวคู่ และมีความสำคัญอย่างมากในทางดาราศาสตร์ เพราะใช้เป็น “เทียนมาตรฐาน” (Standard Candle) ในการวัดระยะทางไปยังกาแล็กซีต่าง ๆ และเป็นเครื่องมือหลักในการศึกษาการขยายตัวของเอกภพ จากการศึกษาระยะทางไปยังกาแล็กซีห่างไกลผ่านทางซูเปอร์โนวานี้เอง ที่ทำให้เราได้ค้นพบว่าเอกภพมีการขยายตัวแบบมีความเร่ง นำไปสู่การค้นพบสำคัญทางดาราศาสตร์ที่รู้จักกันในปัจจุบันว่า “พลังงานมืด” (Dark Energy) ซึ่งทำให้ Saul Perlmutter, Brian P. Schmidt และ Adam G. Riess ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ไปในปี ค.ศ. 2011

เทคโนโลยีเพื่อเข้าใจจักรวาล – การค้นพบซูเปอร์โนวาโดยกล้องโทรทรรศน์เครือข่ายของ NARIT ทั้งสองนี้ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สำคัญถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาเครือข่ายทางดาราศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เมื่อการค้นพบใหม่ ๆ เกิดขึ้นในอัตราที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเครือข่ายที่สำคัญ ทั้งในเชิงการสำรวจ (Survey) ที่สามารถค้นพบปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้ก่อนใคร และระบบเครือข่ายกล้องอัตโนมัติที่นักดาราศาสตร์สามารถเข้าถึงได้ จากทุกเวลา และทั่วทุกมุมบนโลก

อีกหนึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาจากการศึกษาทางดาราศาสตร์นี้ คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิง Big Data Science ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากความต้องการทางดาราศาสตร์ที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น ปัจจุบัน NARIT ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศปฏิบัติงานด้านระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (High Performance Computing : HPC) และศูนย์ข้อมูลดาราศาสตร์แห่งชาติ (National Astronomical Data Center) สำหรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาครัฐ และความสำคัญของทักษะในการจัดการกับข้อมูลจำนวนมากที่นักดาราศาสตร์ได้พบเจอเป็นประจำ เริ่มเป็นประจักษ์มากขึ้นในแวดวงของบริษัทเอกชนที่เริ่มหันมาให้ความสนใจกับ Big Data Science ขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ใช้ดาราศาสตร์เป็นโจทย์ พัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน – ดาราศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่มีข้อจำกัดในการศึกษาสิ่งที่อยู่ไกลมาก และมนุษย์ไม่สามารถเดินทางไปถึง ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถสังเกตและทำความเข้าใจกับแสงริบหรี่บนท้องฟ้าได้ก่อนผู้อื่น ถือเป็นความได้เปรียบ ซึ่งการค้นพบใหม่ทางดาราศาสตร์ มักจะนำมาซึ่งแรงผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีตามมา ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการพัฒนาสังคมให้ดียิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ NARIT จึงยึดมั่นในแนวคิดที่จะใช้โจทย์ยากทางดาราศาสตร์ ให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรมนุษย์ให้แก่สังคมไทยเสมอมา จากเพียงจุดสว่างเล็ก ๆ ของดาวฤกษ์ที่ระเบิดขึ้นบนท้องฟ้า ทุกวันนี้ ประเทศไทยของเราได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ระดับโลกอย่าง GOTO และมีเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ทางไกลอัตโนมัติ ที่พัฒนาและดำเนินการโดยบุคลากรคนไทยในระดับโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดภาพ ซูเปอร์โนวา SN 2025rbs ฝีมือนักดาราศาสตร์ไทย ห่างจากโลก 45.6 ล้านปีแสง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...