โรงพิมพ์เอกชน ซัดองค์การค้า กอดสิทธิพิเศษโรงพิมพ์รัฐ กินหัวคิว-จ้างเอกชนพิมพ์แทน
“โรงพิมพ์รุ่งศิลป์” จี้ “ครูอุ้ม” สั่ง 2 หน่วยงาน ‘สพฐ.-สสวท.’ทบทวนจ้างพิมพ์ “องค์การค้าของ สกสค.” เหตุอ้างสิทธิพิเศษโรงพิมพ์ราชการรับงานภาครัฐ แต่ตีมึนจ้างเอกชนทำแทน ฟันหัวคิวฉ่ำ ชี้ขัดมติ ครม.ปี 2546 เต็มๆ ซัดเป็น “นายหน้าค้ากำไร“ ปั่นราคาหนังสือเรียนแพงเกินจริง ปูดค้างค่าลิขสิทธิ์ สพฐ.บานเบอะ แปลกใจเจ้าหนี้ไม่คิดทวง เข้าข่ายละเว้นฯ ทำรัฐเสียหายทั้งคู่ เชื่อหาก สพฐ.จ้างเอกชนพิมพ์หนังสือเรียนเอง ลดต้นทุนผลิตฮวบ
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายนัทธพลพงศ์ จิวัจฉรานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด (โรงพิมพ์รุ่งศิลป์) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้พิจารณาการกระทำขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) ว่าขัดหรือแย้งต่อมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ โดยอ้างถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2546 ที่อนุมัติหลักเกณฑ์ในการให้สิทธิพิเศษแก่โรงพิมพ์ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ รวม 7 ข้อ สาระสำคัญคือ ให้ส่วนราชการ จ้างพิมพ์จากโรงพิมพ์ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยวิธีกรณีพิเศษ ซึ่งในข้อ 7 ให้คณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ กระทรวงการคลัง พิจารณาระงับสิทธิของโรงพิมพ์องค์การค้าของ สกสค. เนื่องจากตรวจพบว่า มีการส่งงานพิมพ์ให้เอกชนรับช่วงพิมพ์ต่อ ซึ่งเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรี
“ลักษณะนี้เท่ากับว่าองค์การค้าของ สกสค. มีหน้าที่เป็นเพียงนายหน้าค้ากำไร ทำให้ราคาหนังสือแบบเรียนที่ สพฐ. และ สสวท.ให้องค์การค้าของ สกสค.ดำเนินการพิมพ์มีต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ราคาจำหน่ายหนังสือที่ สพฐ.เป็นผู้กำหนดสูงเกินความเป็นจริง” นายนัทธพลพงศ์กล่าว
นายนัทธพลพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากองค์การค้าของ สกสค.จะว่าจ้างโรงพิมพ์เอกชนพิมพ์หนังสือแทนตนแล้ว ยังมอบหนังสือเรียนให้แก่บริษัทตัวแทนจำหน่ายเอกชนทำการจำหน่ายหนังสือแบบบเรียนในการสถานศึกษาภายใต้สังกัด สพฐ. โดยองค์การค้าของ สกสค.แสวงหากำไรจากโรงพิมพ์ ตัวแทนจำหน่าย และ สพฐ. และ สสวท. เพื่อเป็นรายได้ขององค์การค้าของ สกสค.
จึงทำให้ต้นทุนหนังสือแบบเรียนสูงเกินความเป็นจริงอย่างมาก ซึ่งองค์การค้าของ สกสค. ไม่อาจกระทำได้ เพราะขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีข้างต้น และขัดต่อกฎหมายด้วย เมื่อช่วงปี 2555 ก็มีกรณีลักษณะนี้ เมื่อองค์การค้าของ สกสค.ถูกตรวจพบว่า นำงานพิมพ์ที่รับจ้างจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ไปจ้างช่วงให้เอกชนพิมพ์แทน จนถูกคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ กระทรวงการคลังสั่งระงับสิทธิพิเศษ และตำหนิอย่างรุนแรงในหนังสือราชการว่า เป็นนายหน้าค้ากำไรโดยไม่สุจริตด้วย ขณะเดียวกัน สพฐ.และ สสวท.ก็ไม่สามารถอ้างถึงข้อตกลงที่ทั้ง 2 หน่วยงานทำไว้กับองค์การค้าของ สกสค.ได้ เพราะเมื่อองค์การค้าของ สกสค. มิได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ย่อมส่งผลให้สิทธิพิเศษในฐานะโรงพิมพ์ราชการตามข้อตกลงระหว่างกันต้องสิ้นสุดลง
“ขอให้ สพฐ. และ สสวท. เร่งพิจารณาทบทวนการให้องค์การค้าของ สกสค. ที่ทำตัวเป็น นายหน้าค้ากำไร ในการได้รับอนุญาตให้พิมพ์และจำหน่ายหนังสือแบบเรียนจำหน่ายในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ต่อไปหรือไม่ เพราะ สพฐ. และ สสวท. ซึ่งเป็นเจ้าของหลักสูตรการเรียนทั้งหมด สามารถดำเนินการจัดจ้างโรงพิมพ์เอกชนเองโดยตรงไม่ต้องผ่านคนกลาง อันจะส่งผลให้คุณภาพหนังสือแบบเรียนดีขึ้น และราคาจำหน่ายถูกลงอย่างมาก” นายนัทธพลพงศ์กล่าว
นายนัทธพลพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังคงติดตามตรวจสอบ องค์การค้าของ สกสค. อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์แบบเรียน ที่บริษัทฯ มองว่ารายละเอียดและขั้นตอนการประกวดราคาในแต่ละปีที่ผ่านมาไม่ชอบธรรม มีลักษณะกีดกันการแข่งขัน ขัดต่อมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ซึ่งมีคดีที่ศาลประทับรับฟ้องแล้วหลายคดี และเรื่องร้องเรียนถึงหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่เหมาะสม คาดว่า หลายคดีและหลายเรื่องร้องเรียนจะมีบทสรุปเร็วๆนี้ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้พบข้อมูลหลายด้านที่สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารองค์การค้าของ สกสค.เป็นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง ล่าสุดพบว่าในการพิมพ์หนังสือแบบเรียนขององค์การค้าของ สกสค.นั้นต้องมีการขออนุญาต และชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ สพฐ.ในฐานะเจ้าของหลักสูตรของหนังสือแต่ละเล่ม ด้วย
“ปรากฎว่า แม้องค์การค้าของ สกสค.จะทำเรื่องขออนุญาตจัดพิมพ์ และได้รับอนุญาตทุกครั้ง แต่กลับไม่ชำระค่าใช้จ่ายตามภาระผูกพันหรือค่าลิขสิทธิ์ ตามข้อตกลงที่มีไว้กับ สพฐ.จนมียอดหนี้คงค้างเป็นจำนานมาก แต่ทาง สพฐ. ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการด้วยกัน กลับไม่ทวงถามแต่อย่างใด กรณีเช่นนี้ ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 หน่วยงาน อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และการอนุญาตจัดพิมพ์อาจไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้รัฐได้รับความเสียหาย” นายนัทธพลพงศ์กล่าว
นายนัทธพลพงศ์ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับองค์การค้าของ สกสค.นั้น ยอมรับว่า บริษัทฯ ได้รับจากคนในองค์การค้าของ สกสค. ที่รักและปรารถนาดีต่อองค์กร ทนต่อพฤติกรรมของผู้บริหารที่ทำให้องค์กรตกต่ำลงกว่านี้ไม่ได้ จนเกิดคำถามว่า ยังจำเป็นที่ต้องมีองค์การค้าของ สกสค.อีกหรือไม่ เอาเฉพาะในส่วนของการพิมพ์แบบเรียน ตามภารกิจส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของชาติ ในการผลิต จำหน่าย และพัฒนาหนังสือและสื่อการเรียนการสอน ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ในอดีตโรงพิมพ์คุรุสภา หรือที่เปลี่ยนมาเป็นชื่อ องค์การค้าของ สกสค.ในปัจจุบัน เคยเป็นเจ้าภาพหลักที่แทบจะผูกขาดการพิมพ์ตำราเรียนสำหรับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา แต่ภายหลังการเปิดเสรีให้เอกชนเข้ามามีส่วนในการผลิตตำราเรียน และสื่อการเรียนรู้นั้น องค์การค้าของ สกสค. ก็ไม่สามารถแข่งขันได้ ทำให้ยอดผลิตหนังสือลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตัวแทนจำหน่าย และโรงเรียน ก็เลี่ยงที่จะสั่งซื้อตำราแบบเรียนขององค์การค้าของ สกสค. ทั้งในแง่ศักยภาพการผลิต เนื่องจากได้มีการเลิกจ้างคนงานไป จึงต้องพึ่งพาคนอื่นในการพิมพ์หนังสือแบบเรียน และหากทำผิดกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ก็จะไม่สามารถดำเนินการจัดจ้างได้ตามระเบียบ ซึ่งที่ผ่านมา องค์การค้าของ สกสค.ก็มักมีพฤติการณ์ส่อไปในทางผิดกฎหมายมาโดยตลอด
“ทางออกเรื่องนี้อยู่ที่ สพฐ. และ สสวท. ที่ต้องพิจารณาทบทวนแนวทางการดำเนินการในปีการศึกษาต่อๆ ไปเพราะหากยังทำแบบเดิม ก็สุ่มเสี่ยงที่จะขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี อาจเข้าข่ายทำให้ราชการเสียหายด้วย หรือหาก สพฐ.ดำเนินการจัดจ้างพิมพ์เอง จะสามารถลดต้นทุนหารผลิตหนังสือแบบเรียนได้กว่าครึ่งหนึ่ง ยกตัวอย่าง หนังสือภาษาพาที ขั้น ป.1 ปี 2567 ค่าจ้างพิมพ์อยู่ที่ 21.24 บาทต่อเล่ม ค่าพิมพ์ปก 2 บาทต่อเล่ม หรือมีต้นทุนผลิตที่ 23.24 บาทต่อเล่ม แต่กลับตั้งราคาจำหน่ายที่ปกถึง 51 บาท ทำให้ต้นทุนที่ตั้งงบให้กับโรงเรียนหรือผู้ปกครองต้องซื้อหนังสือสูงกว่าความเป็นจริงประมาณ 25 บาท หรือมากกว่าเท่าตัว ถือว่าทำให้ส่วนรวมเสียหายเป็นอย่างมาก“ นายนัทธพลพงศ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรงพิมพ์เอกชน ซัดองค์การค้า กอดสิทธิพิเศษโรงพิมพ์รัฐ กินหัวคิว-จ้างเอกชนพิมพ์แทน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th