โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมประมง เร่งขยายพันธุ์ ปลาชะโอน ดาวรุ่งดวงใหม่ วงการเศรษฐกิจ

อีจัน

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 04.30 น. • อีจัน

กรมประมง เร่งเพิ่มศักยภาพการผลิตลูกพันธุ์ “ปลาชะโอน” ดาวรุ่งแห่งวงการสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจชนิดใหม่ จัดคอร์สอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การอนุบาลปลาชะโอนให้มีประสิทธิภาพสูงโดยการควบคุมอุณหภูมิ” ระหว่างวันที่ 14–16 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลพบุรี จังหวัดลพบุรี ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่บุคลากรหน่วยผลิตพันธุ์สัตว์น้ำจืดในสังกัดกรมประมง 21 แห่งทั่วประเทศ รวมกว่า 40 ราย ร่วมปั้นปริมาณลูกพันธุ์ปลาชะโอนให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร พร้อมต่อยอดสู่การเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมดังกล่าวว่า กรมประมงได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา วิจัย และพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูและทดแทนการจับจากธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันบางชนิดมีปริมาณลดน้อยลง โดยเฉพาะสัตว์น้ำเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดให้เพียงพอกับความต้องการ อีกทั้งยังมีการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพการเพาะเลี้ยง เพื่อสนับสนุนและสร้างโอกาสทางการแข่งขันให้เกษตรกรไทยสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปลาชะโอน (Ompok biculatus) เป็นปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ด อยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน จัดเป็นปลาเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่มีการเลี้ยงมากในภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี นิยมบริโภคโดยนำมาแกงส้ม ต้มส้ม ทอดกระเทียม ฉู่ฉี่ และสามารถแปรรูปเป็นปลารมควันได้ ส่วนในภาคอื่น ๆ เริ่มมีเกษตรกรสนใจหาลูกพันธุ์เพื่อนำไปทดลองเลี้ยง เนื่องจากเป็นปลาที่มีรสชาติดี เลี้ยงง่าย โตวัย ใช้เวลาเลี้ยง 8-10 เดือน สามารถจับจำหน่ายได้ ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250-400 บาท โดยในปีงบประมาณ 2567 ที่ผ่านมา งานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการผลิตพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลา และพันธุ์สัตว์น้ำอื่น ๆ ของกรมประมง ซึ่งเป็นหน่วยผลิตปลาชะโอนเพื่อจำหน่ายลูกพันธุ์ สามารถผลิตลูกพันธุ์ปลาชะโอนได้ทั้งหมด 4,867,054 ตัว แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร เนื่องจากหน่วยงานที่ผลิตลูกพันธุ์ปลาชะโอนของกรมประมงยังมีจำนวนไม่มาก และบุคลากรยังต้องได้รับการถ่ายทอดเทคนิคในการเพาะอนุบาลปลาชะโอนจากผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับผลิตปลาชะโอนให้เพียงพอและมีคุณภาพรองรับต่อความต้องการของเกษตรกรที่เพิ่มมากขึ้น

กรมประมง จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร การอนุบาลปลาชะโอนให้มีประสิทธิภาพสูงโดยการควบคุมอุณหภูมิ ขึ้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะและอนุบาลปลาชะโอนจากหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์และการอนุบาลให้แก่บุคลากรของหน่วยงานภายใต้โครงการเงินทุนหมุนเวียนฯ ของกรมประมง จากกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ จำนวน 21 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 40 ราย เพื่อนำความรู้ไปใช้ผลิตลูกพันธุ์ปลาชะโอน รวมถึงพันธุ์สัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรต่อไป

สำหรับเนื้อหาการฝึกอบรมมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ประกอบด้วย การจัดการพ่อแม่พันธุ์ปลาชะโอนตามหลักพันธุศาสตร์ การผลิตพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพภายใต้ระบบปิด เทคนิคการอนุบาลลูกปลาชะโอนวัยอ่อน ระยะ 7 วัน ด้วยการควบคุมอุณหภูมิเพื่อให้มีอัตราการรอดตายสูง เทคนิคการอนุบาลลูกปลาชะโอนวัยอ่อน ระยะ 7 -21 วัน การอนุบาลลูกปลาชะโอนในบ่อคอนกรีต รวมถึงการคัดขนาดปลาชะโอนระยะต่าง ๆ

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า การจัดอบรมในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้บุคลากรภายใต้หน่วยผลิตของกรมประมงได้พัฒนาการผลิตลูกพันธุ์ปลาชะโอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสอดรับกับความต้องการของตลาดในอนาคต โดยในปีงบประมาณ 2568 กรมฯ ได้ตั้งเป้าหมายให้สามารถเพิ่มอัตราการผลิตลูกปลาชะโอนได้มากขึ้นจากเดิมร้อยละ 10 หรือ คิดเป็นจำนวน 5,353,759 ตัว เพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันให้ “ปลาชะโอน”เป็นดาวรุ่งแห่งวงการสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจชนิดใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรในการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...