โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบสารปนเปื้อนปลาในน้ำกก-น้ำสาย ยังไม่เกินมาตรฐาน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 07.43 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

เชียงราย 31 พ.ค. – กรมประมง ตรวจสารปนเปื้อนสัตว์น้ำในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย พบโลหะหนักไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ยังไม่แนะนำให้บริโภคในระยะนี้ พร้อมเดินหน้าสุ่มเก็บตัวอย่างต่อเนื่อง 2 ครั้ง/เดือน ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง จ.เชียงราย-เชียงใหม่

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์มลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย กรมประมงได้ตั้งแผนปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อติดตามและเฝ้าระวังสารปนเปื้อนในสัตว์น้ำอย่างเข้มข้น โดยมีการสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้งใน 4 จุดเสี่ยงสำคัญของ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2568

จากการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างปลากินพืชและปลากินเนื้อ เช่น ปลาสร้อย ปลาซ่า ปลาค้าว และปลากด 3 รอบที่ผ่านมา พบว่าสารโลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ สารหนู (As), ปรอท (Hg), ตะกั่ว (Pb) และแคดเมียม (Cd) ยังอยู่ในระดับไม่เกินค่ามาตรฐานตามเกณฑ์ความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน กรมประมงยังไม่แนะนำให้บริโภคสัตว์น้ำที่จับได้จากแม่น้ำสายและแม่น้ำกก ในช่วงนี้

ส่วนกรณีปลาที่มีตุ่มแดงจากการจับในพื้นที่ กรมประมงได้วินิจฉัยโรคพบว่าเกิดจากปรสิตกลุ่มไดจีนและแบคทีเรียในผิวหนัง แต่ไม่พบเชื้อไวรัสและไม่พบเชื้อในอวัยวะภายใน โดยยังคงเฝ้าระวังเพิ่มเติมร่วมกับการตรวจทางแบคทีเรียวิทยา ไวรัสวิทยา และพยาธิวิทยา อย่างต่อเนื่อง

สำหรับจุดสำรวจประกอบด้วย 3 จุดใน จ. เชียงราย ได้แก่ บ้านโป่งนาคำถึงแคววัวดำ (CR1) สะพานแม่ฟ้าหลวงถึงฝายเชียงราย (CR2) และหลังวัดสันธาตุถึงสบกก ต.โยนก อ. เชียงแสน (CR3) และอีก 1 จุด ใน จ.เชียงใหม่ บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา หย่อมบ้านแก่งตุ๋ม ต.ท่าตอน อ.แม่อาย (CM1) โดยสัตว์น้ำแต่ละตัวอย่างจะถูกตรวจทั้งระดับสารพิษ โลหะหนัก และโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อการบริโภค

รองอธิบดีกรมประมงย้ำว่า สัตว์น้ำส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในตลาดเพื่อการบริโภคมาจากระบบการเพาะเลี้ยง ซึ่งไม่ได้ใช้น้ำจากแม่น้ำสายและแม่น้ำกก ประชาชนจึงยังสามารถบริโภคสัตว์น้ำจากแหล่งเพาะเลี้ยงได้อย่างปลอดภัย โดยกรมประมงจะเร่งติดตามและรายงานผลการเฝ้าระวังต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.-512-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...