โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามสั่งด่วน! เอ็มเคปะทะตี๋น้อย เปิดศึกจัดโปรบุฟเฟ่ต์ สู้กันด้วยราคา

SMART SME

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.20 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 11.57 น.

เรียกได้ว่าเป็นสงครามสั่งด่วนเลยก็ว่า ระหว่างแบรนด์สุกี้ชั้นนำ เอ็มเคปะทะตี๋น้อย ด้วยการเปิดศึกจัดโปรแรงบุฟเฟ่ต์ ห้ำหั่นกันด้วยราคาที่งานนี้ไม่มีใครยอมใคร

ปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจอาหารเป็นไปอย่างดุเดือด เช่นเดียวกับกลุ่มร้านอาหารประเภทสุกี้ที่มีผู้เล่นหน้าเก่าที่ครองตลาด และผู้เล่นหน้าใหม่ที่เกิดขึ้นมา เข้ามาช่วงชิงกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ไป กับสมรภูมิตลาดสุกี้ที่มูลค่าสูงถึง 23,000-25,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าใหญ่ไม่ใช่น้อย

แม้ว่า MK Restaurants จะเป็นแบรนด์ที่อยู่ในร้านอาหารประเภทสุกี้มาอย่างยาวนานกว่า 39 ปี เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จัก และครองตลาดนี้มาอย่างยาว แต่ปัจจุบันแบรนด์กำลังถูกท้าทายด้วยผู้เล่นหน้าใหม่ที่ใช้กลยุทธ์บุฟเฟ่ต์ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามารับประทานอาหาร ด้วยการชูจุดเด่นในเรื่องความคุ้มค่ากับราคาที่ถูกกว่าไม่เพียงเท่านั้น ธุรกิจยังต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อผู้บริโภค ผู้คนรัดเข็มขัดเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น ออกไปรับประทานอาหารข้างนอกบ้านน้อยลง และความไม่คุ้นเคยกับรสชาติเดิมของสุกี้เอ็มเค

เหล่านี้ทำให้ เอ็มเคสุกี้ต้องสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดไป ดูได้จากผลประกอบการที่ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง มองว่าเป็นช่วงขาลงเลยก็ว่าได้ อ้างอิงจากปี 2567 มีดังต่อไปนี้

-ไตรมาส 1/2567 รายได้จากการขาย 3,946 ล้านบาท ลดลง 3.5% กำไรสุทธิ 347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน

-ไตรมาส 2/2567 รายได้จากการขาย 4,107 ล้านบาท ลดลง 7.4% กำไรสุทธิ 401 ล้านบาท ลดลง 12.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน

-ไตรมาส 3/2567 รายได้จากการขาย 3,683 ล้านบาท ลดลง 10.1% กำไรสุทธิ 341 ล้านบาท ลดลง 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น รวมสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ลูกค้าไม่เคยได้รับมาก่อน แน่นอนว่าหนึ่งในรูปแบบการให้บริการ คือ “MK Buffet” ในราคาคุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น 299 บาท ให้เวลารับประทาน 90 นาที พร้อมกับ 19 เมนูคุณภาพ เช่น เนื้อบริสเก็ต ออสเตรเลีย, ไก่นุ่ม-หมูนุ่มตอกไข่, หมูนุ่มหมักซอสพริกไทยดำ, หมูสไลซ์, ผักกาดขาว, เห็ดเข็มทอง, วุ้นเส้น เป็นต้น

ระยะเวลาโปรโมชัน 9 มิถุนายน-30 มิถุนายน 2568 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) เฉพาะทานที่ร้านเท่านั้น ภายใน MK Restaurants สาขาในศูนย์การค้าบิ๊กซี ศูนย์การค้าโลตัส และสาขาที่กำหนด

ดูเหมือนว่าหลังจากดำเนินการโปรโมชันนี้ไป พบว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี จนทีมงาน MK ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงกับผู้ที่มาทาโปร MK คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น 299 บาท แล้วพบกับความล่าช้า หรือสินค้าไม่พร้อมให้บริการในบางสาขา โดยทีมงานจะเร่งแก้ไขปัญหาทัน ทั้งการเพิ่มพนักงานให้พร้อมบริการ และเร่งเติมวัตถุดิบทุกสาขาอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กลายจะเป็นสงครามราคาในธุรกิจร้านอาหารสุกี้ เมื่อสุกี้ตี๋น้อย อีกแบรนด์คู่แข่งได้เปิดโปรโมชันราคา 199 บาท (ยังไม่รวมเครื่องดื่มและภาษีมูลค่าเพิ่ม) โปรฯ เรียกน้ำย่อย โปรแรก กับการขอบคุณผู้ติดตามครบ 1,000,000 ตั้งแต่วันที่ 11 – 30 มิ.ย. 68 ให้เวลารับประทาน 120 นาที จันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-17.00 น.

วิเคราะห์เอ็มเคปะทะตี๋น้อย

เรียกได้ออกโปรโมชันมามาในช่วงเวลาที่ใกล้กันมาก โดยการที่เอ็มเค สุกี้ออกโปรบุฟเฟต์ 299 บาท ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการออกโปรราคานี้ถือเป็นการ ปรับตัวครั้งใหญ่ และเป็นการ ขยายฐานลูกค้า เข้าสู่กลุ่มที่คำนึงถึงราคามากขึ้น จากเดิมที่วางตัวเองเป็นร้านสุกี้แบบ A La Carte ระดับพรีเมียม ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ตลอดดึงลูกค้าใหม่ให้เข้ามาทดลอง และสร้างประสบการณ์กับแบรนด์ ซึ่งอาจนำไปสู่การกลับมาใช้บริการในรูปแบบ A La Carte หรือโปรโมชันอื่น ๆ ในอนาคต และยังสร้างการรับรู้ในพื้นที่สื่ออีกด้วย

ขณะเดียวกัน สุกี้ตี๋น้อยเป็นผู้บุกเบิกตลาดบุฟเฟ่ต์ราคาประหยัด ด้วยโมเดลธุรกิจที่เน้น ปริมาณลูกค้าสูง และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การตั้งราคา 199 บาท ทำให้ตี๋น้อยได้เปรียบในเรื่องของ ความสามารถในการเข้าถึง ลูกค้ากลุ่มแมสจำนวนมาก การแข่งขันจาก MK ทำให้ตี๋น้อยต้อง รักษาฐานลูกค้าเดิม และอาจต้องพิจารณา เพิ่มมูลค่า ให้กับบุฟเฟต์ของตนเอง เช่น การเพิ่มรายการอาหาร หรือปรับปรุงบริการ เพื่อคงความได้เปรียบในการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ

มองได้ว่าการแข่งขันเอ็มเคปะทะตี๋น้อยนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความดุเดือดของตลาดร้านอาหาร ที่ทุกแบรนด์ต้องปรับตัวและหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อเอาชนะใจผู้บริโภค และรักษาการเติบโตทางธุรกิจไว้ให้ได้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่มีเจ้าใหญ่ และเจ้าเล็กอีกต่อไป

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...