โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขุนหลวงท้ายสระ กับตำนานที่มาของพระนาม ทรงโปรดเสวยปลา จนห้ามราษฎรจับ

Khaosod

อัพเดต 18 ต.ค. 2566 เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2566 เวลา 13.04 น.
ขุนหลวงท้ายสระ กับตำนานที่มาของพระนาม ทรงโปรดเสวยปลา จนห้ามราษฎรจับ

ขุนหลวงท้ายสระ กับตำนานที่มาของพระนาม ทรงโปรดเสวยปลา จนห้ามราษฎรจับ ในละครฟอร์มยักษ์ “พรหมลิขิต” ภาคต่อของละคร บุพเพสันนิวาส

วันที่ 18 ต.ค.66 เริ่มแล้วสำหรับละครดังที่หลายคนเฝ้ารอ สำหรับ “พรหมลิขิต” ภาคต่อของละครที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นซอฟต์พาวเวอร์จนเกิดกระแสคำฮิต ‘ออเจ้า’ อย่างเรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ ดัดแปลงจากบทประพันธ์ของ รอมแพง

กลับมาในครั้งนี้ นอกจากจะมีคู่พระนางที่ประสบความสำเร็จจากภาคแรกอย่าง “โป๊ป ธนวรรธน์” และ “เบลล่า ราณี” แล้ว ก็ยังขนกองทัพเหล่านักแสดงชุดเดิมจาก ‘บุพเพสันนิวาส’ ภาคแรก กลับมาสร้างสีสันในละคร ‘พรหมลิขิต’ กันแบบครบทีมอีกด้วย

ที่สำคัญการกลับมาในครั้งนี้ ยังมีตัวละครใหม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในประวัติศาสตร์ นั่นก็คือ “ขุนหลวงท้ายสระ” หรือ “เจ้าฟ้าเพชร” พระมหากษัตริย์ที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ รับบทโดย “เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์”

‘สมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ’ หรือ ‘สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9’ หรือ ‘พระเจ้าภูมินทราชา’ หรือ ‘พระเจ้าบรรยงก์รัตนาสน์’ เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 30 แห่งอาณาจักรอยุธยา และเป็นพระองค์ที่สามแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา ทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2251 – พ.ศ. 2275

‘เจ้าฟ้าเพชร’ ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ใน ‘สมเด็จพระเจ้าสุริเยนทราธิบดี’ (สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ พระเจ้าเสือ) กับพระอัครมเหสีพระนามว่าสมเด็จพระพันวษา มีพระอนุชาคือ เจ้าฟ้าพร ซึ่งรับบทโดย “เด่นคุณ งามเนตร”

สมเด็จพระเจ้าท้ายสระมีพระราชโอรสรวม 3 พระองค์ คือ เจ้าฟ้านเรนทร์ หรือกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ เจ้าฟ้าอภัย และ เจ้าฟ้าปรเมศร

สำหรับที่มาพระนาม “สมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ” นั้น บางตำนานก็เผยว่า มาจากนามพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ ซึ่งพระองค์ใช้เป็นประทับอันอยู่ข้างสระน้ำท้ายพระราชวัง

อีกหนึ่งตำนานที่ยังคงเป็นที่เล่าขานและถูกถกเถียงมากมายเกี่ยวกับ “สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ” นั่นก็ คือ พระองค์โปรดเสวยปลาตะเพียนมาก จนถึงขั้นออกพระราชกำหนดห้ามราษฎรจับหรือรับประทานปลาตะเพียน หากผู้ใดฝ่าฝืน มีบทลงโทษคือปรับเป็นเงิน 5 ตำลึง หรือ 20 บาท

โดยมีการตีความแตกต่างกันไปมากมาย บางตำนานตีความว่า ‘พระองค์ทรงโปรดเสวยปลาตะเพียนมากจนตั้งกฎห้ามราษฎรจับขึ้น’ บางตำนานก็ตีความว่า ‘พระองค์ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างดียิ่งตลอดมา อาจเป็นพระราชดำริที่จะอนุรักษ์ปลาหรือไม่’

เรื่องราวดังกล่าว ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในวงการประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งงานนี้แฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์และคอละครก็คงตั้งตารอดู ‘พรหมลิขิต’ ว่าจะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอะไรบ้างจากอดีต มาให้ติดตาม หรือว่าเมนูเด็ดรอบนี้ จะมี ‘เมนูปลาตะเพียน’ หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...