โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ขายของบน Amazon ไม่ใช่เรื่องยาก เปิดวิธีการสมัคร ต่อยอดธุรกิจ ส่งสินค้าไปทั่วโลก

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 03 พ.ค. 2567 เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2567 เวลา 07.46 น.

ขายของบน Amazon ไม่ใช่เรื่องยาก เปิดวิธีการสมัคร ต่อยอดธุรกิจ ส่งสินค้าไปทั่วโลก

พ่อค้าแม่ค้าไม่จำเป็นที่จะต้องมีหน้าร้านหรือวางขายตามตลาดนัดก็ได้ เพียงใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ที่เป็นเว็บขายของผ่านสื่อออนไลน์ เท่านี้ก็สามารถตั้งแผงขายของสร้างรายได้กันได้แล้ว

และแพลตฟอร์มที่มีไว้ขายของออนไลน์ตอนนี้ก็มีมากมาย แต่วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ Amazon

ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเว็บที่เป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ขายได้ดีเลยทีเดียว เพราะว่าเป็นเว็บขายของออนไลน์ที่มีลูกค้าเข้าชมจากทั่วทุกมุมโลก ขายได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

และด้วยลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการที่จะมองหาสินค้าที่มีคุณภาพและมีความหลากหลาย จึงทำให้ Amazon ให้ความสำคัญกับผู้ขาย และพร้อมจะให้การสนับสนุนผู้ขายทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านบริการ กลยุทธ์ทางการตลาด และเครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยทำให้การขายของออนไลน์ต่างประเทศบนเว็บไซต์เป็นไปอย่างราบรื่น

ก่อนสมัครบัญชีผู้ขายต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?

1. เลือกสินค้าที่จะขายใน Amazon

ทาง Amazon เปิดให้ผู้ขายทุกรายสามารถลงขายสินค้าได้มากกว่า 30 หมวดหมู่ แต่สำหรับสินค้าบางหมวดหมู่จะต้องมีการขออนุมัติเอกสารสำคัญและสามารถลงขายได้หากผู้ขายสมัครบัญชี แผนการขายแบบมืออาชีพ (Professional Selling Plan) เพื่อความปลอดภัยในการบริโภคหรือในการใช้งานของลูกค้า

2. พิจารณาโปรไฟล์ผู้ขาย

เมื่อตัดสินใจเลือกขายสินค้าออนไลน์บน Amazon แล้ว ผู้ขายควรจะพิจารณาโปรไฟล์ของตนเองเพื่อที่จะวางกลยุทธ์ในการขายให้เหมาะสมมากที่สุด

ผู้ผลิต มีโรงงานหรือกระบวนการผลิต และผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ตนเอง

เจ้าของแบรนด์ สั่งผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเองเพื่อเสนอตัวเลือกที่ไม่ซ้ำใครให้กับลูกค้า

ตัวแทนจำหน่าย ค้นหาสินค้ายอดนิยมที่มีขายในตลาดอยู่แล้ว และนำเสนอขายใน Amazon แม้จะไม่ได้เป็นผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์ของตนเอง

ผู้ขายสามารถเลือกโปรไฟล์ใดก็ได้ที่เหมาะกับธุรกิจและเป้าหมายในการขายสินค้า หากผู้ขายวางแผนที่จะขายสินค้าบน Amazon ในนามแบรนด์ของตนเอง ทางเรามีทรัพยากรและเครื่องมือมากมายที่จะอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจของคุณ

3. เลือกแผนการขายที่เหมาะสม

การสมัครบัญชีใน Amazon นั้นมีทั้งหมด 2 รูปแบบ หรือที่เรียกว่า ‘แผนการขาย’ ให้เลือกคือ

(1) แผนการขายแบบบุคคลทั่วไป (Individual Selling Account) ที่จะเรียกเก็บ USD$0.99 ต่อ 1 หน่วยสินค้าที่ขายออก

(2) แผนการขายแบบมืออาชีพ (Professional Selling Account) ที่มีราคา $ 39.99 ต่อเดือน ไม่ว่าจะขายสินค้าจำนวนเท่าใดก็ตาม

โดยที่แผนการขายแบบมืออาชีพนั้นจะมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกและประโยชน์อื่นๆ ที่มากกว่าแผนการขายแบบทั่วไป อย่างไรก็ตาม อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับหมวดหมู่สินค้าที่ลงขายและการจัดส่งสินค้า

4. สมัครบัญชีผู้ขาย

สมัครบัญชีผู้ขายบน Seller Central เว็บไซต์ที่ใช้จัดการบัญชีผู้ขายของคุณ โดยคุณสามารถสร้างบัญชีผู้ขาย Amazon ใหม่ด้วยอีเมลธุรกิจของคุณ และปฏิบัติตามขั้นตอนการสมัคร รวมทั้งเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนทุกอย่างให้ครบถ้วน

เว็บขายของออนไลน์นี้ถือว่าดีไม่ใช่น้อย แต่เอ๊ะ! มีบริการครบถ้วนขนาดนี้ จะสมัครบัญชีขายของยากไหมนะ?

บอกเลยว่าการสมัครบัญชีขายของบน Amazon ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่คุณปฏิบัติตาม 7 ข้อนี้ คุณก็ได้เป็นเจ้าของร้านค้าบนเว็บไซต์นี้ได้แล้ว

ขั้นตอนการสมัครบัญชีผู้ขาย

1. อีเมล (E-mail Address)

ผู้ขายจะต้องเตรียมอีเมลที่เอาไว้ใช้สมัครบัญชีผู้ขาย เนื่องจากอีเมลเป็นข้อมูลที่ผู้ขายจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง ผู้ขายจึงควรใช้อีเมลที่ใช้ติดต่อได้

2. ข้อมูลรูปแบบธุรกิจ (Legal Name)

ผู้ขายจะต้องกรอกข้อมูลรูปแบบธุรกิจที่ผู้ขายวางแผนที่จะขายใน Amazon ไม่ว่าผู้ขายจะใช้แผนการขายแบบไหน ทั้งแผนการขายแบบมืออาชีพ (Professional Selling) หรือแผนการขายแบบบุคคลทั่วไป (Individual Selling) ก็สามารถเลือกที่จะเปิดบัญชีในรูปแบบธุรกิจทั้ง 2 แบบ

– การเปิดบัญชีในนามบุคคล (Individual Business) ผู้ขายกรุณากรอกชื่อและนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ

– การเปิดบัญชีในนามบริษัท (Company Business) ผู้ขายกรุณากรอกชื่อบริษัทตามด้วยขีดกลาง (-) ตามด้วยชื่อ นามสกุลของผู้ที่จะเป็นเจ้าของบัญชีผู้ขาย

3. ที่อยู่ (Address)

ผู้ขายจะต้องกรอกที่อยู่ของคุณเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากทาง Amazon นั้นเคร่งครัดกับการตรวจสอบตัวตนในการสร้างบัญชีขายของผู้ขายมาก ที่อยู่ภาษาอังกฤษของคุณจะต้องตรงกับ Bank Statement ที่ยื่นให้กับ Amazon เพื่อให้ขั้นตอนการยื่นเอกสารเป็นไปได้อย่างราบรื่น หากผู้ขายกรอกที่อยู่ที่ไม่ตรงกับ Bank Statement อาจส่งผลให้เอกสารของคุณไม่ผ่านการพิจารณาได้

4. บัตรเครดิตหรือเดบิต (Charge Method)

ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตมีไว้สำหรับตัดค่าธรรมเนียมแผนการขายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ บน Amazon ผู้ขายสามารถใช้บัตรเครดิตอะไรก็ได้ไม่เจาะจงว่าจะเป็นในนามของใคร ผู้ขายกรุณาเตรียมข้อมูลในบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตต่อไปนี้

– หมายเลขบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต

– วันที่หมดอายุของบัตร

– ชื่อและนามสกุลที่อยู่บนที่อยู่หน้าบัตรเป็นภาษาอังกฤษ

5. บัญชีรับเงิน (Deposit Method)

เนื่องจาก Amazon สามารถโอนเงินให้ธนาคารที่อยู่ใน สหรัฐอเมริกา (US) เท่านั้น หากผู้ขายไม่มีบัญชีของประเทศสหรัฐอเมริกา คุณจำเป็นต้องใช้บัญชีเสมือน (Virtual Account) ซึ่งเปรียบได้กับกระเป๋ารับเงินส่วนกลาง เพื่อใช้รับเงินจากยอดขายของท่านก่อนเปิดบัญชีผู้ขายของ Amazon ขณะนี้ โดยที่ผู้ขายมักจะใช้บริการบัญชีเสมือนเจ้าหลักๆ เช่น Payoneer

6. ชื่อร้าน (Display Name)

ชื่อร้านค้าที่จะปรากฏบนหน้าเว็บ Amazon ต่อหน้าลูกค้า ผู้ขายสามารถตั้งชื่อร้านค้าของตนเองยังไงก็ได้ โดยไม่ต้องจดลิขสิทธิ์หรือยืนยันตัวตนของชื่อร้าน

7. เอกสารยืนยันตัวตน (Seller Identity Verification – SIV)

เนื่องจาก Amazon ต้องการตรวจสอบตัวตนบัญชีขายของผู้ขาย ดังนั้น ผู้ขายจะต้องเตรียมเอกสารที่มืชื่อและที่อยู่ที่มีข้อมูลตรงกับรายละเอียดที่ผู้ขายได้กรอกไว้ตอนทำการเปิดบัญชีตามเอกสารด้านล่างนี้

– บัตรประชาชน (National ID Card)

ชื่อบนบัตรประชาชนจะต้องตรงกับชื่อที่ใช้สมัครบัญชี (Legal Name) ผู้ขายจะต้องสแกนสำเนาบัตรประชาชนแบบเป็นสีทั้งหน้าและหลัง ให้อยู่ในคุณภาพที่ชัดเจนที่สุด ผู้ขายสามารถที่จะใช้สำเนาหนังสือเดินทางยืนยันตัวตนได้เช่นกัน หากผู้ขายเลือกที่จะส่งสำเนาหนังสือเดินทางในการยืนยันตัวตน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจในหนังสือเดินทางมีลายเซ็นของเจ้าของหนังสือเดินทาง

– Bank Statement หรือ Credit Card Statement

ชื่อเจ้าของ Bank Statement หรือ Credit/Debit Card Statement จะต้องตรงกับ Legal Name และที่อยู่ในเอกสารจะต้องตรงกับ Business Address ใน Seller Central ที่ผู้ขายต้องการรายละเอียดของเอกสารที่มีเงื่อนไขดังนี้

1. ชื่อ นามสกุล และที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ

2. เอกสารจะต้องมีอายุไม่เกิน 90 วัน

3. มีลายเซ็นของเจ้าพนักงานธนาคาร

4. มีตราประทับของธนาคาร

เห็นไหมว่าการที่จะเป็นเจ้าของร้านบน Amazon ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่คุณต้องศึกษาหาข้อมูลและจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ก็สามารถสมัครบัญชีขายของกันได้ง่ายๆ หากใครกำลังมองหาแหล่งทำมาหากินใหม่ๆ ก็อย่าลืมเตรียมเอกสารกันไว้นะ ถ้าเตรียมกันไว้ครบถ้วนแล้ว ก็ไปสมัครกันได้เลย ที่ Amazon

ขอบคุณข้อมูล Amazon

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2023

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขายของบน Amazon ไม่ใช่เรื่องยาก เปิดวิธีการสมัคร ต่อยอดธุรกิจ ส่งสินค้าไปทั่วโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.sentangsedtee.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...