หมอผียุคนี้ต้องมีการ์ด SSR ในเด็ค
ข้อมูลเบื้องต้น
จะเปิดตอนที่ติดเหรียญให้อ่านฟรีตอนต่อจากที่ปลดแล้ว 1 ตอน
เมื่อมีการลงตอนใหม่
ก่อนที่จะติดเหรียญถาวรหลังจากนั้นราว 1 สัปดาห์ครับ
หมอผียุคนี้ต้องมีการ์ด SSR ในเด็ค
ยุคนี้หมอผีที่ไหนจะมาหาเครื่องรางของขลังทั่วไป!
ไม่มีแล้วยุคที่ของแบบนั้นยังใช้ได้ เพราะเมื่อเทคโนโลยีมันล้ำเกินจนทำให้ผีปรากฎตัวออกมากลายเป็นรูปร่างทางดิจิตอล หมอผีก็ต้องปรับตัว การปราบผีต้องเปลี่ยนเป็นรูปแบบข้อมูลวิญญาณที่เปลี่ยนแปลงกลายเป็น…
การ์ด
ทำให้หมอผียุคนี้ต้องมีเด็คเป็นของตัวเอง เพื่ออัญเชิญของขลัง ภูต ผี มาสยบผีร้ายที่ออกก่อกวนโลกมนุษย์ และแน่นอนว่าผีไทย…ไม่แพ้ชาติใดในโลก!
ศรัทธา ชายหนุ่มอายุ 17 เด็กวัดที่ถูกหลวงตาเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเด็กสอบผ่านการเป็นหมอผีอย่างเป็นทางการ และแน่นอนว่าการ์ดที่สามาคมให้เขามานั้นกระจอกเหลือจะทน แต่เดชะบุญ ศรัทธามีการ์ดล้ำค่าสามใบที่หลวงตาอดีตมือปราบผีระดับแนวหน้ามอบไว้ให้ ทำให้เขาพอจะมีโอกาสอยู่รอดในโลกหมอผีมืออาชีพในยุคไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น
ไม่เสียแรงที่หลวงตาสอนใช้การ์ด
หมอผียุคนี้ต้องมีการ์ด SSR ในเด็ค
บทที่ 1
ไม่เสียแรงที่หลวงตาสอนใช้การ์ด
พุทธศักราช 25XX ในยุคที่ทำให้สิ่งลี้ลับปรากฏร่างออกมาให้เห็นเพราะพลังของยุคดิจิตอล ภูต ผี ปิศาจ และเหล่าผู้อยู่ในความเชื่อถูกทำให้แสดงตัวออกมาในรูปแบบข้อมูลและร่างโฮโลแกรม อุปกรณ์ปราบผีทั่วไปจึงต้องทำการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ตาม แทนที่จะเป็นสิ่งของหรือกายหยาบเช่นเดิม กลับถูกเปลี่ยนเป็นชุดข้อมูลและถูกสร้างให้ควบแน่นทางวิญญาณและกลายเป็น…
การ์ด…ที่ทรงพลังแตกต่างกันไป
และหมอผีหรือที่ใช้ชื่อทางการว่าเหล่าผู้กำราบวิญญาณผู้อยู่ ณ จุดสุดยอดเวลานี้ คือผู้ครอบครอง ‘เด็ค’ หรือชุดการ์ดที่ใช้ในการปราบผีซึ่งเต็มไปด้วยการ์ดอันแข็งแกร่งทั้ง 60 ใบ…
บ่ายวันเสาร์ สมาคมผู้กำราบวิญญาณหรือที่เรียกกันติดปากว่าสมาคมหมอผีแห่งประเทศไทย…
“สวัสดีครับ คุณศรัทธา ยินดีด้วยนะครับที่สอบผ่านใบอนุญาตปราบผีระดับเริ่มต้น เป็นยังไงบ้างครับ การสอบที่ให้ใช้การ์ดจากเด็คที่เราให้ทดลองใช้?” ชายในชุดสูทหน้าตาภูมิฐานออกปากถามเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดที่เพิ่งผ่านการทดสอบของสมาคม
“ก็เรื่อยๆ มั้งครับ ไม่ค่อยดีเท่าไร” ชายหนุ่มผมสั้นหน้าตาคมคายพูดแล้วยกมือขึ้นเกาหัว ทำเอาอีกฝ่ายประหลาดใจ
“ไม่ค่อยดี? ระบบเราไม่ค่อยดีรึครับ แต่สมาคมผู้กำราบวิญญาณของเราอยู่ระดับแนวหน้าของโลกเลยนะครับ ผีไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ชายในชุดสูทยืนยัน แต่ศรัทธากลับส่ายหน้า
“ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น ผมแค่จะบอกว่าให้ลองใช้แต่ไม่ได้ให้เด็คนั่นตอนสอบผ่านก็เลยไม่ค่อยดีเท่าไรน่ะ” เจ้าหนุ่มคนเดิมพูดแล้วมองหน้า แต่คนถูกมองหัวเราะร่า
“มีไว้ขายครับ ทำงานได้เงินมากพอก็มาซื้อได้นะครับ เราบริการจัดเด็คให้ผู้กำราบวิญญาณที่ไม่สะดวกจัดเด็คเองให้ด้วยนะครับ” พนักงานสมาคมพูดติดยิ้ม แต่คนฟังกลับหรี่ตาแล้วสวนกลับ
“ซื้อแยกทั้งหกสิบใบรวมแล้วไม่เกินสามหมื่น แต่จัดแล้วเอามาขายแสนสอง ผมยอมไม่สะดวกก็แล้วกัน”
อีกฝ่ายหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนพูดประโยคที่ใช้แก้สถานการณ์ “ถูกใจไม่มีคำว่าแพงครับ” เขาว่า
“ถูกใจกับถูกหลอกมันคนละเรื่องกันนะ” เจ้าหนุ่มศรัทธาหรี่ตาเพิ่ม จนสุดท้ายพนักงานคนนั้นรีบเปลี่ยนเรื่อง
“แหม ผมชวนคุยเสียเวลาคุณเลยครับ เรามาจัดการขั้นตอนการเป็นผู้กำราบวิญญาณอย่างเป็นทางการกันดีกว่าครับ เริ่มแรกก็ต้องเจ้านี่ครับ สายรัดข้อมือประจำไอดี เจ้าสายรัดนี้คุณน่าจะทราบดีแล้วว่ามีคุณสมบัติอย่างไร แต่ผมจำเป็นต้องบอกอีกครั้งตามหน้าที่” ชายคนนั้นเริ่มอธิบาย และศรัทธาก็นั่งฟังตามมารยาท “สายรัดนี้ทำจากวัตถุระดับสูงยากแก่การถูกทำลาย ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปแบ็คอัพที่ระบบเมฆาขององค์กร ทำให้ไม่ว่าจะเสียหายหรือพังไป ข้อมูลการ์ดหรือเด็คของคุณจะไม่สูญหายอย่างแน่นอน”
“โอเคครับ สายรัดเชื่อมต่อกับคลาวด์ที่ไว้แบ็คอัพข้อมูล” ศรัทธาทวนสิ่งที่ได้ยิน แล้วปล่อยให้ชายคนตรงหน้าพูดต่อ
“ในปรภพว็อทซ์จะมีระบบตรวจจับระบุตำแหน่งสถานที่ที่มีพลังวิญญาณแตกต่างกันไป สามารถใช้ระบบนี้เชื่อมต่อกับแอปแผนที่ในสมาร์ทโฟนเพื่อหาสถานที่เหมาะกับระดับของคุณตอนนี้ได้ ซึ่งผมแนะนำว่าอย่าเข้าไปในสถานที่ที่พวกภูตพรายระดับเลเวลมากกว่าตัวคุณมากนัก เอาละครับ ลองสวมแล้วเปิดระบบให้เชื่อมต่อกับระบบดูครับ” คนพูดรอให้ศรัทธาหยิบสายรัดสีเงินที่ทำจากวัสดุพิเศษมาสวม และเมื่อเขาเปิดระบบเชื่อมต่อ ที่ตรงหน้าก็มีตัวเลือกต่างๆ ปรากฏเป็นภาพโฮโลแกรม
“เอาละครับ เมื่อสวมใส่และเปิดระบบแล้ว คุณจะสามารถเห็นพวกภูตผีที่แสดงออกมาในรูปแบบดิจิตอล และมองเห็นการ์ดเหล่านี้ด้วย ว่าแต่คุณตัดสินใจแล้วรึยังครับว่าจะรับเด็คเริ่มต้นที่มีการ์ดหลักเป็นแนวไหน จะเป็นแนวญี่ปุ่น จีน เด็คแนวยุโรปหรือเกาหลีตอนนี้ก็มาแรงอยู่นะครับ” ชายคนนั้นแนะนำ แต่ศรัทธาตัดสินใจไว้นานแล้วว่าเขาจะเลือกใช้เด็คแบบใดในการใช้ชีวิตเป็นหมอผียุคดิจิตอล
“ขอเด็คไทยไสยเวทครับ” เขาตอบกลับ
“ไม่เปลี่ยนใจแน่นะครับ ช่วงนี้เด็คผีไทยไม่ค่อยติดเมต้านัก” คนของสมาคมใช้ศัพท์เทคนิค โดยคำว่า ‘เมต้า’ หมายถึงได้รับความนิยม
“ไม่เปลี่ยนครับ พอดีหลวงตาที่ลี้ยงผมมาให้การ์ดดีๆ มาสามใบ แต่ต้องใช้กับเด็คผีไทย” ศรัทธาพูดตัดรำคาญสายตาที่มองมาอย่างสงสัย เพราะในช่วงนี้ในวงการหมอผีเป็นที่รู้กันดีว่าความนิยมในการใช้เด็คผีไทยตกต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์
“เข้าใจแล้วครับ มีการ์ดดีก็ทำให้ง่ายขึ้น” คนฟังพยักหน้าแล้วขยับมือปัดภาพกล่องการ์ดทั้งหมดออกไปจากตรงหน้าเหลือไว้เพียงกล่องแล้ว และเมื่อเขาขยับนิ้ว การ์ดที่อยู่ภายในก็ลอยออกมาเป็นภาพโฮโลแกรม “การ์ดทั้งหมดหกสิบใบในเด็คไทยไสยเวทครับ” เขาพูดแล้วทำท่าปัดการ์ดนั้นไปทางที่อัดดานั่งอยู่ พร้อมกับข้อความจากระบบที่เชื่อมต่อกับสายรัดข้อมือของศรัทธา
ได้รับการ์ดอัญเชิญ เจ้าที่ฝึกหัด ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดอัญเชิญ พระภูมิฝึกหัด ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดอัญเชิญ กุมารอนุบาล ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดอัญเชิญ เบบี้ควายธนู ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดอัญเชิญ วิญญาณฝึกเร่ร่อน ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดอัญเชิญ พรายตะโกน ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดอัญเชิญ นายไม้ ระดับ 2 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดอาคม คงกระพัน ระดับ 2 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดอาคม มนต์บังตา ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดของขลัง มีดหมอ ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดของขลัง ตะกรุดหิน ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดของขลัง ยันต์สองแถว ระดับ 1 ดาว 4 ใบ
ได้รับการ์ดอาณาเขต ระดับ 1 ดาว บ้านทรงไทย 4 ใบ
ได้รับการ์ดไอเทม ระดับ 1 ดาว มาลัยสามสี 4 ใบ
ได้รับการ์ดไอเทม ระดับ 1 ดาว น้ำมนต์ 4 ใบ
เสียงแจ้งเตือนยาวเหยียดจบลงตามด้วยชายคนตรงหน้าพูดต่อ
“ถ้าระดับเลเวลผู้กำราบวิญญาณเกินสิบแล้วระวังตัวด้วยนะครับ บางพื้นที่ผู้กำราบวิญญาณดวลกันเองได้และอาจเสียการ์ดดีๆ ไป อย่าไปโดนลูกหลงเข้านะครับ” ชายคนนั้นเปลี่ยนสีหน้าเป็นห่วงใยแบบฉับพลัน ต่างจากที่แล้วมาจนศรัทธาประหลาดใจแต่ไม่ได้ถามเรื่องนั้น
“พอรู้ครับ ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มรับการ์ดทั้งหมดที่เป็นข้อมูลดิจิตอลบันทึกลงในระบบข้อมูลที่เชื่อมต่อจากสายรัดข้อมือไปยังระบบโครงข่ายของหมอผีในยุคนี้ ซึ่งในยุคที่วิญญาณ ภูตผี ปิศาจ ปรากฏออกมาเป็นภาพให้เห็นและยังส่งผลต่อคนทั่วไป ทำให้อาชีพผู้กำราบวิญญาณหรืออาชีพหมอผีอยู่ในยุคเฟื่องฟู จนทำให้หลายคนหาเงินได้หลักล้านในเวลาไม่นาน แต่ก็ต้องแลกมากับการเสี่ยงชีวิตเข้าทำงาน เพราะทุกครั้งที่ใช้การ์ดต่างๆ จะเชื่อมไปกับพลังวิญญาณในร่างของผู้ใช้งาน
“เดี๋ยวครับคุณศรัทธา!” ขณะที่ศรัทธากำลังเดินไปที่ประตู พนักงานคนเดิมก็เรียกชื่อเขาแล้วลุกขึ้นพร้อมขยับเนกไทให้เข้าที่แล้วตรงมาที่ศรัทธายืน “เรื่องนี้ผมขอพุดกับคุณศรัทธาแบบเป็นพิเศษนะครับ ถือซะว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่เราคุยกันครับ”
“หือ?” ศรัทธาขมวดคิ้ว
“คุณศรัทธาครับ…”
“ครับ”
“หลังจากได้คุยกัน คุณก็เหมือนญาติผม เหมือนน้องชายผม คิดแล้วผมก็เป็นห่วง…” ชายคนนั้นทำตาซึ้ง ส่วนศรัทธาทำหน้าแหย “ดังนั้นผมจึง…มีสิ่งดีๆ มานำเสนอ พอจะมีเวลาคุยกันซักนิดไหมครับ?”
“หะ?” ศรัทธารู้สึกเหมือนเคยรู้สึกแบบนี้แต่ยังไม่แน่ใจ จนสุดท้ายชายคนตรงหน้าพูดต่อเขาถึงรู้ชัด
“ทางเรามีกรรมธรรม์ดีๆ ไว้ดูแลคุณตอนบาดเจ็บหรือตาย ดูแลดั่งมิตรสนิทดั่งญาติเลยครับ…” ชายคนนั้นยิ้มกว้างแต่ศรัทธาตอบชัด
“ไม่ทำว้อย!” เขาพูดแล้วรีบเดินออกจากห้องนั้นทันที ส่วนพนักงานของสมาคมถอนหายใจยาวที่ไม่อาจทำยอดเพิ่มได้
ผีตนแรก
ศรัทธาเดินออกจากสมาคมไสยเวทแห่งชาติแล้วตรงไปยังทางขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตอนุญาตให้ส่งวิญญาณ ซึ่งตามกฎหมายปัจจุบันไม่ใช่ว่าจะสามารถส่งภูต ผี ปิศาจ ต่างๆ ไปยังอีกภพได้ตามชอบใจ เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบกับวิญญาณดีที่วนเวียนอยู่บนโลกตามปกติทั่วไป และในเวลานี้ที่พลังงานวิญญาณถูกเทคโนโลยีเปลี่ยนให้มองเห็นเป็นรูปลักษณ์ขึ้นได้ ทำให้ไม่ใช่เพียงเวลาหลังอาทิตย์ตกดินเท่านั้นที่เหล่าวิญญาณจะปรากฏกาย แต่จะสามารถมองเห็นเหล่าวิญญาณหรือภูตผีเหล่านั้นได้ทุกเวลา หากเปิดการเชื่อมต่อกับระบบของสมาคมผ่านคลื่นสัญญาณหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไวไฟ คลื่นสัญญาณโทรศัพท์ หรือคลื่นเฉพาะแบบอื่นๆ
“การ์ดจากสมาคมนี่มันห่วยจริงๆ เทียบกับเด็คของหลวงตาแล้วเหมือนขับเฟอร์รารี่แล้วเปลี่ยนมาปั่นจักรยานเด็กอนุบาล” ศรัทธาพูดแล้วถอนหายใจยาวขณะเปิดระบบเชื่อมต่อเพื่อทำให้เห็นการ์ดที่เขาครอบครอง ซึ่งในเวลานี้แม้คนทั่วไปจะมองไม่เห็นการ์ดเหล่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนทั่วไปรู้ดีถึงการมีอยู่ของวิญญาณแหละเห็นเหล่าหมอผีที่มีพฤติกรรมแบบศรัทธากันจนชิน
“การ์ดมีดหมอนี่ถอดออกไม่ได้ มีอาวุธอยู่แค่สี่ใบนี้ ส่วนการ์ดที่หลวงตาให้มามีของขลังสองใบ กับการ์ดอัญเชิญ แบบนี้ถอดการ์ดยันต์สองแถว พรายตะโกน แล้วก็มาลัยสามสีออกอย่างละใบดีกว่า พวกนี้ดูจะกินที่เด็ค” เจ้าหนุ่มหมอผีที่เพิ่งได้รับการรับรองมาสดๆ ร้อนๆ ปรับแต่งเด็คแบบเร่งด่วน เพราะเขาไม่คิดที่จะรอเวลา ศรัทธาตั้งใจจะมุ่งหน้าสู่เขตตึกร้างชานเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตอนุญาตให้ส่งวิญญาณ ได้ตลอดเวลา และที่เป็นเช่นนั้นเพราะสถานที่บางแห่งจะดึงดูดวิญญาณร้ายให้มารวมตัวกันเพื่อดูดกลืนพลังที่รั่วไหลออกมาจากอีกภพ ทำให้เหล่าหมอผีและสมาคมไม่ต้องลำบากออกตามหาวิญญาณอันตราย
เจ้าหนุ่มหมอผีใหม่ถอดด้ามนั่งดูเด็คตัวเองเพลินจนเกือบเลยสถานที่จะลง ดีที่วิญญาณเด็กผู้หญิงบนขบวนรถส่งเสียงเรียกทำให้ศรัทธารีบลุกจากที่นั่งแล้วมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตระดับ H ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในหมู่เขตแดนที่อนุญาตให้ทำการส่งวิญญาณ โดยการแบ่งระดับอาณาเขตเหล่านี้จัดตามระดับความอันตรายและเลเวลเฉลี่ยของภูตผีที่อยู่ในอาณาเขตนั้น
จากสถานีรถไฟฟ้าไปอีกราวยี่สิบนาทีศรัทธาก็เดินมาถึงเขตหมู่ตึกในเนื้อที่กว่าสามร้อยไร้ที่ถูกทิ้งร้าง สถานที่นี้มีตึกร้างห้าหลัง โดยสี่หลังตั้งล้อมรอบอาคารหลังกลางที่สูงสามสิบชั้น ซึ่งอาคารสี่หลังโดยรอบความอันตรายอยู่ในระดับ H ส่วนอาคารหลังกลางความอันตรายสูงถึงระดับ F
“อย่างแรกก็ต้องเพิ่มเลเวล แล้วไปสอบใบอนุญาตปราบผีพวกระดับอันตรายที่อยู่นอกอาณาเขตกักกันให้ได้ก่อนสินะ เราถึงจะรับงานนอกอาณาเขตได้ แต่ที่นี่คนยังเยอะเหมือนเคยที่นี่” ศรัทธาพูดขึ้นทันทีที่เดินเข้าอาณาเขตระดับ H พร้อมกับทำการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณไวไฟที่ถูกติดตั้งไว้แทบทุกจุดในอาณาเขต
หมู่อาคารสลินนคร
ความอันตราย:ระดับ H ยกเว้นอาคารหลังกลาง ระดับ F
ขนาดพื้นที่: 320 ไร่
ข้อกำหนดในการเข้าพื้นที่: ไม่จำกัดเลเวลและระดับของผู้กำราบวิญญาณ
โครงการเมืองใหม่ที่ตระกูลเจ้าของตั้งใจพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งอยู่อาศัยประชากรแถบชานเมือง แต่ในช่วงที่โครงการเพิ่งดำเนินไปได้ไม่นาน ได้เกิดเหตุระเบิดที่อาคารอาคารสองหลังและอาคารหลักในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้การขายโครงการหยุดชะงัก อีกทั้งพื้นที่ของคู่แข่งที่อยู่ห่างออกไปไม่มากสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างปลอดภัย ทำให้สุดท้ายโครงการนี้ปิดตัวลงเนื่องจากขาดเงินลงทุน และเจ้าของกิจการเรียกคนในครอบครัวไปรวมตัวกันที่ชั้นบนสุดของอาคารกลางและสังหารทุกคนรวมทั้งตนเอง ทำให้สถานที่นี้ดึงดูดวิญญาณแค้น และการส่งวิญญาณแค้นเจ้าของพื้นที่ที่จะกลับมายังสถานที่นี้ในทุกสัปดาห์ยังดำเนินต่อไป
รายชื่อการ์ดไอเทมมีค่าระดับทั่วไปที่หาได้จากสถานที่นี้: การ์ดของขลังระดับ 4 ดาว พระร่วงรางปืน การ์ดของขลัง ระดับ 3 ดาว ดาบอาคม การ์ดอัญเชิญระดับ 4 ดาว สัมภเวสีแห่งเพลิง
ชายหนุ่มยืนมองเหล่านักปราบผีที่มีทุกเพศทุกวัย ซึ่งในเวลานี้บ้างก็จับกลุ่มกัน บ้างก็มองหากลุ่มใหญ่เพื่อจะเข้าไปยังอาคารกลางซึ่งเป็นอาณาเขตระดับสูง แต่สำหรับศรัทธาที่รู้ตัวเองดีว่าระดับเลเวลและการ์ดในเด็คส่วนใหญ่เป็นระดับต่ำไม่น่ามีใครอยากรวมกลุ่มกับเขา และหากต้องเลือกไปติดสอยห้อยตามคนอื่นเพื่อจะมีโอกาสได้การ์ดมีมูลค่าจากสถานที่นี้ เขาก็เลือกที่จะพึ่งตัวเองเสียดีกว่า
“เอาน่า อย่างน้อยก็เริ่มนับหนึ่งเสียที” เจ้าหนุ่มมือใหม่พูดแล้วถอนหายใจ แต่ก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือ ร่างวิญญาณของหญิงสาวผมยาวมองแล้วอายุไม่เกินสามสิบปีสวมชุดสีกระโปรงสีเขียวรูปทรงโฉบเฉี่ยวก็ลอยอยู่ข้างกาย
“มีเด็คเป็นของตัวเองแล้วสินะเจ้าศรัทธา” เธอส่งเสียงแล้วออกเดินไปพร้อมกับเขา ส่วนเจ้าหนุ่มที่เพิ่งนำการ์ดของผีตนนี้ใส่เข้าไปในเด็ค ทำให้เธอปรากฏตัวออกมาเช่นนี้ได้พยักหน้า
“มันถึงเวลาเรือเล็กต้องออกจากฝั่งแล้วละเจ้นีนี่” ศรัทธาทำหน้าขึงขัง แต่ผีตนนั้นกลับหรี่ตามอง
“ระวังจะมีพายุตอนแกออกจากฝั่ง”
“ปากเจ้นี่ไม่เคยจะอวยพร ที่ตายเนี่ยเพราะปากแบบนี้รึเปล่า?” ศรัทธาส่ายหน้า แต่นีนี่ทำท่าไม่สนใจแล้วแล้วใช้สองมือเท้าเอวเดินเฉิดฉายท่ามกลางหมู่นักปราบผีที่อยู่บริเวณนั้น
“เอาไงละ จะไปลองของเลยไหม ตึกกลางน่ะตึกกลาง น่าลองนะ” นี่นี่พูดขึ้น แต่ศรัทธามองด้วยหางตา
“จะหลอกผมไปตายละสิไม่ว่า”
“แกก็มองเจ้ในแง่ร้ายตลอด” ผีสาวตนนั้นเบ้ปากผายมือ ส่วนเจ้าหนุ่มที่ได้รับการ์ดใบนี้มาจากหลวงตาผู้เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กทำได้แค่ถอนหายใจแล้วเดินตรงไปยังอาคารทางด้านตะวันออก ซึ่งเป็นอาคารที่มีหมอผีไม่มากนักจะไปปักหลักหาการ์ดหรือของมีค่า เพราะในทิศทางนั้น แสงสว่างจะหายไปก่อนอาคารอื่น และเมื่อไปถึงปากทางเข้า ศรัทธาก็เงยหน้ามองตึกร้างสูงสิบชั้นที่อยู่ตรงหน้า
“เริ่มกันเลยดีกว่า” เจ้าหนุ่มไม่รอช้า เขาเปิดระบบตรวจจับวิญญาณและเดินเข้าสู่ภายในอาคารซึ่งเป็นโถงกว้าง และในวันนี้ดูเหมือนจะไม่มีหมอผีคนอื่นอยู่ที่จุดนี้ ทำให้เหมาะที่จะเป็นสนามทดสอบแรกสำหรับอาชีพหมอผีของศรัทธาที่กำลังจะเริ่มขึ้น
ตรวจพบสัมภเวสีสี่ขา เลเวล 1 จำนวนสองตนและวิญญาณหลงทาง เลเวล 3 จำนวนหนึ่งตน…
เสียงดังมาจากสมาร์ทโฟนของศรัทธาที่เชื่อมต่อสัญญาณกับสายรัดข้อมือจากสมาคม และสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือเงาดำรูปร่างคล้ายสุนัขผอมโซที่กำลังเดินตรงมาที่เขา และที่อยู่ด้านหลังนั้น คือผีผมยาวในชุดสีขาวผมเผ้ารุงรังที่กำลังลังเดินลงบันไดมาจากชั้นสอง
“เอาเรื่อง มาถึงก็เจอตัวตึงเลเวลสาม” ศรัทธาที่ตอนแรกตั้งใจจะทำการทดสอบการ์ดและค่าพลังต่างๆ ของตัวเองต้องเปลี่ยนเป็นตั้งท่าเอาจริงเมื่อเห็นวิญญาณหลงทาง ผีประเภทที่พบได้ไม่บ่อยนักในเขตนี้ และเมื่อตรวจพบสิ่งเหล่านั้น หมอผีจะสามารถใช้พลังวิญญาณตั้งแต่หนึ่งถึงเจ็ดแต้ม เพื่อสุ่มเรียกการ์ดจากเด็คหกสิบใบของตัวเองขึ้นมือ ซึ่งครั้งนี้ศรัทธาเลือกใช้พลังวิญญาณสามแต้ม เพื่อจั่วการ์ดขึ้นมาสามใบ
และต่อจากนี้เมื่อไอปิศาจจากฝ่ายตรงข้ามไม่หายไป ทุกๆ เวลาหนึ่งนาที การ์ดจะถูกจั่วขึ้นมือหนึ่งใบ
“อัญเชิญ”
ศรัทธาเรียกใช้การ์ดใบแรกโดยเสียพลังวิญญาณไปตามระดับดาวบนตัวการ์ด ซึ่งการ์ดใบนี้คือการ์ดระดับ 1 ดาวที่จะเรียกวิญญาณในการ์ดออกสู่ความจริง และวิญญาณที่ถูกเรียกออกมา คือวิญญาณเจ้าที่ฝักหัดที่มีความสามารถไม่มากนัก
ร่างชายผมยาวและหนวดเคราสีขาวในชุดซอมซ่อปรากฏที่ด้านหน้าของศรัทธา และเมื่อสัมภเวสีสี่ขาพุ่งเข้าโจมตี เจ้าที่ฝึกหัด สัมภเวสีตนหนึ่งก็ถูกอาคมเจ้าที่โจมตีใส่จนกระเด็นถอยหลัง พร้อมกับไอมืดที่เคยปกคลุมอยู่ทั้งตัวหายไปหนึ่งในสาม ส่วนอีกตนที่รอดเข้ามาได้พุ่งเข้ากัดที่ร่างเจ้าที่ฝึกหัด ทำให้ควันสีขาวที่คลุมร่างเจ้าที่ฝึกหัดจางลง
“น่าจะจัดการได้แค่ตัวเดียว” ศรัทธามองไปที่สัมภเวสีและเจ้าที่ฝึกหัดขณะที่เขาใช้มือคว้าของขลังที่ปรากฏออกมาจากการ์ดอีกใบมาถือกลับหัว
1 ดาว
เจ้าที่ฝึกหัด
ประเภท : อัญเชิญ
วิญญาณสังเคราะห์ระดับต่ำที่สุดที่ถูกสร้างด้วยเครื่องกลั่นวิญญาณของสมาคม ใช้อาคมโจมตี เคลื่อนไหวเชื่องช้า พลังวิญญาณมีน้อยนิด
1 ดาว
มีดหมอ
ประเภท : ของขลัง
มีดอาคมระดับต่ำที่สุด วัสดุที่ใช้สร้างด้อยคุณภาพ สร้างความเสียหายให้เป้าหมายได้เพียงเล็กน้อย ไม่ควรหวังผลอะไรนัก
“ถึงจะเจอของจริงแต่แรก แต่เราก็ไม่ได้ดวงซวยนัก อย่างน้อยก็ได้การ์ดเจ้มาอยู่บนมือ” ศรัทธาพูดแล้วพุ่งไปช่วยเจ้าที่ฝึกหัดที่กำลังจะสลายไปพร้อมกับสัมภเวสีสี่ขาตนหนึ่ง และสุดท้ายจะเหลืออีกตนที่ศรัทธาต้องจัดการ ส่วนตัวปัญหาเลเวล 3 ที่เดินลงบันไดมาถึงมุมมืดของห้องโถงส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นพาให้ขนแขนลุกเกรียวนั้น ศรัทธา…ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของการ์ดอัญเชิญอีกใบที่เขากำลังจะเรียกใช้
“ช่วยหน่อยเจ้! อัญเชิญ!”
หมอผีหนุ่มเรียกใช้การ์ดที่ได้รับมาจากคนเป็นอาจารย์และเพิ่งนำใส่เข้าไปในเด็ค ซึ่งการ์ดใบนี้คือหนึ่งในการ์ดพิเศษที่แม้ในเวลานี้จะยังไม่ได้มีพลังมากมายนัก แต่ก็พอจะหวังผลได้ดีกว่าการ์ดอื่นในเด็คที่เขาได้จากสมาคม
หญิงสาวในชุดกระโปรงสีเขียวที่เคยเป็นเพียงภาพวิญญาณลางเลือนอยู่กับศรัทธาปรากฏกายต่อหน้าผีอีกตน และเมื่อเธอต้องทำหน้าที่ของภูตผีที่ถูกอัญเชิญ เธอก็เท้าเอวเชิดหน้ามองผีสาวผมยาวรุงรังนั้น และไม่ทันที่เธอจะขยับเท้า ผีหลงทางตนนั้นก็แผดร้องกลางโถงร้าง ทำเอานีนี่ถึงกับถอนหายใจ
“เสื้อผ้าหน้าผมไม่ได้ระดับแบบนี้ คิดจะมาเทียบรัศมีเจ้นีนี่…ตานีตัวแม่เรอะ!”
อาคม
Rare
นางตานี
ประเภท : อัญเชิญ
จำพวก: ผีไทย ธาตุดิน
การ์ดใบนี้มีวิญญาณนางตานีที่ยังไม่ไปสู่สุขติสิงสู่อยู่ โดดเด่นทางด้านพลังวิญญาณ และได้รับผลจากอาณาเขตทุกชนิดสองเท่า
- การ์ดใบนี้สามารถอัพเกรดได้
“ถึงเวลาทำงาน” ผีตานีพูดแล้วล้วงเอาสไบสีเขียวจากในกระเป๋ามาห่มพอเป็นพิธีและติดดอกกล้วยไม้ไว้บนผม “เข้ามาค่ะสาว!” นางตานีพูดแล้วคลอนศีรษะ และเมื่อผีหลงทางที่เป็นคู่ปรับพุ่งตรงแล้วเงื้อมือเข้าหา เธอก็พร้อมสวนเข้าปะทะ พร้อมเงื้อมือขึ้นสูง
“แบบนี้ต้องตบให้ไปเกิด!” เสียงพูดดังก้อง นีนี่มั่นใจว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่คู่มือ แต่สิ่งที่ตามมากลับไม่เป็นอย่างคาด เพราะทันทีที่เข้าปะทะ กลับเป็นเธอเองที่ถูกซัดจนลงไปนอนคลุกฝุ่น
“เจ้จะบ้าเรอะ! ตอนนี้เจ้เลเวลต่ำสุด ไม่ได้เก่งเหมือนตอนอยู่ในเด็คหลวงตานะ!” ศรัทธาตะโกนลั่น ในขณะที่ผีหลงทางกำลังพุ่งเข้ากะซ้ำให้ตาย ส่วนนางตานีที่พลาดท่าลงไปนอนกินดินปัดสไบที่เบี่ยงมาคลุมหน้าออกแล้วลุกขึ้นยืน
“ยัยบ้า…” ออร่าสีขาวที่คลุมร่างนางตานีอยู่ลดลงไปหนึ่งในห้า ผลจากการถูกโจมตีเพียงครั้งเดียวทำให้พลังสำหรับการคงรูปลดลง หากแสงสีขาวนั้นหายไปจนหมด ร่างของสิ่งที่ถูกอัญเชิญจะหายไปทันที และต้องรอเวลากว่าจะกลับมาใช้งานได้แตกต่างกันไป
สถานการณ์เริ่มตึงเครียด การเผชิญหน้ากับภูตผีในฐานะหมอผีมือใหม่ดูท่าจะหนักหนากว่าที่คาด และสิ่งที่ศรัทธาไม่รู้มาก่อน คือผีหลงทางตนนี้คือหนึ่งในสามเหตุผลที่ทำให้หมอผีมือใหม่คนอื่นไม่ย่างกรายมายังตึกร้างฝั่งนี้
ศรัทธาที่มีแค่มีดหมอระดับต่ำในมือกัดฟันหลบหลีกการโจมตีของสัมภเวสีสี่ขาแล้วอาศัยจังหวะสวนกลับ แต่ระดับพลังวิญญาณเลเวล 1 ของเขาในเวลานี้ทำให้ไม่ง่ายที่จะจัดการศัตรูแม้จะได้รับการฝึกมาแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายหลังหลบหลีกหาจังหวะอยู่นาน ในวินาทีที่สัมภเวสีตนนั้นกระโจนตัวลอย เจ้าหนุ่มนักไสยเวทก็ก้มตัวต่ำ แล้วยกมีดขึ้นแทงใส่จากด้านล่าง
“ตอนนี้แหละ!” หมอผีหนุ่มกัดฟันแทง และผลจากการโจมตีนี้ทำให้วิญญาณที่ลอยข้ามหัวได้รับความเสียหายหนักจนไอมืดที่คลุมทั้งร่างหายไปจนสิ้น
สัมภเวสีสี่ขาสลายกลับสู่วัฏสงสาร แต่ค่าพลังวิญญาณของศรัทธาเองก็อยู่ในระดับก้ำกึ่ง ทำให้เขาต้องระวังตัวหากคิดจะเข้าช่วยนางตานีที่เผชิญหน้ากับวิญญาณหลงทางที่เลเวลสูงกว่าพวกเขาสองระดับ
ศรัทธา
อาชีพ : หมอผีฝึกหัด
เลเวล : 1
พลังวิญญาณ : 12/24 หน่วย
พลังอาคม : 3/3 หน่วย
พรสวรรค์พิเศษ : ยังไม่เปิดใช้งานจนกว่าจะเลเวล 3
อาคมติดตัว : 1 บท
นางตานีเปลี่ยนสีหน้าพร้อมแววตา ศรัทธาเองก็หันมาเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายไปพร้อมกับผีในเด็ค และเมื่อเขาหันไปสบตากับนางตานี นีนี่ก็พยักหน้าแล้วพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้าม
“เปลืองตัวอีกแล้วฉัน!” นีนี่ส่งเสียงดังแล้วพุ่งเข้าหาวิญญาณหลงทางโดยไม่สนใจการโจมตีของอีกฝ่าย สุดท้ายเธอฝ่าไปประชิดร่างวิญญาณนั้นได้แล้วยื่นมือไปคว้าคอผีสาวหลงทางไว้ได้ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมสยบ ใช้เล็บจากสองมือข่วนใส่จนพลังการคงรูปของนางตานีเหลือไม่ถึงครึ่ง
“ทนหน่อยเจ้!” ศรัทธาพูดขณะย่อตัวต่ำแล้วพุ่งเข้าหาวิญญาณที่ถูกนางตานีกระชากคอไว้ และเมื่อมีดหมอในมือเขาแทงเข้าที่สีข้าง ผีสาวหลงทางก็ส่งเสียงร้องโหยหวนแล้วดิ้นสะบัด พร้อมทั้งหันมาโจมตีใส่ศรัทธา ทว่าหมอผีหนุ่มไม่ละความพยายาม เขากัดกรามแน่นแล้วแทงใส่ต่อเนื่อง โดยเขาประเมินไว้แล้วว่าค่าพลังวิญญาณของเขามีมากพอที่จะรับการโจมตีที่ว่า และน่าจะจบการต่อสู้นี้ได้ก่อนตัวเองจะสิ้นพลัง
ทว่าในจังหวะที่ศรัทธาแทงมีดหมอลงไปสุดแรง สิ่งไม่คาดฝันก็บังเกิด
“ฉิบหาย!”
หมอผีหนุ่มตาเบิกกว้าง มีดหมอในมือเขาแทนที่จะปักลงบนร่างของผีสาวตนนั้นกลับหักลงต่อหน้า ซึ่งเรื่องนี้ศรัทธาไม่ได้คำนวณไว้ เพราะเขาไม่เคยใช้เด็คที่จัดให้โดยสมาคม ทำให้ไม่รู้ว่ากระบวนการผลิตการ์ดของขลังจากทางสมาคมถูกยักยอกโกงกินแล้วสร้างของด้อยคุณภาพให้กับสมาชิก
เจ้าหนุ่มหมอผีไม่มีทางเลือก เขามองพลังวิญญาณของนางตานีแล้วรู้ว่าทนตรึงร่างผีหลงทางไว้ได้อีกไม่นาน แต่สิ่งที่เขาต้องทำต้องใช้เวลา
“รีบใช้! ฉันไหว!” เสียงนางตานีบอกแบบนั้น ทำให้ศรัทธาที่กำลังลังเลตัดสินใจกระโดดถอยหลังตั้งท่าแล้วล้วงเอาหลอดโลหะที่อยู่ในกระเป๋าออกมาแล้วเทลงพื้นก่อนยกมีดหมอที่ใบมีดหักขึ้นมาประกบมือพนม
“อิมินาตัวข้าผู้มี ตั้งหัตถ์ชุลี ร้อนถึงกรุงไกร ขอพระแม่ธรณีเป็นที่อาศัย ยามนี้ตั้งใจกรวดน้ำอธิษฐาน ขอแผ่กุศลต่อเทพเบื้องบนทุกชั้นวิมาน ชั้นใต้ลงไปถึงนาคบาดาล…”
ศรัทธาไม่เหลือทางเลือกอื่นนอกจากใช้อาคมประจำตัวที่ได้รับการถ่ายทอด และทันทีที่เขาเริ่มร่าย คมของมีดหมอที่หักบิ่นก็ถูกหุ้มด้วยพลังอาคมทีละน้อย
“ครูบาอาจารย์ บิดรมารดา ท่านแม่โพสพ ท่านรักษาจบทั่วโลกโลกา ปู่เพชรฉลูกัณฑ์ ธรณี คงคา อากาศ บรรพต ซอกห้วยเหวผา พระไพรเจ้าป่า เจ้ากรุงพาลี ขอแผ่ไมตรี คุณพระบารมีอย่าให้รู้เศร้าหมอง…”
ศรัทธารู้ดีว่าอาคมที่กำลังร่ายใช้เวลาแต่อดไม่ได้ที่จะร้อนใจ เพราะแสงวิญญาณของนางตานีใกล้จะเหือดหายสิ้น และผีหลงทางต้นนั้นก็หันมาจ้องที่เขาด้วยดวงตากร้าว
แสงสว่างด้านนอกสิ้นลง ยามโพล้เพล้เลือนหาย ชายหนุ่มไม่อาจทำสิ่งอื่นได้นอกจากรวบรวมสติร่ายเวทให้จบบท
“พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระราหู พระพฤหัส พระศุกร์ ทั่วทุกทั้งปองพระเสาร์ปกครอง ทั่วโลกแดนไกล…พระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ เจ้าบัญชีใหญ่ กรวดน้ำแผ่ไป ทั่วทุกองค์เทวา…”
“เร็วเข้า!” เสียงเร่งจากนางตานี แต่ศรัทธาเองก็เพ่งทุกอย่างไปที่บทสวดนี้เต็มที่แล้ว และในที่สุดบทสวดก็สิ้นสุด
“ศัตรูหมู่มารมารับกราบกราน เป็นมิตรเป็นมัย ขอให้แตกฉาน…นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ!”
สิ้นประโยคสุดท้ายมีดหมอที่หักบิ่นกลับกลายเป็นมีดผสานอาคม และทันทีที่ศรัทธาเชื่อมั่นว่าอาวุธในมือสามารถส่งสิ่งตรงหน้าสู่สัมปรายภพได้แน่ เขาก็แทงมีดเล่มนั้นใส่ร่างวิญญาณหลงทางที่เกือบทำให้นางตานีสิ้นพลัง
“สลายไปซะ!” เจ้าหนุ่มที่แยกเขี้ยวแล้วแทงมีดหมอใส่อีกครั้งตะโกนลั่นท่ามกลางราตรีที่ตามมาหลังจบเวลาผีตากผ้าอ้อม และทันทีที่ไอความมืดบนร่างผีสาวหลงทางเหือดหายจนสิ้น ร่างนั้นก็หยุดนิ่ง…
แล้วกร่อนสลายหายไปสู่สัมปรายภพ
ศรัทธาหอบตัวโยน ระดับเลเวลเขาน้อยเกินไปที่จะสู้ต่อเนื่องกับผีเลเวลสูงกว่าติดต่อกัน และเมื่อการเผชิญหน้าจบลง มีดหมอที่ถูกเรียกใช้รวมทั้งร่างของนางตานีที่อยู่เคียงข้างก็สลายกลับสู่เด็ค เหลือเพียงร่างวิญญาณของนีนี่ที่ลอยอยู่ข้างเขา
และเสียงจากสมาร์ตโฟนของศรัทธาที่เชื่อมต่อกับสายรัดข้อมือของศรัทธาก็ดังขึ้น
‘ระดับเลเวลเพิ่มเป็น 2’
‘ระดับวิญญาณการ์ดนางตานีเพิ่มเป็น 2 เรียนรู้อาคม…รากพสุธา’
‘ได้รับการ์ดอัญเชิญวิญญาณหลงทาง ระดับ 3 ดาว 1 ใบ’
3 ดาว
วิญญาณหลงทาง
ประเภท : อัญเชิญ
จำพวก: ผีไทย ธาตุลม
วิญญาณที่วนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ ไม่อาจพบทางกลับสู่ภพภูมิที่ถูกที่ควร ค่าพลังสูงกว่าเหล่าสัมภเวสีหนึ่งระดับ และมีความสามารถในการสิงร่างของวิญญาณอื่นทำให้วิญญาณนั้นหยุดการเคลื่อนไหวชั่วครู่
*ปู่เพชรฉลูกัณฑ์ ในบทสวดคือชื่อของพ่อปู่ฤาษีที่เป็นอวตารภาคหนึ่งของพระวิษณุที่อวตารมาเพื่อสอนสรรพวิชาให้กับมนุษย์ เป็นหนึ่งเก้าบรมครูฤาษีที่รับความเคารพยำเกรงมากที่สุด