ลาวเดินเครื่อง ‘โรงไฟฟ้าน้ำอูเฟส 2’ ดันหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางก้าวไปอีกขั้น
เวียงจันทน์, 26 ธ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (26 ธ.ค.) ลาวจัดพิธีเปิดหน่วยผลิตไฟฟ้าหน่วยแรกในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำน้ำอูแบบขั้นบันได ระยะที่ 2 ณ เมืองหลวงพระบาง ทางตอนเหนือของประเทศ
คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของลาว และประธานสมาคมมิตรภาพลาว-จีน และเจียงไจ้ตง เอกอัครราชทูตจีนประจำลาว เข้าร่วมพิธีดังกล่าว อันเป็นหมุดหมายแห่งการเริ่มเดินเครื่องหน่วยผลิตไฟฟ้าหน่วยแรกในระยะที่ 2 ของโครงการ ซึ่งตั้งอยู่ในแม่น้ำสายย่อยที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำโขงในลาว
โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำน้ำอูแบบขั้นบันได ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทพาวเวอร์ไชน่า (Power Construction Corporation of China-PowerChina) ภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (BRI) ของจีน และเป็นโครงการแรกที่บริษัทจีนเป็นผู้ดำเนินการเพื่อใช้ประโยชน์จากการพัฒนาลุ่มแม่น้ำในลาว นอกจากนั้นโครงการยังได้รับคำชมจากทั้งรัฐบาลจีนและลาว รวมถึงประชาชนทั้งของประเทศด้วย
การเดินเครื่องหน่วยผลิตหน่วยแรกโครงการระยะที่สอง เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าการก่อสร้างโครงการได้ก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นการส่งมอบพลังงานสะอาดที่มีคุณภาพสูงเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของลาว ทั้งยังเป็นการอัดฉีดแรงผลักดันใหม่ๆ สู่การพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างจีน-ลาวอีกด้วย
โครงการโรงไฟฟ้านี้มี 2 ระยะ พร้อมกำลังผลิตติดตั้งรวม (Installed Capacity) 1.272 ล้านกิโลวัตต์ และกำลังการผลิตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ราว 5.064 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (KWH) พร้อมรับรองว่าหากสร้างแล้วเสร็จ จะจ่ายไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ 12 ของการจ่ายไฟฟ้าทั้งหมดในลาว
คำมะนีกล่าวชื่นชมความสำเร็จอันสำคัญยิ่งในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำน้ำอู และความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมพลังงานลาว พร้อมทั้งชี้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการเพื่อความเป็นอยู่ที่สำคัญทางตอนเหนือของลาว ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพัฒนาสภาพการผลิตท้องถิ่น อีกทั้งแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน บรรเทาความยากจนในท้องถิ่น ตลอดจนนำพาการลงทุนเข้ามายังพื้นที่มากขึ้น
รัฐมนตรีกระทรวงฯ เสริมว่าโครงการนี้เป็นโครงการการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืนและมีคุณภาพสูงให้แก่ลาวได้ในปริมาณมาก
คำมะนีกล่าวว่าระหว่างการก่อสร้างนั้น โครงการนี้ยังช่วยแก้ไขปัญหาพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ บรรเทาความยากจน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสวัสดิการสังคมอื่นๆ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีแก่โครงการอื่นๆ พร้อมเสริมว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบแห่งความร่วมมือด้านไฟฟ้าและพลังงานระหว่างลาวและจีน
ด้านเจียงไจ้ตง เอกอัครราชทูตจีน กล่าวว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันพฤหัสบดี (26 ธ.ค.) คือการดำเนินการตามฉันทามติครั้งสำคัญที่ผู้นำระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเคยบรรลุร่วมกัน ทั้งยังเป็นความก้าวหน้าอันมั่นคงในการสร้างประชาคมจีน-ลาวที่มีอนาคตร่วมกัน และความสำเร็จสำคัญเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
ในการนี้ เอกอัครราชทูตจีนหวังว่า บริษัทพาวเวอร์ไชน่าจะเดินหน้าแบ่งปันประสบการณ์การสร้างและการดำเนินงานแก่ลาวต่อไป เพื่อรักษาบทบาทอันสำคัญยิ่งของโครงการในความร่วมมือทวิภาคี
หลี่เยี่ยนหมิง รองผู้จัดการทั่วไปของบริษัทฯ กล่าวว่าโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำน้ำอูได้สร้างความสำเร็จเชิงปฏิบัติการจำนวนมาก อาทิ ระบบสังเกตการณ์และรายงานแบบอัตโนมัติประจำลุ่มน้ำอู ให้การสนับสนุนด้านข้อมูลแก่ลาวเพื่อสร้างระบบการจัดการทรัพยากรน้ำและสภาพแวดล้อมทางน้ำแห่งชาติ การป้องกันอุทกภัย การลดการเกิดภัยพิบัติ และการจัดการควบคุมโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบรวมศูนย์
หลี่เสริมว่าโครงการโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะยังคงแบ่งปันแนวคิด เทคโนโลยี และอุปกรณ์ขั้นสูง รวมถึงประสบการณ์การดำเนินงานและการจัดการให้แก่ชาวลาว
ทั้งนี้ ระยะที่ 1 ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำน้ำอู ประกอบไปด้วยโรงไฟฟ้าน้ำอู 2, 5 และ 6 มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 540 เมกะวัตต์ (MW) และได้เริ่มเปิดใช้เชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2017 โดยจวบจนสิ้นปี 2019 โรงผลิตไฟฟ้าเหล่านี้มีปริมาณการผลิตไฟฟ้ารวม 4.7 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง จ่ายไฟฟ้าส่องสว่างให้ชาวลาวนับหมื่นหลังคาเรือน
ส่วนโครงการระยะที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าน้ำอู 1, 3, 4 และ 7 มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมอยู่ที่ 732 เมกะวัตต์ พร้อมกำลังการผลิตไฟฟ้า 2,874 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2020
เมื่อโรงไฟฟ้าทั้งหมดเริ่มเดินเครื่องอย่างเต็มรูปแบบ "ไข่มุกพราวทั้งเจ็ด" ที่มีลำน้ำอูร้อยต่อเป็นสาย จะช่วยผลักดันให้แผนหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง เปล่งแสงประกายในลาวมากยิ่งขึ้น ดังที่ระบุไว้ในเอกสารโครงการฯ