โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Osen” ละครทำอาหาร โลก(ไม่)สวย

DACO THAI

เผยแพร่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 05.00 น. • DACO THAI

"โอเซน" (Osen) ละครทำอาหาร โลก(ไม่)สวย ที่จบด้วยกินหัวไชเท้ากับซอสมะเขือเทศ!

ต้องยอมรับกันตามตรงว่าปัจจัยในการเลือกซื้ออาหารของคนสมัยนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติหรือราคา ทว่าสะดวกรวดเร็วก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการพิจารณาว่าเราจะกินอะไรดีในมื้อนั้น ๆ ดังจะเห็นได้จากธุรกิจการสั่งอาหารผ่านแอปฯที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดหลายเจ้า เพียงแค่เราสไลด์นิ้วอยู่บ้านไม่กี่ที อาหารก็ถูกนำมาส่งให้ถึงที่ นี่คือวิถีใหม่ในการเข้าถึงอาหารของคนยุคนี้ที่ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว

และเมื่อการทำอาหารมีกรรมการที่เรียกว่าเวลามาร่วมวง จึงไม่แปลกที่ความพิถีพิถันในการทำจะถูกลดทอน ไหนจะเรื่องราคาที่ต้องแข่งขันเพื่อทำโปรฯแข่งกับคนอื่นเขาได้ ผลลัพธ์สุดท้ายจึงกลายเป็นเรื่องคุณภาพอาหารที่ลดลงตามมา แต่เอาเข้าจริง คุณภาพอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของคนกินยุคนี้แล้วก็ได้ เรื่องรสชาติขอแค่ไม่แย่มาก ส่วนคุณภาพก็เอาแค่พอถูไถ เพียงเท่านี้คนยุคเราก็พร้อมใจกันปล่อยผ่าน ขอให้สะดวก รวดเร็ว บวกกับโปรฯดี ๆ หน่อยก็แล้วกัน

วิถีการเข้าถึงอาหารในรูปแบบใหม่ของคนยุคนี้ ทำให้เรานึกถึงละครญี่ปุ่นเก่า ๆ เรื่องหนึ่งที่เคยออกอากาศไปเมื่อ 13 ปีก่อน เป็นละครแนวอาหารที่มีเรื่องของการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยมาเป็นประเด็นหลัก เชื่อไหมว่าแม้ละครจะออนแอร์มาตั้งแต่ปี ค.ศ.2008 แต่สารที่นำเสนอผ่านละครเรื่องนี้ก็ไม่ได้เชยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ประเด็นต่าง ๆ ที่ถูกนำมาพูดถึงในละครตอนนั้น มันเข้าทางกับวิถีการกินในยุคปัจจุบันของพวกเราเหลือเกิน

เรากำลังพูดถึง "โอเซน" (おせん, Osen) หรือชื่อภาษาไทยคือ "เจ๊สาว จ้าวตำรับ" ละครแนวอาหารที่มีน้องยู อาโออิ แสดงนำ โอเซนเป็นเรื่องราวของฮันดะ เซน เด็กสาวรุ่นใหม่ที่พยายามจะรักษาขนบในการทำอาหารตำรับญี่ปุ่นดั้งเดิมเอาไว้ ในฐานะนายหญิงแห่งร้านอิชโชอัง ผู้สืบทอดร้านอาหารเก่าแก่กว่า 200 ปี! ท่ามกลางกระแสบริโภคนิยมที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว ร้านอาหารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าจะโดนคลื่นแห่งการบริโภคนิยมพัดกลืนไปด้วยหรือไม่ นั่นคือประเด็นที่เป็นคอนฟลิกซ์ของเรื่อง

หากพูดถึงเรื่องของการกิน สังคมญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้นก็ไม่ต่างจากคนยุคนี้เท่าไร คือเน้นเอาง่ายและสะดวกเข้าว่า ในขณะที่ร้านอิชโชอังนั้นตรงกันข้าม อาหารของโอเซนจะเน้นความละเอียดพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการทำ ตั้งแต่การตามหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตชั้นดี การคัดสรรวัตถุดิบที่ใช้ การตระเตรียมที่ต้องอาศัยทั้งเทคนิค เวลา และความชำนาญ ขณะที่ขั้นตอนการปรุงนั้นก็ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่กลับมีรายละเอียดยิบย่อยมากมายให้คนดูได้ตื่นตา และแน่นอนว่าการบริการในแบบที่เรียกว่า ‘โอโมเตะนาชิ’ ร้านอิชโชอังก็ให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน

ทว่าความน่าสนใจของละครเก่าเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่การโชว์ความเก่าหรือความเก๋าของคนทำอาหาร หากแต่เป็นการพูดถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนจนส่งผลกับอุปนิสัยการกิน เมื่อคุณค่าของอาหารถูกลดทอนด้วยชีวิตที่เร่งรีบ จึงมีการกระตุ้นเตือนคนดูอย่างเรา ๆ ให้เห็นถึงเสน่ห์ในการทำอาหารอีกครั้งอย่างตั้งใจ หากเราดูอย่างพิจารณาจะเห็นว่าแต่ละตอนของโอเซน มิใช่การโชว์เคล็ดลับในการทำอาหารให้อร่อย หากแต่เป็นความทุ่มเทและใส่ใจในการทำอาหารต่างหาก

กว่าจะได้มาซึ่งซุปมิโซะร้อน ๆ สักถ้วย ข้าวสวยร้อน ๆ สักชาม หรือแม้แต่หัวไชเท้าต้มรสธรรมชาติแท้ ๆ สักชิ้น ต้องค่อย ๆ ราดด้วยสต๊อกร้อน ๆ ทีละทัพทีลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสุกทั้งก้อน เพื่อที่จะเก็บกลิ่นรสและสีสันแบบเดิมของหัวไชเท้าเอาไว้ให้มากที่สุด พูดง่าย ๆ ว่าทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการที่ยากลำบากและต้องให้เวลากับมัน เพื่อให้รสธรรมชาติของอาหารนั้น ๆ ดำรงอยู่

เพราะหัวใจสำคัญในการทำอาหารของโอเซนคือการให้ความสำคัญกับคนกิน ซึ่งคำว่าคนกินในที่นี้ก็ไม่ได้พูดรวม ๆ แบบหว่านแห แต่หมายถึงแต่ละคนซึ่งเป็นลูกค้าของที่ร้าน เพราะแต่ละคนมีความชอบ รสนิยม และเงื่อนไขในการกินที่แตกต่าง การให้ความสำคัญกับคนกินของโอเซนจึงก่อเกิดเป็นความประทับใจ ทำให้มองเห็นคุณค่าของอาหารและความทุ่มเทใส่ใจของคนครัวขึ้นมาอีกครั้ง

แม้ความฟีลกู้ดในละครแนวทำอาหารของญี่ปุ่นจะเป็นของคู่กัน แน่นอนว่าละครเรื่องนี้ก็มีอะไรแบบนั้นอยู่ แต่ได้โปรดอย่าเหมารวมว่าละครเรื่องนี้ก็ไม่พ้นการเดินตามความคลิเชโลกสวยเดิม ๆ ของละครญี่ปุ่นแนวนี้ เพราะสิ่งที่ทำให้ละครเรื่องนี้ไม่ธรรมดาและน่าจดจำมากกว่าก็คือ ตอนจบของเรื่องที่ไม่โลกสวยเลยแม้แต่น้อย

ในตอนจบของเรื่อง เมื่อเด็กชายคนหนึ่งได้ลองกินหัวไชเท้าต้มของโอเซน เขารู้สึกว่ามันไม่มีรสชาติ จึงเอาซอสมะเขือเทศราดลงไปบนอาหารทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งซาชิมิ และหลังจากที่กินเสร็จ ก่อนขึ้นรถกลับ คนขับรถถามเด็กชายว่าอะไรอร่อยที่สุด คำตอบของเด็กชายคือซอสมะเขือเทศ

โอเซนเห็นแบบนั้นจึงบอกกับเด็กชายว่า ถ้าทำแบบนั้นทุกอย่างก็เป็นรสชาติเดียวกันหมดใช่ไหม วัตถุดิบแต่ละอย่างก็มีรสชาติเฉพาะตัวนะ เด็กชายตอบกลับประมาณว่าทำไมต้องสนใจ ขอแค่เป็นรสชาติที่ถูกปากก็พอ โอเซนจึงบอกเด็กชายอีกครั้งว่า เพราะมันทำให้เรากินได้อย่างสนุกกว่าน่ะสิ

แล้วละครก็จบลงแบบนั้น ไม่มีฉากที่จู่ ๆ เด็กชายก็รู้สึกประทับใจหรือเข้าถึงหัวอกคนทำอาหารอย่างที่มันควรจะมีในละครแนวนี้ โอเซนเองก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านหรืออยากเอาชนะให้ได้ ตรงกันข้าม เธอแสดงอาการยอมรับโดยดุษฎีว่าถึงเวลาที่ขนบในการทำอาหารแบบเก่าอาจต้องแพ้พ่ายให้กับยุคสมัย ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็ปฏิเสธไม่ได้ สังคมบริโภคนิยมก็แบบนี้ และคงไม่แปลกหากจะมีเด็กสักคนเห็นว่าการกินไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอแค่มีซอสมะเขือเทศทุกอย่างก็อร่อยได้

กล่าวโดยสรุป สิ่งที่โอเซนและละครเรื่องนี้ฝากไว้ คงไม่ใช่การบอกให้เราลุกขึ้นมารักษาวิถีดั้งเดิมเอาไว้อย่างตรงไปตรงมา แต่อาจเป็นแค่การส่งเมสเสจบางอย่างให้กับคนรุ่นพ่อแม่เช่นเราว่า จะสอนให้เด็ก ๆ ของเราเติบโตไปกับอาหารแบบไหน และเรียนรู้ที่จะสนุกกับรสชาติอย่างไร ส่วนตัวก็มีลูกชายกับเขาเหมือนกัน พอดูโอเซนจบเราก็พอที่จะเกิดวุฒิปัญญาขึ้นมาทันทีว่าควรจะสอนลูกชายอย่างไร ให้เขาได้รู้ซึ้งถึงรสชาติของอาหารและความสนุกในการกินอย่างรู้ค่า

เฮ้อ~ กว่าจะเขียนคอลัมน์นี้จบก็ดึกดื่นพอดี รู้สึกหิวขึ้นมาจนได้ ว่าแล้วก็เลือกแอปฯสั่งอาหารในมือเพื่อหาโปรฯดี ๆ โอ้! ร้านไก่ทอดสีแดงเจ้าประจำมีคูปองลดสองร้อยถ้าจัดชุดใหญ่ โอเค! จัดไปอย่าให้เสีย

และสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดเวลาสั่งไก่สำหรับเราก็คือ อย่าลืมคอมเมนต์เพิ่มไปว่าขอซอสเยอะ ๆ หน่อย

ไม่งั้นเดี๋ยวไม่อร่อยกันพอดี

"ภาพยนตร์ ข้าวกล่อง และความอบอุ่นใจ" คลิก
"จากการ์ตูนที่ถูกปฏิเสธก่อนเป็น Attack on Titan" คลิก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...