โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์แก้เกม “แทรเวลการ์ด” ยอดวูบ พลิกกลยุทธ์โอนเงินต่างประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 เม.ย. 2564 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 05.12 น.
FILE PHOTO : Mladen ANTONOV / AFP

พิษโควิดกระทบท่องเที่ยวต่างประเทศ แบงก์แห่แก้เกม “แทรเวลการ์ด” ปรับฟีเจอร์กระตุ้นช็อปออนไลน์แทน หลังยอดสมัครบัตรใหม่-ยอดใช้จ่ายวูบ “กสิกรไทย” ปรับกลยุทธ์บัตร “Journey- YouTrip” กระตุ้นใช้จ่ายในประเทศ-ช็อปออนไลน์ “กรุงไทย” ขยับเพิ่มฟีเจอร์โอนเงินสกุลต่างประเทศได้

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี (TMB Analytics) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้คนไทยไม่มีการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ประเมินว่าปี 2563 ที่ผ่านมามูลค่าการชำระเงินด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในต่างประเทศน่าจะหดตัวประมาณ 38% หรือมีมูลค่าราว 140,829 ล้านบาท

จากช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ที่เติบโตต่อเนื่อง คือปี 2560 เติบโต 4%, ปี 2561 เติบโต 14% และปี 2562 เติบโต 12% โดยก่อนโควิดมูลค่าการชำระด้วยบัตรทั้งเครดิตและเดบิตโตมาอย่างต่อเนื่อง เพราะคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศมาก โดยเฉพาะการชำระด้วยบัตรเดบิตโตเร็วมาก อย่างปี 2561 โตถึง 44% ปี 2562 โต 22% ซึ่งตรงนี้รวมทั้งการรูดซื้อของในต่างประเทศและรูดซื้อของออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศด้วย

อย่างไรก็ดี ปีที่ผ่านมาที่หดตัวหนัก ๆ เป็นบัตรเครดิตมากกว่า ส่วนบัตรเดบิตไม่ได้กระทบมาก เพราะมีช็อปออนไลน์มาช่วย

ทั้งนี้ ในช่วงที่กระแสท่องเที่ยวต่างประเทศบูม หลายสถาบันการเงินมีการออกบัตรเพื่อการท่องเที่ยวต่างประเทศ (แทรเวลการ์ด) มาแข่ง ทั้งที่เป็นบัตรเครดิตและบัตรเดบิต โดยมีการยกเว้นค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน (FX Rate) 2.5% และผลกระทบที่เกิดขึ้น แบงก์อาจจะต้องเปลี่ยนกลยุทธ์โดยหันไปโปรโมตเรื่องการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ไม่คิด FX Rate 2.5% แทน

นางสาวศิริพร วงศ์ตรีภพ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ยอมรับว่า บัตรเดบิต-บัตรเติมเงิน สำหรับการท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากช่วงที่โควิดระบาด และธนาคารได้ปรับกลยุทธ์ไปเน้นเรื่องการซื้อสินค้าออนไลน์แทนตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และพยายามกระตุ้นการใช้จ่ายออนไลน์เพิ่ม

อย่างไรก็ดีหากสถานการณ์ทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น น่าจะทำให้ยอดการสมัครบัตรและการใช้จ่ายในต่างประเทศกลับมาสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการท่องเที่ยวในต่างประเทศยังมีสูง และคาดว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศจะกลับไปสู่ระดับเดียวกับก่อนเกิดโควิดได้ในปี 2567 แต่การพัฒนาวัคซีนมีความรวดเร็วจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าการท่องเที่ยวน่าจะกลับมาสู่ปกติภายใน 1-2 ปีข้างหน้า

จากสถานการณ์ระบาดของโควิดส่งผลให้ภาพรวมบัตรเดบิต Journey มีจำนวนยอดสมัครบัตรใหม่และยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร (spending) ในต่างประเทศลดลง แต่ในทางกลับกัน บัตรยังได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทางธุรกิจ ศึกษาต่อ และอาศัยอยู่เป็นช่วงระยะเวลานาน

ปัจจุบันจำนวนบัตร Journey ของกสิกรไทย ณ สิ้นปี 2563 มีกว่า 5 หมื่นใบ มูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตร 2,020 ล้านบาท หมวดที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ร้านค้าเสื้อผ้า/แฟชั่น ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร สำหรับในปี 2564 ธนาคารตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรประมาณ 2,000 ล้านบาท

นางสาวศิริพรกล่าวว่า ธนาคารได้ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตรให้เหมาะสมกับช่วงที่ยังเดินทางไปต่างประเทศไม่ได้ โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ตามไลฟ์สไตล์ เพื่อใช้จ่ายภายในประเทศตลอดปี 2564 และมอบสิทธิประโยชน์ Miracle Lounge ให้ผู้ถือบัตรเพิ่ม 1 สิทธิฟรี ในปี 2564 รวมถึงเตรียมแผนสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศมากขึ้น และเตรียมพร้อมที่จะมอบสิทธิประโยชน์การท่องเที่ยวต่างประเทศทันทีเมื่อสถานการณ์กลับมาสู่ภาวะปกติ

“แม้ว่าจำนวนบัตรและยอดใช้จ่ายบัตร Journey จะลดลงตามภาวะ แต่ในทางกลับกัน ยอดใช้จ่ายผ่านออนไลน์ในไตรมาส 4 ปี 2563 มีการเติบโตมากกว่า 90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากจัดโปรโมชั่นพิเศษกระตุ้นการใช้จ่าย ทั้งการช็อปสินค้าออนไลน์ด้วยสกุลเงินต่างประเทศด้วยอัตราแลกพิเศษผ่านร้านค้าต่างประเทศและส่วนลดร้านค้าต่าง ๆ”

นางสาวศิริพรกล่าวอีกว่า ส่วนแอปพลิเคชั่นและบัตร YouTrip หลังจากเปิดตัวเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2562 พบว่าก่อนจะมีโควิด-19 ระบาด ตลาดให้ผลตอบรับค่อนข้างดี โดยมียอดสมัครเข้ามามากกว่า 1.6 หมื่นราย ในวันแรก และยังคงเติบโตต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

แม้ว่ายอดการใช้จ่าย offline ในต่างประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการใช้จ่ายในประเทศโซนยุโรป ซึ่งธนาคารได้ปรับตัวโดยเน้นการใช้จ่ายซื้อของต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ และจ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ทั้งโซนที่ชำระด้วยสกุลเงินดอลลาร์และสกุลอื่น ๆ เช่น เยน ญี่ปุ่น

นายพิชิต จงสฤษดิ์หวัง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างปรับฟีเจอร์บัตร Krungthai Travel Card เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยว ภายหลังจากที่มีการทยอยฉีดวัคซีนโควิดและตามแผนการเปิดประเทศของภาครัฐ

โดยนอกจากธนาคารจะมีแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วงที่ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้แล้ว ในเร็ว ๆ นี้ธนาคารจะมีบริการและฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติมโดยจะเปิดให้ลูกค้าสามารถใช้บัตร Krungthai Travel Card โอนเงินเป็นสกุลเงินต่างประเทศได้ผ่าน Krungthai NEXT จากเดิมผู้ถือบัตรจะใช้แค่รูดซื้อสินค้าได้เพียงอย่างเดียว

“เร็ว ๆ นี้ Krungthai Travel Card จะสามารถโอนเงินได้ นอกจากนี้ธนาคารจะเพิ่มฟีเจอร์ให้บัตรเดบิตบางประเภทสามารถซื้อเงินสกุลต่างประเทศได้เหมือน travel card และสามารถผูกกับกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) สามารถทำธุรกรรมได้ทั้งรูดซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงโอนเงินสกุลเงินต่างประเทศได้” นายพิชิตกล่าว

นายอนุวัติร์ เหลืองทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) กล่าวว่า ในช่วงที่มีโควิด-19 ทำให้การเดินทางไปต่างประเทศหยุดชะงักไป ธนาคารได้ปรับฟีเจอร์และเพิ่มแคมเปญในบัตรเครดิต TMB Absolute กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศแทน เน้นการสะสมและแลกคะแนนที่ง่าย ทำให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรยังคงขยายตัว

โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งจากเดิมเน้นจุดเด่นเรื่องการท่องเที่ยวโดยให้สิทธิพิเศษในเรื่องไม่มีค่าธรรมเนียมในการแปลงสุกลเงินต่างประเทศ 2.5% สำหรับการใช้จ่ายในต่างประเทศเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...