นิวยอร์กชี้‘คนรายได้น้อย-คนผิวสี’โดน'โควิด-19'เล่นงานหนักสุด
22 พฤษภาคม 2563 สำนักข่าวซินหัวรายงาน การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ส่องสะท้อนความไม่เสมอภาคทางความมั่งคั่งและเชื้อชาติที่ฝังรากลึกอยู่ในมหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ หลังจากประชาชนที่อาศัยในชุมชนรายได้น้อยและชุมชนคนผิวสีเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดหนักที่สุด
แอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เผยว่าผลทดสอบแอนติบอดีเพื่อตรวจโรคโควิด-19 ของประชาชนท้องถิ่นราว 8,000 คน พบว่าย่านบรองซ์ (Bronx) ซึ่งผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันและชาวอเมริกันเชื้อสายลาติน มีอัตราผลตรวจเป็นบวกสูงสุดที่ร้อยละ 34 สวนทางกับอัตราเฉลี่ยทั่วเมืองที่ร้อยละ 19.9
การจัดอันดับตามรหัสไปรษณีย์ของเมืองพบว่าชุมชนที่ตรวจพบการติดเชื้อสูงสุด 10 อันดับแรก ตั้งอยู่ในย่านบรองซ์ บรูกลิน และควีนส์ ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยจำนวนมาก โดยอัตราการติดเชื้อสูงสุดถูกตรวจพบในชุมชนมอร์ริซาเนีย (Morrisania) ของย่านบรองซ์ ซึ่งพบผู้อยู่อาศัยมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกถึงร้อยละ 43 ขณะที่ชุมชนใกล้เคียงอื่นๆ อีก 9 แห่ง มีอัตราผลตรวจเป็นบวกมากกว่าร้อยละ 33
คัวโมเผยว่าเชื้อไวรัสยังคงแพร่ระบาดในชุมชนเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นแหล่งที่มาของผู้ป่วยรายใหม่ นิวยอร์กจึงจะร่วมมือกับนอร์ธเวลล์ เฮลธ์ (Northwell Health) ผู้ให้บริการด้านสุขภาพรายใหญ่ที่สุดของรัฐ เพื่อเพิ่มสถานที่ตรวจโรคโควิด-19 เป็น 44 แห่ง ในชุมชนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด
นอกจากนั้นนิวยอร์กจะขยายขีดความสามารถของการตรวจโรคโควิด-19 ในอาคารสาธารณะทั่วมหานครนิวยอร์ก จำนวน 40 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บังคับใช้การเว้นระยะห่างทางสังคมได้ยากเนื่องจากมีพื้นที่จำกัด
ด้านเขตรอบเมืองเอก (Capitol Region) ของรัฐนิวยอร์ก เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เริ่มกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ระยะที่ 1 เมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) ส่วนพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐอย่างนครนิวยอร์ก ลองไอแลนด์ และมิด-ฮัดสัน ยังไม่ผ่านเงื่อนไขที่จะกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้ง
ขณะเดียวกันนิวยอร์กได้อนุญาตให้จัดการชุมนุมทางศาสนาที่มีผู้เข้าร่วมสูงสุดไม่เกิน 10 คน ตั้งแต่วันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) เป็นต้นไป โดยผู้เข้าร่วมควรสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างทางสังคม
“ผมเข้าใจว่าประชาชนต้องการเข้าร่วมพิธีทางศาสนาโดยเร็วที่สุด แต่เราจำเป็นต้องหาวิธีที่จะจัดงานอย่างปลอดภัยและชาญฉลาดที่สุด”
ทั้งนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ รายงานว่านิวยอร์กมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวมอยู่ที่ 354,370 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 28,636 ราย เมื่อนับถึงเวลา 14.32 น. ของวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ตามเวลาประเทศไทย โดยนิวยอร์กยังคงเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดของสหรัฐฯ