โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ส.ส.เพื่อไทย’ อัด ‘บิ๊กตู่’ ปม ‘เหมืองอัครา’ เจ้าตัวลุกซัดกลับหนี้จำนำข้าว!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 ก.พ. 2564 เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 06.26 น. • The Bangkok Insight

"ส.ส. เพื่อไทย" จัดหนักปม "เหมืองอัครา" ลั่นหากไทยต้องแพ้คดีต้องจ่ายค่าโง่ "พล.อ.ประยุทธ์" ต้องจดจำไว้ในมโนสำนึก ด้าน "นายกรัฐมนตรี" ลุกขึ้นชี้แจงพร้อมสวนกลับหนี้ "จำนำข้าว"

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง โดยมีระเบียบวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นวันที่สอง น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า สืบเนื่องจาก นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งระงับกิจการเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ ส่งผลให้บริษัทบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ต้องยุติกิจการ รวมทั้งเป็นเหตุให้บริษัทบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่ตัดสินใจฟ้องราชอาณาจักรไทย โดยมีการประเมินว่าคดีนี้ไทยอาจจะแพ้ได้และต้องชดใช้ค่าเสียหายกว่า 750 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 22,500 ล้านบาท นั้น

น.ส.จิราพร กล่าวว่า ในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ในการประชุมร่วมรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงแทนว่า รัฐบาลไทยมีโอกาสชนะ เพราะจากการตรวจสอบของกระทรวงอุตสาหกรรมพบว่า บริษัทดังกล่าวทำผิดเงื่อนไข คือสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทไม่สามารถดูแลความเรียบร้อย และทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ จึงเป็นเหตุให้ต้องสั่งปิดเหมืองแร่ แต่คำชี้แจงไม่เห็นความจริง

เพื่อไทย

เพราะเมื่อปี 2558 พล.อ.ประยุทธ์ ให้ 4 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทดังกล่าว และมีการตั้งคณะทำงานขึ้นหลายคณะ เพื่อตรวจสอบแล้วเสร็จ ผลปรากฏว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องแนวทางแก้ไขผลกระทบ จากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ซึ่งมีสาระสำคัญว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การทำเหมืองแร่ทองคำดังกล่าว สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่จริงหรือไม่

ทั้งนี้ ปี 2559 กรมอุตสาหกรรมและกรมเหมืองแร่ ได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้มาตรา 44 การปิดเหมืองแร่ว่า หากการใช้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับชัดเจน จะส่งผลกระทบต่อการลงทุน และไม่เห็นด้วยกับการนำมาตรา 44 มาบังคับใช้กับกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ ได้มีการส่งผลการประชุมดังกล่าวไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ โดยได้แนบสองแนวทาง คือ

1.การใช้กฎหมายตามปกติและดำเนินตามขั้นตอน

2.การใช้อำนาจมาตรา 44 ระงับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ

ทั้งนี้ แม้จะมีหน่วยงานคัดค้าน แต่พล.อ.ประยุทธ์ ยังใช้มาตรา 44 และการที่นำหลักฐานมาแสดงไม่ใช่เพื่อปกป้องบริษัทคิงส์เกต ฯ แต่ต้องการให้เห็นถึงความชอบธรรมการใช้อำนาจที่ไร้จิตสำนึกความรับผิดชอบร้ายแรงต่อประเทศ และนำมาสู่การฟ้องร้อง

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครม. เดือนมิถุนายน 2563 มีมติปรากฏในเอกสารลับที่สุด ของรายงานคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทย กับบริษัทคิงส์เกตฯ โดยไฮไลท์ในหนังสือเขียนไว้ว่า หากตกลงกันได้บริษัทคิงส์เกตฯต้องถอนคดีจากอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเอกสารนี้ชี้ชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบรู้เห็นเป็นใจว่า ไทยแพ้คดี และมอบหมายให้หน่วยงานเจรจาเพื่อยอมความ มอบนโยบายให้เอาทรัพยากรของประเทศประเคนให้เพื่อให้เขายอมถอน

อย่างไรก็ตาม หากจะสู้คดีมีที่ไหนจะต้องยอมความ ซึ่งสิ่งที่ดำเนินการย้อนแย้งกับที่ได้ลั่นวาจาไว้ได้สั่งการไปแล้วว่า ภายในสิ้นปี 2559 จะไม่มีการทำเหมืองแร่อีกต่อไป และต้องไม่มีเหมืองทองอีกต่อไป

"ถ้าไทยต้องแพ้คดีและจ่ายค่าโง่ ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จดจำไว้ในมโนสำนึกว่า กำลังทำลายอนาคตของลูกหลาน และคนไทยทั้งประเทศ เพียงเพราะการลุแก่อำนาจ จะเป็นบทเรียนราคาแพง และเจ็บปวดของประเทศ ท่านปัดความรับผิดชอบครั้งนี้ไม่ได้ ต้องตอบให้ได้ว่า จะสู้คดีให้ถึงที่สุดแบบไปตายเอาดาบหน้า หรือจะยอมเอาทรัพยากรของประเทศประเคนให้ต่างชาติ เพื่อแลกกับการถอนฟ้อง ถ้าท่านเดินหน้าต่อสู้คดีจนถึงที่สุดแล้วแพ้ อยากถามว่าจะเอาเงินส่วนใดไปจ่าย จะเอางบแผ่นดินหรือเงินส่วนตัว และถ้าท่านเลือกใช้วิธีการเจรจาต่อรองเอาผลประโยชน์ของประเทศ แผ่นดินไปยกให้บริษัทเอกชน ขอเรียนว่าพรรคเพื่อไทยจะจับตาประเด็นนี้ เพราะแนวโน้มไทยมีโอกาสแพ้คดี 100 เปอร์เซ็นต์" ส.ส.เพื่อไทย กล่าว

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า สิ่งสำคัญที่อาจกระทบต่อการพิจารณาคดี คือ เอาเรื่องที่อยู่ในชั้นศาลเอาออกมาพูดภายนอก และฝ่ายค้านได้นำมาอภิปรายให้ข่าวกับสื่อหลายครั้ง ซึ่งปรากฏว่าเป็นการคาดการณ์เอาเองทั้งสิ้น เป็นการนำตัวเลข จากข้อมูลที่เป็นข้อเสนอ หรือคำให้การแต่ละฝ่ายที่ไม่เป็นทางการ ยังไม่ได้ข้อยุติซึ่งเป็นอันตราย ดังนั้น ยังไม่ปรากฏเป็นความจริง เรื่องยังอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย รวมถึงขั้นตอนการเจรจาหารือของผู้พิพาท ไม่สามารถไปชี้นำได้

ส่วนที่กล่าวหาว่าใช้อำนาจมาตรา 44 นั้น คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่ไปปิดเหมือง แต่เป็นเรื่องการต่อสัมปทานซึ่งมีคำสั่งทุกเหมืองในประเทศไทย ในการต่อสัมปทานอาชญาบัตร จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจากข้อสงสัยของประชาชนที่เรียกร้องมา ถึงแม้ไม่มีข้อยุติอย่างชัดเจน แต่มีหลักฐานจากโรงเรียน ครู จำเป็นต้องตรวจสอบ เราไม่ได้ปิดเหมืองแร่อัคราฯ แต่เพียงเหมืองเดียว แต่การจะต่ออาชญาบัตรต้องแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว และบริษัทไหนที่แก้ได้ตามนั้นก็เปิดเป็นปกติการที่เขาจะได้หรือไม่ได้ อยู่ที่การเจรจาพูดคุย ไม่ได้เสนอประโยชน์ เราต้องคำนึงถึงประโยชน์ชาติและประชาชน

วันนี้เรามีพ.ร.บ.แร่ ปี 2560 ออกมาแล้ว เราสามารถถลุงแร่ ส่งออกแร่เองได้ ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าให้กับประเทศมากขึ้น ถ้าเราสำรวจแร่พบ อาจเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตแร่ทองคำ เพราะที่ผ่านมาเรานำไปถลุงแร่ที่ต่างประเทศทั้งสิ้น ซึ่งกฎหมายใหม่ให้มีการถลุงแร่ทองอย่างเดียวที่บอกว่าขอบริษัทอัคราฯ ขอที่เป็นแสนไร่ เป็นแค่การขอสำรวจ แต่การขอดำเนินการเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สำรวจเจอตรงไหนก็ต้องดูว่าจะอนุญาตได้หรือไม่ ประชาชนจะยอมหรือไม่ วันนี้นำหลักการสิทธิมนุษยชนในการประกอบการธุรกิจมาประกอบ เท่าที่ทราบบริษัทเขาปรับตัวแล้ว ถ้าที่ไหนที่ประชาชนไม่อยากได้เขาก็หลีกเลี่ยงให้อยู่แล้ว

ทุกวันนี้เรามีภาระที่จะต้องจ่ายในเรื่องผลการขาดทุนจากการดำเนินการที่เสียหายของโครงการรับจำนำข้าว โครงการนี้ได้ชดเชยไปแล้ว 7.05 แสนล้านบาท วันนี้เหลือหนี้จำนำข้าว อยู่ที่ปี 2563 ประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ยอีก 800 ล้านบาท และยังต้องตั้งงบประมาณชดเชยแบบไม่ได้อะไรเลย ปีละ 20,000 ล้านบาท และต้องตั้งไปอีก 12 ปี ตนก็เสียดาย 

นอกจากนี้ยังมีภาระหนี้จากโครงการบ้านเอื้ออาทร ทิ้งหนี้ให้กับการเคหะกว่า 20,000 ล้านบาท มีบ้านที่สร้างเสร็จแล้วขายไม่ได้อีกหลายหมื่นยูนิต สิบปีที่ผ่านมาการเคหะแบกรับโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ล้มเหลวยอดความเสียหาย 10 ล้านบาทไม่รวมหนี้เน่าและภาระดอกเบี้ยที่กู้มา

"รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้แก้ไขปัญหาทุกประเด็นที่กล่าวมาแล้ว รัฐบาลไม่ต้องการขึ้นภาษีกับใคร เห็นหรือไม่ว่ายังไม่ได้ขึ้นภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่รายได้ประเทศตอนนี้ลดลง ฉะนั้นการที่บอกว่าให้คนนั้นคนนี้น้อยไปมากไป ลองคิดให้ละเอียดไม่ต้องถึงกับเป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็ได้" นายกรัฐมนตรี ชี้แจง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...