โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมพระอภัยมณีเป่าปี่ ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 มิ.ย. 2567 เวลา 06.39 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 10.12 น.
หุ่นขี้ผึ้งชุด “พระอภัยมณี” ที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม

วันที่26 มิถุนายนเป็นวันเกิดของ สุนทรภู่ อาลักษณ์ที่มีความสามารถเชิงกวี สุนทรภู่มีผลงานแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับมากมาย โดยเฉพาะผลงานเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของสุนทรภู่คือพระอภัยมณี เมื่อปี พ.ศ. 2529 ในโอกาสครบรอบ200 ปีชาตกาล สุนทรภู่ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านงานวรรณกรรม จึงถือเอาวันที่26 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันสุนทรภู่ เป็นวันสำคัญด้านวรรณกรรมของไทย

พระอภัยมณี ซึ่งมีเค้าโครงเรื่องสนุก จินตนาการล้ำยุค ตัวละครจากหลากหลายชนชาติ ฯลฯ ตัวเอกของเรื่องคือพระอภัยมณีมีความสามารถในวิชาปี่ พระอภัยเป่าปี่หลายต่อหลายครั้งเพื่อการศึก, เกี้ยวสาว ฯลฯ ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งที่มีการกล่าวถึวกันมากมาย

สมชายพุ่มสอาดค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวจำนวนครั้งที่พระอภัยเป่าปี่และอธิบายเหตุที่เป่า เขียนไว้ใน บทความชื่อปี่พระอภัย โดย ตีพิมพ์ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนมิถุนายน2527 ที่หลายท่านว่าพระอภัยเป่าปี่10 ครั้ง แต่สมชาย พุ่มสอาด ค้นคว้าและสรุปว่าพระอภัยเป่าปี่13 ครั้ง

ซึ่งขอคัดย่อและเรียบเรียงมานำเสนออีกครั้งเพื่อระลึกถึงสุนทรภู่

เป่าปี่ครั้งที่1

พระอภัยเป่าปี่ครั้งแรกตอนเรียนวิชากับท่านศาสตราจารย์ดร.ทิศาปาโมกข์อธิการบดีแห่งจันตคามUniversity หลังจากที่ฟังLecture ภาคทฤษฎีแล้วอาจารย์ก็พาไปเรียนภาคปฏิบัติ

แล้วพาไปยอดเขาให้เป่าปี่ ที่อย่างดีสิ่งใดก็ได้สิ้น

แต่เสือช้างกลางไพรถ้าได้ยิน ก็ลืมกินน้ำหญ้าเข้ามาฟัง”

เป่าปี่ครั้งที่2

เมื่อพระอภัยมณีและศรีสุวรรณถูกขับไล่ออกจากเมืองมาพบกับ3 พราหมณ์ซึ่งสงสัยว่าไปเรียนทำไม่วิชาปี่ พระอภัยจึงอธิบายให้ฟังว่า

“ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช จตุบาทกลางป่าพนาสิน

แม้ปี่เล่าเป่าไปให้ได้ยิน ก็จุดสิ้นโทโสที่โกรธา

ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา

ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญาณ์ จงนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง”

ส่วนเพลงปี่ที่ใช้ก็กล่าวว่า

“ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย ยังไม่เคยได้ชิดพิสมัย

ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย”

ผลก็คือทั้งคณะหลับกันหมดส่วนนางผีเสื้อสมุทรที่ได้ยินแล้วไม่หลับเพราะไม่ใช่มนุษย์ครุฑเทวดาและสัตว์4 เท้า แต่เป็นอมนุษย์ จึงไม่เข้าข่าย

เป่าปี่ครั้งที่3

ตอนที่14 เมื่อนางผีเสื้อสมุทรตามอาละวาดด้วยความแค้นที่พระอภัยหนีมาจึงเที่ยวทำร้ายผู้คน พระอภัยต้องเป่าปี่ให้นางขาดใจตายก่อนที่จะเป่าปี่พระอภัยบอกให้พรรคพวกของตนเอาน้ำลายมาอุดหู ตัวเองก็ลาเพศฤษี เพื่อจะได้ไม่ทุศีล แล้วเริ่มภาวนาคาถาอาคมตามตำรับไสยเวทก่อนจะลงมือเป่าปี่

“แล้วทรงเป่าปี่แก้วให้แจ้วจับใจ สอดสำเนียงนิ้วเอก วิเวกหวาน

พวกโยคีผีสางทั้งนางมาร ให้เสียวซ่านวาบวับจับหัวใจ”

ฝ่ายนางผีเสื้อสมุทรเมื่อได้ยินเพลงปี่

“แต่เพลินฟังนั่งโยกจนโหงกหงุบ ลงหมอบซุบซวนซบสลบไสล

พอเสียงปี่ที่แหบหายลงไป ก็ขาดใจยักษ์ร้ายวายชีวา”

เป่าปี่ครั้งที่4

ตอนที่18 พระอภัยมณีโดยสารเรืออุศเรนเป่าปี่เรียกสินสมุทร

“พระเป่าปี่เปิดเสียงสำเนียงเอก เสนาะดังฟังวิเวกกังวานหวาน

ละห้อยหวนครวญเพลงบรรเลงลาน โอ้สงสารสุริย์ฉายจะบ่ายคล้อย

ที่คลาดแคล้วแก้วตามาว้าเหว่ ท้องทะเลแลเปล่าให้เศร้าสร้อย

ป่านนี้น้องสองคนกับลูกน้อย จะล่องลอยไปอยู่หนตำบลใด

สินสมุทรไม่มาหาบิดาเลย พ่อจะเชยใครเล่าเจ้าพ่ออา”

สินสมุทรได้ยินเสียงปี่ก็รู้ทันทีว่าพ่อเรียกหา ก็รีบเดินทางมาทันที

เป่าปี่ครั้งที่5

ตอนที่27 เป็นการเป่าปี่เพื่อจับเจ้าละมานที่อาสามาตีเมืองเพราะหวังในตัวนางละเวงพระอภัยทราบข่าวก็สั่งให้ตีกรงเหล็กรอไว้ขังเจ้าละมานเมื่อยกทัพมาถึงว่าแล้วพระอภัยก็เป่าปี่

“หยิบปี่แก้วแล้วชูขึ้นบูชา พอลมมาเพลาเพลาทรงเป่าพลัน

เปิดสำเนียงเสียงลิ่วถึงนิ้วเอก หวานวิเวกวังเวงดังเพลงสวรรค์

ให้ชื่นเฉื่อยเจื่อยแจ้วถึงแก้วกรรณ เหล่าพวกฟันเสี้ยมฟังสิ้นทั้งทัพ

ยืนไม่ตรงลงนั่งยิ่งวังเวก เอกเขนกนอนเคียงเรียงลำดับ

เจ้าละมานหวานทรวงง่วงระงับ ล้มลงหลับลืมกายดังวายปราณ

เหตุการณ์ตอนนี้มีบางท่านว่าคล้ายประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่3ตอนจับตัวเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์มาขังไว้ที่สนามหลวงเนื่องจากคิดขบถ

เป่าปี่ครั้งที่6

ตอนที่30 พระอภัยตีเมืองลังกา นางละเวงวางกลดักพระอภัย พระอภัยเสียทีแต่เมื่อตั้งสติได้ก็หยิบปี่ขึ้นมาเป่าแก้สถานการณ์

“ตกพระทัยในอารมณ์ไม่สมประดี จึงทรงปี่เป่าห้ามปรามณรงค์

วิเวกหวีดกรีดเสียงสำเนียงสนั่น คนขยั้นยืนขึงตะลึงหลง

ให้หวิววาบซาบทรวงต่างง่วงงง ลืมณรงค์รบสู้เงี่ยหูฟัง

พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต ให้คนคิดถึงถิ่นถวิลหวัง

ว่าจากเรือนเหมือนนกมาจากรัง อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแงคอย

……..

วิเวกแว่วแจ้วเสียงสำเนียงปี่ พวกโยธีทิ้งทวนชนวนเขนง

ลงนั่งโยกโงกหงับทับกันเอง เสนาะเพลงเพลินหลับระงับไป”

เป่าปี่ครั้งที่7-9 (เป่าปี่3 ครั้ง)

ตอนที่31 พระอภัยเป่าเรียกนางละเวง

“แล้วนึกได้วิชาพฤฒาเฒ่า จะลองเป่าปี่ประโลมนางโฉมศรี

ให้งามสรรพกลับมาให้พาที แล้วทรงปี่เป่าเกี้ยวประเดี๋ยวใจ”

พอนางละเวงได้ฟังเพลงปี่ก็

“คิดกำหนัดอัดอั้นหวั่นวิญญาณ์ นั่งนึกน่าจะใคร่ปะพระอภัย

เธอพูดดีปี่ดังฟังเพราะ จะฉอเลาะลูบต้องทำนองไหน”

แล้วนางละเวงก็มาหาพระอภัย พอนางละเวงมาถึงพระอภัยก็วางปี่เข้าคว้าไขว่ นางละเวงพอรู้สึกตัวก็ขับม้าหนีไป พระอภัยเป่าปี่อีก นางก็ไม่กลับมาเหนื่อยไปเอง

เป่าปี่ครั้งที่10

พระอภัยก็เป่าปี่ปลุกทัพถ้าไม่เป่าปี่มีหวังยุ่งชุลมุนกันตายเพราะคนทั้งสองทัพตกจำนวนแสนมาหลับกันหมดถ้าหากจะปล่อยให้ตื่นเองคนละทีสองทีก็อาจเหยียบกันตายไม่รู้ว่าชาวฝรั่งชาวไทยคนจะสับสนน่าดูจะบังคับบัญชากันไม่ติดนางละเวงจึงขอร้องให้พระอภัยปลุกทัพคือให้ตื่นก่อนกำหนดโดยการเป่าถอนอำนาจปี่

“ดำริพลางทางลงแล้วทรงปี่ เรียกโยธีไพร่นายทั้งซ้ายขวา

ให้วาบแว่วแก้วหูรู้วิญญาณ์ ต่างลืมตาตกใจทั้งไพร่นาย”

เป่าปี่ครั้งที่11

ตอนที่35 นางยุพาผกาทำอุบายให้พระอภัยเป่าปี่ ตอนติดท้ายรถเข้าเมืองลังกา

“พระฟังคำรำลึกพอนึกได้ ดีพระทัยที่จะชมประสมสอง

หยิบขี้ผึ้งที่เธอทำขึ้นสำรอง โยนให้ย่องตอดบ้างทั้งธิดา

อันปรอทหยอดหูสู้ไม่ได้ มันเหลวไหลเข้าในหนังในมังสา

แล้วแลดูสุริยนพอสนธยา หยิบปี่มาเป่าเพลงวังเวงใจ”

พอนางหลับหมดพระอภัยก็ปลอมตัววเป็นนางละเวงนั่งรถเข้าลังกาสบายไป

เป่าปี่ครั้งที่12

ตอนที่44 ชั้นลูกหลาน พระอภัย ศรีสุวรรณ เกิดรบทัพชุลมุนวุ่นวาย พระอภัยจึงเป่าเรียกนางละเวงและกองทัพทังหมด

“แล้วพระองค์ลงจากม้าที่นั่ง ขึ้นหยุดยั้งอยู่บนเนินเชิงเทินผา

คิดรำพึงถึงลูกสาวเจ้าลังกา หยิบปี่มาเป่าดังเป็นกังวาน

แต่ไม่ให้ไพร่พลผู้คนหลับ ให้วาบวับแว่วเพลงวังเวงหวาน

วิเวกโหวยโหยไห้อาลัยลาน โอ้ดึกป่านนี้แล้วแก้วกลอยใจ”

เรื่องร้อนถึงพระฤษีเกาะแก้วพิสดารต้องมาเทศน์โปรดจนเกิดความสามัคคีกันแก่ทัพทั้ง2 ว่า

“กูคนซื่อถือสัตย์จะตัดสิน ให้หายสิ้นโมโหที่โทษา

ด้วยแรกเริ่มเดิมนั้นนางวัณฬา จะลวงฆ่าพระอภัยเสียให้ตาย

ข้างโน้นมีปี่เป่าเป็นเจ้าเล่ห์ ฝ่ายข้างนี้มีเสน่ห์เหมือนนึกหมาย

แต่สตรีดีกว่าจึงพาชาย ให้หลงตายติดขังอยู่วังใน”

เป่าปี่ครั้งที่13

ตอนที่61 พระอภัยเป่าปี่ครั้งสุดท้ายเนื่องจากลูกหลานเกิดรบกันอีก ร้อนถึงพระอภัยต้องเป่าปี่จับ

วลายุกาวายุพัฒน์หัสกัน

“ฝ่ายองค์พระอภัยเห็นใกล้คํ่า จึงวักน้ำลูบปี่อธิษฐาน

เป่าเสียงสูงฝูงคนเหลือทนทาน ก้องกังวานวาบวับเสียวจับใจ”

แน่นอนการเป่าปี่แต่ละครั้งแสดงถึงความรู้ความสามารถของพระอภัยซึ่งสมชายพุ่มสอาดอธิบายไว้ว่า

อาจแบ่งออกได้เป็น2 ระดับคือในระดับแรกเป็นความรู้ในทางปฏิบัติจริงๆนั่นก็คือความชำนาญในการเป่าปี่หรือดีดพิณซึ่งมีลักษณะเดียวกับการรบพุ่งและการนี้ก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ดีคือปี่ที่เป่าเพราะเสนาะเสียงยินสำเนียงถึงไหนก็ใหลหลงแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความสำเร็จอันแรกนี้ย่อมขึ้นกับความรู้ในระดับที่สองนั่นก็คือความรู้ในเล่ห์กลโลกาห้าประการคือรูปรสกลิ่นเสียงเคียงสัมผัสเพื่อว่าจะได้เอาปี่เป่าเล้าโลมน้ำใจคนได้…”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 มิถุนายน 2560

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมพระอภัยมณีเป่าปี่ ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...