โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"วัฒนาวิทยาลัย" โรงเรียนมิชชันนารีหญิงแห่งแรกของสยาม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 พ.ย. 2562 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 06.16 น.
อาคารเรียนที่โรงเรียนวังหลัง ซึ่งขยายขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรองรับนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้นก่อนจะย้ายมาสู่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบัน

ใน พ.ศ. ๒๓๙๕ นายแพทย์เฮาส์ หรือหมอเหา หนึ่งในกลุ่มมิชชันนารีชาวอเมริกันที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ นิกายโปรเตสแตนต์ ได้ก่อตั้งโรงเรียนมิชชันนารีชายแห่งแรกขึ้นในสยาม (อ่าน “กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย” โรงเรียนมิชชันนารีชายแห่งแรกของสยาม) ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และแต่งงานกับนางสาวแฮเรียต เอ็ม. เพ็ททิต แล้วจึงเดินทางมายังสยามอีกครั้งพร้อมกับภรรยาใน พ.ศ. ๒๓๙๙

ภายหลังจากที่หมอเฮาส์กลับมายังสยามได้ ๑ ปี โรงเรียนชายที่ตั้งอยู่ข้างวัดอรุณฯ ก็ถูกย้ายไปอยู่ที่ตำบลสำเหร่ ซึ่ง ณ โรงเรียนแห่งนี้ แหม่มเฮาส์ก็ได้เข้ามาช่วยสอนด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อสอนหนังสือให้กับเหล่าเด็กชายได้สักระยะ แหม่มเฮาส์ก็มีความคิดว่าอยากจะให้โอกาสเด็กหญิงให้ได้มีความรู้ อ่านออกเขียนได้บ้าง จึงได้เริ่มต้นชักชวนเด็กหญิงมาที่บ้านพักของตน เพื่อสอนให้อ่านเขียน อีกทั้งยังสอนให้เย็บปักถักร้อย และสอนใช้จักรเย็บผ้าที่เธอนำมาจากอเมริกาอีกด้วย

การสอนหนังสือให้กับเด็กหญิงที่ดูจะดำเนินไปด้วยดีก็ต้องสะดุดลง เนื่องจากมีเด็กมาเรียนน้อยลงเรื่อย ๆ โดยสาเหตุที่ไม่มาเรียนก็เนื่องจากขาดรายได้จากการทำสวนทำไร่หาเงิน เพราะเอาเวลามาเรียนหนังสือ แหม่มเฮาส์จึงแก้ปัญหาด้วยการจ่ายค่าจ้างให้เด็กมาเรียนเท่า ๆ กับที่เด็กได้รับจากการทำสวน ทำให้มีเด็กหญิงกลับมาเรียนในจำนวนที่เพิ่มขึ้น

ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๑๔ แหม่มเฮาส์เริ่มมีปัญหาสุขภาพจึงเดินทางกลับไปยังประเทศอเมริกาเพื่อพักผ่อน ซึ่งการกลับไปครั้งนี้แหม่มเฮาส์ก็ยังได้รายงานการสอนหนังสือให้กับเด็กหญิงในสยามที่เธอทำต่อเนื่องมา ๑๐ ปี ทำให้ได้รับการสนับสนุนจากคริสตจักรและได้รับเงินทุนมาจัดตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กหญิงในสยามเป็นจำนวน ๓,๐๐๐ ดอลลาร์

เมื่อเดินทางกลับมายังสยามอีกครั้ง แหม่มเฮาส์ได้ใช้เงินทุนที่ได้ มาก่อสร้างโรงเรียนมิชชันนารีสำหรับเด็กหญิง ซึ่งแล้วเสร็จและเปิดทำการสอนครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๔๑๗ เรียกกันว่า “โรงเรียนวังหลัง” เพราะตั้งอยู่บริเวณวังหลัง นักเรียนที่เข้าเรียนนั้น นอกจากจะมีแต่ลูกชาวบ้านแล้วก็ยังมีลูกของเจ้านายและเหล่าข้าราชบริพารที่ต่างรู้จักและไว้วางใจแหม่มเฮาส์

กิจการของโรงเรียนวังหลังเจริญรุ่งเรืองเติบโต มีนักเรียนเพิ่มมากขึ้นทำให้จำเป็นต้องขยับขยายต่อเติมโรงเรียน แต่เนื่องจากแหม่มโคล หรือครูใหญ่โรงเรียนในขณะนั้นเห็นว่าไม่สามารถซื้อที่ดินเพิ่มเติมบริเวณวังหลังได้แล้ว จึงได้มองหาที่ดินแห่งใหม่ โดยใน พ.ศ. ๒๔๕๙ แหม่มโคลก็ได้ซื้อที่ดินที่ทุ่งบางกะปิเพื่อก่อสร้างอาคารเรียน

ใน พ.ศ. ๒๔๖๔ หลังจากที่อาคารเรียนสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงได้ทำการย้ายโรงเรียนจากวังหลังมาอยู่ ณ ทุ่งบางกะปิ ซึ่งแน่นอนว่าโรงเรียนในสถานที่แห่งใหม่นี้ไม่ใช่โรงเรียน “วังหลัง” อีกต่อไปแล้ว โรงเรียนวังหลังหรือกุลสตรีวังหลัง ที่ทุ่งบางกะปินี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น“โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย” หรือชื่อที่ยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน

แล้วที่ดินเดิมบริเวณวังหลังตอนนี้เป็นอะไร? 

ที่ดินเดิมบริเวณวังหลังถูกขายให้กับสมเด็จพระบรมราชชนกฯ เพื่อก่อสร้างเป็นหอพักพยาบาลของโรงพยาบาลศิริราชในเวลาต่อมา

(ข้อมูลจากบทความ “โรงเรียนมิชชันนารีชาย-หญิงแห่งแรกในสยาม กรุงเทพคริสเตียน-วัฒนาวิทยาลัย” เขียนโดย ผศ.ยุวดี ศิริ ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ตุลาคม ๒๕๕๔)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 สิงหาคม 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...