โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทำไมสหรัฐฯ ไม่ล้ม "สถาบันจักรพรรดิ" ของญี่ปุ่น หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 เม.ย. 2568 เวลา 15.36 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2568 เวลา 01.10 น.
มาโมรุ ชิเงมิตซึ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นขณะลงนามในเอกสารยอมจำนนในนามของพระจักรพรรดิ บนเรือรบมิสซูรี เมื่อวันที่ 2 กันยายน 1945

สงสัย! ทำไม สหรัฐอเมริกา ไม่ล้ม “สถาบันจักรพรรดิ” ญี่ปุ่น หลังสิ้นสุด สงครามโลกครั้งที่ 2

ญี่ปุ่นภายใต้การยึดครองของสหรัฐอเมริกา : การดำรงอยู่ของสถาบันจักรพรรดิ

ภายหลังที่ ญี่ปุ่น ประกาศยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ สหรัฐอเมริกา ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการเอเชียตะวันออกไกล (Far Eastern Commission) ได้ยึดครองและทำการปฏิรูปประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายพลเอกดักลาส แมคอาเธอร์ (Douglas MacArthur) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ่ายพันธมิตร (Supreme Commander for the Allied Power: SCAP) ซึ่งเป็นชื่อตำแหน่งและกองบัญชาการของนายพลแมคอาเธอร์

กองทัพของสหรัฐอเมริกาได้เข้ามายังญี่ปุ่นในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 และได้ทำการปฏิรูปญี่ปุ่นในด้านต่างๆ เป็นเวลาถึง 7 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะปรับปรุงประเทศให้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย และให้ญี่ปุ่นเป็นป้อมปราการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในโลกตะวันออก ในหัวข้อนี้จึงจะอธิบายถึงการดำรงรักษาสถานะของจักรพรรดิให้ไม่ตกเป็นอาชญากรสงคราม

การคงสถาบันจักรพรรดิเป็นประมุขของชาติ

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง สหภาพโซเวียต และสหราชอาณาจักร เรียกร้องให้ดำเนินการกับจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ในฐานะอาชญากรสงคราม แต่นายพลแมคอาเธอร์ ได้ต่อต้านการดำเนินคดีต่อองค์จักรพรรดิ และชี้แจงว่าการดำรงอยู่ขององค์จักรพรรดินั้น จะช่วยให้การดำเนินยึดครองและปกครองญี่ปุ่นเป็นไปด้วยความราบรื่น

การที่องค์จักรพรรดิมีบทบาทโดยตรงในการประกาศสงครามเป็นเพราะพระราชประเพณีที่ต้องทรงกระทำโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากการตัดสินใจเข้าร่วมสงครามเป็นของรัฐบาล และสภาที่ปรึกษาของแผ่นดิน หากองค์จักรพรรดิผู้เป็นศูนย์กลางของประชาชนถูกลงโทษไต่สวน ความโกลาหลและการแก้แค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของชาวญี่ปุ่นจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นวิธีเดียวที่จะทำให้คนญี่ปุ่นและชาวโลกอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ คือ การปกครองอย่างอะลุ้มอล่วย ให้คนญี่ปุ่นเรียนรู้วิธีการปกครองแบบประชาธิปไตยว่ามีค่ามากกว่าคณาธิปไตย เผด็จการ หรือคอมมิวนิสต์

แทนที่จะต้องคอยใช้กำลังปราบปรามการจลาจลของคนญี่ปุ่นโดยไม่ทราบว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด นายพลแมคอาเธอร์ จึงเสนอให้ยุติการเรียกร้องให้ลงโทษองค์จักรพรรดิโดยสิ้นเชิง

นอกจากนี้โจเซฟ ซี. กรู(Joseph C. Grew) เอกอัครราชทูตอเมริกันประจำโตเกียวในระยะก่อนสงครามนั้น ได้เสนอต่อรัฐบาลอเมริกันว่า

“การล้ม สถาบันจักรพรรดิ หรือการทำการไต่สวนใดๆ จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป และการสร้างญี่ปุ่น เพราะจะเกิดการจลาจลทั้งทางสังคมและทางการเมืองแน่นอน แม้องค์จักรพรรดิเองจะทรงมีพระราชประสงค์ที่สละราชบัลลังก์ เพราะทรงสำนึกในความรับผิดชอบของพระองค์เองก็ตาม”

นอกจากนั้นองค์จักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ทรงต้องการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการเกิดสงคราม และทรงเปลี่ยนแปลงพระองค์เองด้วย ในวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1945 องค์จักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ได้เสด็จไปพบนายพลแมคอาเธอร์ ที่อาคารดะอิ อิชิ (Dai Ichi Building) ศูนย์บัญชาการของกองบัญชาการสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตร ในกรุงโตเกียว

พระองค์เข้าเจรจากับนายพลแมคอาเธอร์โดยผ่านล่ามในการเจรจา พระองค์ทรงแสดงความรับผิดชอบต่อบทบาทของ ญี่ปุ่น ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเต็มที่โดยกล่าวว่า

*“นายพลแมคอาเธอร์ ข้าพเจ้ามาพบท่านเพื่อรับข้อตัดสินจากท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้แทนการยึดครอง ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบต่อการตัดสินใจทางการเมือง และการทหารที่ทำให้ประชาชนญี่ปุ่นก่อสงคราม”*

นายพลแมคอาเธอร์ ประทับใจอย่างมากในคำกล่าวของจักรพรรดิ ที่พระองค์ทรงแสดงความรับผิดชอบต่อการก่อสงครามของญี่ปุ่น หลังจากการพบครั้งนี้แล้วทั้งสองได้พบกันอีกหลายครั้ง เพื่อปรึกษาข้อราชการต่างๆ นายพลแมคอาเธอร์ ได้กล่าวในหนังสือของเขาว่า เขาค้นพบว่าจักรพรรดิทรงมีความคิดแบบประชาธิปไตย และความร่วมมือจากพระองค์ทำให้การยึดครองประเทศญี่ปุ่นประสบผลสำเร็จ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. (2548). ญี่ปุ่นกับมหาเอเชียบูรพา. กรุงเทพฯ : บริษัท สำนักพิมพ์สร้างสรรค์ จำกัด

ศิริพร ดาบเพชร. (2556). ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่จากปลายสมัยโทกุงาวะถึงการสิ้นสุดจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น. กรุงเทพฯ : คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุรางค์ศรี ตันเสียงสม. (2551). ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่. กรุงเทพฯ : สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิพัทธพงศ์ พุมมา. (2553). สหรัฐอเมริกากับการปฏิรูปประเทศญี่ปุ่นในช่วงยึดครอง (ค.ศ. 1945-1952): นโยบายและผลกระทบ. วารสารเอเชียตะวันออกศึกษา

สุรางค์ศรี ตันเสียงสม. (2555). สถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่น : ความสืบเนื่องและความเปลี่ยนแปลง. วารสารอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 41, (2)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 กรกฎาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมสหรัฐฯ ไม่ล้ม “สถาบันจักรพรรดิ” ของญี่ปุ่น หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...