รู้หรือไม่: 'ก้นบุหรี่' เป็นขยะที่พบได้มากสุดบนหาดทราย มีสารเคมีอันตรายหนักต่อสิ่งมีชีวิต
‘ก้นบุหรี่’ ขยะชายหาดที่พบได้มากเป็นอันดับหนึ่ง มีตัวกรองพลาสติก สามารถปล่อยสารเคมีอันตรายสู่สิ่งแวดล้อม ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายประเทศหวังแก้ไข นักอนุรักษ์ชี้ ปัจจุบัน ชายหาดมีปัญหาขยะบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน
หลายครั้งที่เราไปเที่ยวทะเล เราอาจสังเกตเห็นขยะหลายชนิดบนหาด แต่หนึ่งในขยะที่พบแทบจะทุกครั้ง ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘ก้นบุหรี่’ ซึ่งก็นับเป็นปัญหาใหญ่ของชายหาดในสเปนเช่นกัน ก่อนหน้านี้ สเปนอนุญาตให้สูบบุหรี่บนหาดได้ แต่กฎหมายใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน อนุญาตให้สภาท้องถิ่นแบนการสูบบุหรี่บนหาด ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนอาจต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง €2,000 หรือประมาณ 72,000 บาท
กฎหมายดังกล่าว ถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ของสเปน ที่จะแก้ปัญหาขยะก้นบุหรี่ ซึ่งเป็นขยะที่ UN ชี้ว่า “ถูกทิ้งเยอะที่สุดในโลก” โดย UN คาดว่า ในหนึ่งปี มีก้นบุหรี่ถูกทิ้งมากถึง 4.5 ล้านล้านชิ้นเลยทีเดียว ขยะก้นบุหรี่ จัดเป็นขยะอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมีส่วนตัวกรองที่ทำมาจากเส้นใยพลาสติก
มีการคาดการณ์ว่า บุหรี่ที่ขายอยู่ตามท้องตลาดกว่า 90% มีตัวกรองพลาสติกที่ทำมาจาก เซลลูโลสอาซีเตด
“พลาสติกไม่สามารถย่อยสลายได้” Kari Martin จาก Clean Ocean Action กล่าวก่อนอธิบายต่อว่า “พลาสติกสามารถแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เมื่อโดนแสง เศษเหล่านี้จะคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมตลอดไป”
นอกจากนี้ บุหรี่ยังเต็มไปด้วยสารเคมีอันตรายกว่า 7,000 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้ กว่า 70 ชนิดจัดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์และสัตว์ เมื่อขยะเหล่านี้ปนเปื้อนสู่ธรรมชาติ สารเคมี เช่น นิโคติน โลหะหนัก และสารหนู ก็อาจรั่วซึมออกมา ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มากมาย
งานวิจัยหนึ่งจาก San Diego State University พบว่า สารเคมีจากก้นบุหรี่เพียงชิ้นเดียว สามารถคร่าชีวิตปลาในถังน้ำหนึ่งลิตรไปกว่าครึ่ง ในระหว่างที่งานวิจัยอีกชิ้นเผยว่า ก้นบุหรี่ขัดขวางการเจริญเติบโตของพืชใต้น้ำ ส่วนงานวิจัยอีกชิ้นพบว่า หอยแมลงภู่เมดิเตอร์เรเนียนดูดซึมสารเคมี รวมถึงสารเคมีอันตราย กว่า 22 ชนิด
“เราต้องมุ่งไปที่ต้นเหตุของปัญหา” Mitch Silverstein เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายจากองค์กรอนุรักษ์ทะเล Surfrider กล่าว “บริษัทผลิตบุหรี่ต้องเลิกใช้ตัวกรองพลาสติกใช้แล้วทิ้ง” นอกจาก Silverstein แล้ว ผู้เชี่ยวชาญบางคนเห็นพ้องว่า ตัวกรองเหล่านี้ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะข้อมูลล่าสุดจาก WHO เผยว่า ไส้กรองพลาสติกถูกใส่ในบุหรี่เป็นครั้งแรกในยุค 1950 เพื่อคลายความกังวลเรื่องโรคมะเร็งเท่านั้น
ด้านแบรนด์ผลิตบุหรี่ เช่น Philip Morris International และ Imperial Brands เผยกับแหล่งข่าวว่า พวกเขากำลังมองหาทางเลือกที่ยั่งยืนขึ้น และกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบตัวกรองแบบกระดาษ ในขณะที่ บริษัท Corvid Cleaning จากสวีเดน เลือกแก้ปัญหาขยะก้นบุหรี่ ด้วยการทดลองฝึกให้อีกาเก็บขยะก้นบุหรี่มาทิ้ง เพื่อแลกกับอาหาร
อย่างไรก็ตาม นักอนุรักษ์กล่าวว่า ความพยายามในการแก้ปัญหาตัวกรองพลาสติก เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น เพราะในสหรัฐฯ มีจำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูง ทำให้มีขยะตลับพลาสติก และขยะบุหรี่ไฟฟ้าแบบปากกา (vape pens) เพิ่มขึ้นตามแนวชายหาด โดย Martin กล่าวว่า “ผู้คนทิ้งมันอย่างง่ายดาย เหมือนกับทิ้งก้นบุหรี่”
ที่มา
https://www.theguardian.com/…/cigarette-butts-how-the…
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=4522742844520794&id=1523107561151019
งานวิจัยที่มีการกล่าวถึง
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3088407/