โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

ลูกสาวทศพล หิมพานต์ เดินรอยตามคุณพ่อ เป็นนักแหล่ที่ตอนนี้ฮอตมาก

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ก.ย 2567 เวลา 03.25 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2567 เวลา 03.23 น. • The Bangkok Insight

ลูกไม้หล่นใต้ต้น น้องผักบุ้ง ลูกสาว ทศพล หิมพานต์ เดินรอยตามคุณพ่อ เป็นนักแหล่ตอนนี้ฮอตมากงานเยอะกว่าคุณพ่ออีก

ทศพล หิมพานต์ ที่วันนี้ควงลูกสาวคนสวย ผักบุ้ง บุญญาพร มาเปิดใจตอนนี้ น้องผักบุ้ง กลายเป็นนักแหล่อายุน้อยสุดฮอต พร้อมเปิดความสนิทพ่อลูก ที่บอกเลยว่าคุณพ่อหวงลูกสาวหนักมาก พร้อมเล่านาทีชีวิตที่น้องผักบุ้งเกือบตายมาแล้วถึง 2 ครั้งผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี หนิง ปณิตา และ เอส กันตพงศ์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ลูกสาวทศพล หิมพานต์ เดินรอยตามคุณพ่อ เป็นนักแหล่ที่ตอนนี้ฮอตมาก

น้องผักบุ้งเป็นนักแหล่ที่โด่งดังมากในโลกออนไลน์ งานเยอะกว่าคุณพ่อ ตอนนี้น้องอายุเท่าไหร่?

ผักบุ้ง : 10 ขวบ ย่าง 11 ขวบค่ะ

ทศพล : เมื่อก่อนใครจะติดต่อก็ติดต่อทศพล เดี๋ยวนี้ พอน้องผักบุ้งมีกระแสในโซเชียลก็เอาไปด้วยกันบ้าง แต่ว่าติดต่อเดี่ยวก็เยอะเลย ไม่เอาพ่อ

เวลาติดต่อผักบุ้งคนเดียว พ่อไปด้วยไหม?

ทศพล : จะมีทีมงานไป ถ้าเกิดไม่ติดติดต่อผม ผมจะส่งทีมงานไป

ถ้าเราไม่ผิด คุณพ่อเป็นคนสอนน้อง?

ทศพล : ใช่ครับ เห็นเค้ามีพรสวรรค์ ก็ฝึกให้เค้าตั้งแต่ 3 ขวบกว่าๆ

เห็นแววอะไรในตัวเค้าถึงได้ฝึกให้ลูกแหล่?

ทศพล : คือเป็นลูกเรา เราอยากจะลองเสี่ยง ตอนเด็ก ๆ เค้ากล้าร้อง ก็เลยฝึกมาเรื่อย ๆ

ผักบุ้งรู้ตัวว่าตัวเองชอบร้องเพลงตั้งแต่ตอนไหน?

ผักบุ้ง : ประมาณ 3 ขวบกว่า ๆ เห็นคุณพ่อร้องเพลง ก็เลยอยากลองร้องบ้าง

น้องเคยทำไม่ได้แล้วขัดใจพ่อบ้างไหม?

ทศพล : บางครั้งก็มีเหมือนกัน บางครั้งขี้เกียจ อยากเล่นโทรศัพท์บ้าง อยากวิ่งเล่นบ้าง ตามประสาเด็ก วันนี้ไม่ซ้อมนะ ผมก็จะบอกว่า ถ้าลูกไม่ซ้อมก็จะไม่เก่งนะ เสียงก็ต้นทุนพอได้อยู่แล้ว ถ้าเราขยันก็จะทำให้เราเก่งขึ้น

เห็นว่าถ้าไม่ทำจริง ๆ พ่อมีจ่ายตังค์ จ่ายค่าตัวให้?

ทศพล : ได้แต่บอกว่าเห็นไหมเวลาไปงาน ไปร้องโชว์สองสามเพลง เราก็จะได้รางวัล พอได้เงินก็มีแรงจูงใจ เห็นไหมลูกได้ค่าขนม หนูไม่ร้องหนูก็จะไม่ได้ตังค์นะ ตั้งแต่เล็กๆเลยเค้าก็ขยันร้อง

ทุกวันนี้ได้เงินจากการร้องเพลง เก็บเงินได้เท่าไหร่แล้ว?

ผักบุ้ง : หลักแสนแล้วค่ะ

เห็นว่าน้องผักบุ้งอยากทำขวัญนาค แต่คุณอาไม่อนุญาตเพราะอะไร?

ทศพล : เราเป็นหมอทำขวัญนาคมาตั้งแต่ไหนแต่ไร คือถ้าทำขวัญนาค เค้ายังเล็กอยู่ ผู้หญิงที่จะไปทำขวัญนาค ให้กับเจ้านาค ที่มีอายุ 20 ขึ้นไป ถ้าความเหมาะสมก็ต้องมีอายุ 20 ขึ้นไปเป็นตัวแทนแม่ของเจ้านาค อันนี้เราไม่ว่ากัน บางคนโอเคไม่เป็นไร แต่สำหรับผม 20 ขึ้นมันน่าจะเหมาะสมกว่า ก็เลยว่า ตอนนี้ไม่รับทำขวัญ แต่ว่าเอาไปร้องโชว์

บางคนอาจจะไม่เข้าใจ ประเพณีการทำขวัญนาค หมอนาคเวลาแห่ จะต้องแห่ตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์?

ทศพล : ใช่จะต้องไล่มาตั้งแต่กำเนิด เป็นผีพุ่งใต้มาเลย เล่าย้อนแบบโบราณ

มันก็มีมีข่าวเม้าท์ว่าคุณอาใช้ตัวเองในการดันผักบุ้งเข้าวงการ คุณอามองเรื่องนี้ยังไง?

ทศพล : ก็ใช่ ยอมรับเลย เราเป็นศิลปิน เป็นนักแหล่ ฝึกวิชาให้ลูกเราเจริญรอยตาม ถามว่าเอาลูกมาหากินไหม ก็ไม่รู้เราเป็นศิลปินก็อยากให้ลูกเป็นศิลปินเหมือนกัน ถ้าเค้ามีพรสวรรค์และมีแนวโน้มที่จะไปได้ ก็พร้อมที่จะฝึกเขาให้ร้องไปกับเรา ให้เป็นตัวแทนเราได้

แต่มันก็มีคนเม้าท์อีก ตอนนี้หมดยุคเราแล้ว ต้องเกาะลูกกิน?

ทศพล : มีคอมเม้นต์มาเยอะ เราก็เข้าใจ เราได้ทราบแต่ไม่ได้ไปตอบโต้ ที่เค้าคอมเม้นต์มา เค้าก็อาจจะคิดของเค้า เค้าอยากจะรู้ก็ถามมา ถามว่าผมโกรธไหม ไม่เคยโกรธ เป็นแรงผลักดัน เป็นแรงกระตุ้นสะอีก ที่ต้องฝึกฝนลูกสาวให้เก่ง ไม่ใช่ว่าลูกเราไม่เป็น แต่พยายามดันอยู่อย่างนั้น เราก็เห็นว่าลูกมีพรสวรรค์ เสียงมันไปได้ เราก็พยายามผลักดัน

ตัวน้องผักบุ้งมีอะไรอยากจะบอกไหม น้องรู้เรื่องไหมคุณพ่อถูกคอมเม้นต์แบบนี้?

ผักบุ้ง : หนูไม่โกรธหรอกค่ะ มันเป็นความคิดของเค้า หนูก็ฝึกไปเรื่อยๆ ให้เก่งกว่านี้ ฝึกไม่ให้เค้าอีก

ผักบุ้งสนิทกับคุณพ่อขนาดไหน คุณพ่อดุไหมเวลาสอนเรา ?

ผักบุ้ง : คุณพ่อเป็นคนใจดีค่ะ

วิธีการดุของคุณพ่อคือยังไง ?

ผักบุ้ง : ใช้เสียงดังค่ะ

เวลาพ่อดุเรากลัวไหม ?

ผักบุ้ง : บางทีก็กลัว บางทีก็งอนพ่อ

แล้วเค้าง้อเราไหม ?

ผักบุ้ง : ไม่ง้อ

เวลาพ่อดุฟ้องแม่ไหม ?

ผักบุ้ง : แม่บอกว่าก็ต้องซ้อมสิ พ่อจะได้ไม่ดุ

มีอะไรผักบุ้งจะไปคุยกับคุณแม่มากกว่า เพราะแม่สปอยล์กว่าพ่อ จริงไหม?

ทศพล : บางทีผมไม่ค่อยตามใจเท่าไหร่ อยากจะได้อะไรต้องมีเหตุผล มันต้องสำคัญ ต้องจำเป็น ถึงจะให้

ผักบุ้ง : คุณแม่เป็นคนดุนะคะ แต่คุณแม่เป็นคนเข้าใจง่าย ก็เลยปรึกษาแม่

คุณพ่อเม้าท์เรา หนูเป็นเด็กเจ้าน้ำตา น้ำตาไหลตลอดเลย?

ผักบุ้ง : ค่ะ พ่อบอกว่า หยุดร้องเลยนะผักบุ้ง อันนี้พ่อต้องสอน มันไม่ถูก

ทศพล : เค้าเป็นคนพูดน้อยหน่อย ถ้าเกิดไม่พอใจน้ำตาใหลแล้ว แต่ไม่ได้บ่อยมาก

การร้องเพลงถือเป็นอาชีพของน้องเลยได้ไหม ?

ทศพล : ถ้าอาชีพคงยัง หลักๆ คือให้เรียนก่อน ถ้าเสาร์-อาทิตย์ ผมมีงาน ก็จะเอาน้องไปโชว์ เอาน้องไปร้องให้มีประสบการณ์

เรื่องการเรียนต้องที่หนึ่ง ?

ทศพล : ใช่ครับ ยังไงก็จะไม่ให้ขาดโรงเรียน

สองอย่างรวมกัน แต่ให้น้ำหนักไปที่การเรียน?

ทศพล : ใช่ครับ ด้วยความที่เราไม่รู้อนาคต ศิลปินจะแน่นอนหรือเปล่า โตไปความคิดเขาอาจจะเปลี่ยนก็ได้ ก็ต้องให้เรียนเป็นหลักไว้ก่อน

ผักบุ้งทั้งเรียนและก็ทำกิจกรรมที่เผื่อเป็นอาชีพในอนาคต เหนื่อยไหม ?

ผักบุ้ง : มีเหนื่อยบ้างค่ะ มีท้อบ้าง แต่เวลาท้อก็จะคุยกับคุณพ่อ คุณแม่ อธิบายให้ท่านฟัง พ่อกับแม่ก็จะบอกว่า ต้องเข้มแข็ง สู้ ๆ งานเรามีเยอะ เราก็ต้องสู้ ๆ ไว้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...