โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวโคราช ผุดไอเดียแปลงไร่ข้าวโพดแห้งแล้ง เป็น "วิมานบ้านโคก" แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรผสมผสาน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 14 พ.ย. 2568 เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2567 เวลา 10.00 น.

สาวโคราชปรับที่ดินแปลงไร่ข้าวโพด 11 ไร่ บริเวณบ้านโป่งแมลงวัน หมู่ที่ 5 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่เคยแห้งแล้ง ทำเป็นสวนเกษตรผสมผสาน และตกแต่งพื้นที่บริเวณโดยรอบให้มีวิวสวยงาม จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.นครราชสีมา ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แห่มาถ่ายรูปเซลฟี่ เช็คอินกันอย่างคึกคัก

โดยแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ มีชื่อว่า“วิมาน บ้านโคก” ซึ่งมี น.ส.อานาตา เลาสูงเนิน ดูบัว อายุ 35 ปี เป็นเจ้าของ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ภายในสวนแบ่งเป็น 3 โซน คือ 1.โซนทุ่งนา ซึ่งจะมีทุ่งนาอยู่ประมาณ 5 ไร่ โดยมีสะพานไม้ทอดยาวผ่ากลางทุ่งนา และล้อมรอบทุ่งนาเป็น 4 เหลี่ยม มีต้นทานตะวัน และดอกไม้ชนิดต่างๆ อยู่ 2 ข้างสะพาน อีกทั้งยังมีการจัดทำซุ้มสวยๆ ไว้ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน และมีถนนดอกหญ้าที่สุดโรแมนติก ให้ถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างจุใจ

2.โซนร้านอาหาร ซึ่งจะมีร้านอาหาร และร้านกาแฟไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยจัดทำเป็นกระท่อมเล็กๆ อยู่ชายทุ่งนา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรับประทานอาหารในบรรยากาศสุดชิล ซึ่งโซนนี้ร้านอาหารและร้านกาแฟยังสร้างไม่เสร็จ คาดว่าจะสร้างเสร็จพร้อมให้บริการต้นเดือนกันยายน 62 นี้

และ 3.โซนสวนเกษตรผสมผสาน ซึ่งจะมีการปลูกพืชหลายชนิด อาทิ ฝรั่งกิมจู กล้วยน้ำหว้า มะละกอฮอลแลนด์ และผักสวนครัวชนิดต่างๆ มากมาย

นายสัตยา ชัยรส อายุ 27 ปี นักท่องเที่ยวรายหนึ่ง กล่าวว่า รู้จักแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้จากโลกโซเชียลที่มีการแชร์ต่อๆ กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเมื่อได้เข้ามาชมแล้วก็รู้สึกชอบ เพราะเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเกษตรกรให้เข้ากับสังคมยุคใหม่ ที่ชอบการท่องเที่ยวชมธรรมชาติ และได้สนับสนุนเกษตรกรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งที่นี่มีจุดให้ถ่ายรูปสวยๆ อยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะสะพานไม้ที่ทอดยาวไปกลางทุ่งนา และถนนที่มีดอกหญ้าขึ้น 2 ข้างทาง เมื่อถ่ายรูปออกมาแล้วดูสวยงามมาก

ด้าน น.ส.อานาตา เลาสูงเนิน ดูบัว เล่าว่า แหล่งท่องเที่ยว วิมาน บ้านโคก แห่งนี้ จุดประกายจากเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ที่ขณะนั้นตนเองไปตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะที่ 3 ซึ่งทำให้ใจหดหู่มาก ต่อมาระหว่างการรักษา แพทย์บอกว่าให้หาวิธีทำใจให้สดชื่นอยู่เสมอ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นตนจึงชอบท่องเที่ยวไปตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งจะให้จิตใจสงบและมีความสุขมาก

กระทั่งทุกวันนี้โรคมะเร็งได้รับการรักษาดีขึ้นมากแล้ว จึงได้คิดที่จะใช้ชีวิตแบบเกษตรกร แต่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เข้ากับยุคสมัย เป็นเกษตรกรแบบผสมผสาน มีทั้งจุดท่องเที่ยว และจุดพักผ่อน เพื่อให้มีเพื่อนๆ ที่ชอบธรรมชาติด้วยกันแวะมาเที่ยวชม ตนเองก็มีไร่ข้าวโพดอยู่แล้ว จึงได้ปรับพื้นที่ไร้ข้าวโพด 11 ไร่นี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ใช้ชื่อว่า “วิมาน บ้านโคก” เพราะอยู่ในที่โคก แห้งแล้ง ไม่มีคลองน้ำไหลผ่าน ต้องขุดสระน้ำใช้เอง และยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง ซึ่งจะต้องใช้ไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลแทน

หลังจากเริ่มตกแต่งไร่ตั้งแต่เดือนเมษายน จนกระทั่งเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็มีชาวบ้านแวะมาถ่ายรูปลงโซเชียล และแชร์ต่อๆ กันอย่างกว้างขวาง จนขณะนี้แม้ว่าจะตกแต่งยังไม่เสร็จ ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวันแล้ว ทำให้ตนรู้สึกดีใจมาก ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ชมได้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นเดือนกันยายน 2562 นี้ โดยจะเปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น น.ส.อานาตา กล่าว

สำหรับผู้สนใจ สามารถเดินทางไปชมแหล่งท่องเที่ยว วิมาน บ้านโคก ได้ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเส้นบายพาส (ถนนหมายเลข 209) บ้านโป่งแมลงวัน หมู่ที่ 5 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา หรือโทรศัพท์สอบถามเส้นทางได้ที่ 065-6878789

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวโคราช ผุดไอเดียแปลงไร่ข้าวโพดแห้งแล้ง เป็น “วิมานบ้านโคก” แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรผสมผสาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...