โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

พระเอกตัวจริงแห่ง ‘ดาร์บี้แมนคูเนี่ยน’

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 มี.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

ไม่เพียงแต่ยิงสองประตูพาทีมชนะศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเท่านั้น

ฟิล โฟเดน นักเตะสารพัดนึก วัย 23 ปี ทีมชาติอังกฤษ ยังคว้าเกมทั้งเกมมาอยู่ในมือของเขา หลังจากความไม่เสถียรเกิดขึ้นมากมายของแม่ทัพอย่าง เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ และเควินเดอ บรอยน์

โฟเด้นคือคนที่สร้างความแตกต่างและเปลี่ยนเกมในครึ่งหลัง จนทำให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บดชนะ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ไล่ล่าป้องกันแชมป์ด้วยการมีแต้มตามหลัง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เหลือ 1 แต้มเท่าเดิม

สภาพร่างกายเขาดูเหมือนไม่เคยเหนื่อยเลย และโดยรวมแล้วเขาชัดเจนว่าอยู่ในจุดสูงสุดของเกมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากจะมีทักษะและฟิตร่างกายสุดๆ แล้ว โฟเด้นยังเป็นนักฟุตบอลที่ชาญฉลาดอีกด้วย และเขาแสดงให้เห็นอีกครั้งในการเจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดว่าการตัดสินใจของเขาเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาแตกต่างกว่านักเตะคนอื่น

1.เมื่อไหร่ควรเลี้ยงบอล 2.เมื่อใดควรส่ง และ 3.เมื่อไหร่ควรยิง

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ โฟเด้น ตั้งแต่เดบิวต์ เขาเล่นไปแล้วทุกหมุดในพื้นที่แดนกลางและแดนบน มีการบันทึกจาก BBC ว่า ด้วยแผนการเล่นที่พลิกไป-มาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำให้ โฟเด้นเล่นไปแล้วถึง 10 หมุดในสนาม

ด้วยผลงาน 18 ประตู ในทุกรายการ ถือเป็นฤดูกาลที่ยิงประตูได้ดีที่สุดในชีวิตของเขา และเขาก็พร้อมที่จะทำแอสซิสต์เช่นเดียวกัน เพราะทำไปแล้ว 10 แอสซิสต์

อีกแค่ลูกเดียว เขาจะทำแอสซิสต์ได้ดีที่สุดในชีวิตเท่ากับปี 2021-22

ส่วนการต่อกรลุ้นแชมป์ยังคงตื่นเต้นต่อไป ซิตี้ ขยับตาม ลิเวอร์พูล เหลือ 1 คะแนน ก่อนจะเจอกันที่แอนฟิลด์ในวันอาทิตย์หน้า

จะบอกว่าตัดสินแชมป์หรือไม่นั้น ไม่รู้เหมือนกัน เพราะอย่าลืมว่าปีนี้ ม้าวิ่งกันมาถึง 3 ตัว

แต่เป็นการตัดไม้ข่มนาม และตัดคู่แข่งกันไปเลยก็ได้

บี แหลมสิงห์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...