โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คลังผ่อนเกณฑ์ “ต่างชาติ” ถือหุ้นบริษัทประกันชีวิตได้เกิน 49%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ธ.ค. 2567 เวลา 03.10 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2567 เวลา 03.10 น.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีแนวคิดที่จะผ่อนผันให้ต่างชาติถือหุ้นบริษัทประกันชีวิตไทยได้เกินกว่า 49% เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ที่จะส่งผลต่อฐานะการเงินของบริษัทประกันชีวิต จึงได้ยกหลักเกณฑ์การผ่อนผันให้มีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย ถือหุ้นบริษัทประกันชีวิตได้เกินกว่า 49% และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น เมื่อกลางปีที่ผ่านมา

ล่าสุด แหล่งข่าวจาก คปภ. เปิดเผยว่า ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาการขอผ่อนผันและการผ่อนผันให้มีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย (ต่างด้าว) ถือหุ้นได้เกินกว่า 49% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หรือมีกรรมการเป็นต่างด้าวได้เกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

โดยมีสาระสำคัญคือ ในกรณีที่บริษัทประกันชีวิต มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ประกันชีวิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกประกาศให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำหรับบริษัทที่จะยื่นคำขอผ่อนผันให้ต่างด้าวถือหุ้นได้เกินกว่า 49% หรือมีกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งต่อ รมว.คลัง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ คปภ. ต้องมีลักษณะคือ 1.เป็นบริษัทที่มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ตามกรณี

(1.1) นายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ คปภ. มีคำสั่งให้บริษัทเพิ่มทุน ลดทุน ตามกฎหมาย หรือรัฐมนตรีสั่งให้มีการควบคุมบริษัท

(1.2) กรณีที่เกิดภัยร้ายแรงกระทบต่อธุรกิจประกันภัยเป็นวงกว้างจนทำให้บริษัทมีภาระหน้าที่ต้องจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนที่บริษัทต้องดำรงตามกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ

2.ผู้ถือหุ้นเดิมไม่สามารถเพิ่มทุนได้ และ 3.ไม่สามารถหาผู้ลงทุนผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งจะนำเงินเข้ามาเพิ่มทุนได้จนทำให้บริษัทสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพในระยะยาวได้

ทั้งนี้ ต่างด้าวที่บริษัทจะขอผ่อนผันให้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทได้ต้องเป็นบริษัทประกันภัย หรืออยู่ในกลุ่มธุรกิจประกันภัย หรือธุรกิจการเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย ซึ่ง 1.มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจประกันภัยเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี

2.มีฐานะการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง โดยบุคคลดังกล่าวหรือบริษัทแม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A จากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับ และมีเครือข่ายการประกอบธุรกิจในระดับสากล

3.มีแผนการดำเนินธุรกิจ แผนการแก้ไขฐานะทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัท แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญที่ชัดเจน เพื่อปรับปรุงการบริหารงาน เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันของบริษัท

4.มีความสามารถที่จะนำเงินเข้ามาเพิ่มทุนได้จนทำให้บริษัทสามารถประกอบธุรกิจอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยเงินที่นำมาเพิ่มทุนนั้นมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และทำให้บริษัทมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนไม่ต่ำกว่า 250%

และกรณีบริษัทประสงค์จะเพิ่มกรรมการที่เป็นต่างด้าว ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด

“ที่สำคัญบริษัทต้องมีแผนการดำเนินธุรกิจระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี ประกอบด้วย 1.ประมาณการงบการเงิน 3 ปี หรือจนกว่าจะคุ้มทุน 2.กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ 3.แนวทางการแก้ไขฐานะการเงิน 4.การวิเคราะห์การแข่งขันของธุรกิจประกัน จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค 5.แผนบริหารเงินกองทุน 6.แผนงานทรัพยากรบุคคล 7.รายละเอียดโครงสร้างองค์กรหลังได้รับการผ่อนผัน 8.เอกสารหลักฐานที่แสดงว่าผู้ถือหุ้นเดิมไม่ประสงค์จะซื้อหุ้นเพิ่มทุน” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า การผ่อนผันจะพิจารณาและแจ้งผลให้บริษัททราบภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ คปภ.ได้รับคำขอจากบริษัทประกันและเอกสารถูกต้องครบถ้วน โดยเมื่อได้รับการอนุมัติบริษัทต้องจดทะเบียนเพิ่มทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และชำระค่าหุ้นให้ครบถ้วน และห้ามโอนหุ้นที่ถืออยู่ให้แก่บุคคลต่างด้าวอื่น

โดยเงื่อนไขนี้จะมีระยะเวลาการผ่อนผันไม่เกิน 10 ปี และอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ อย่างไรก็ดีอาจขยายระยะเวลาการผ่อนผันออกไปได้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 5 ปี นับจากวันครบกำหนด เมื่อบริษัทยื่นคำร้องขอโดยแสดงเหตุผลจำเป็น

เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน บริษัทต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างด้าวเหลือไม่เกิน 49% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และลดกรรมการลงเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ภายใน 1 ปี

“ท้ายที่สุดหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข คปภ. สามารถสั่งให้แก้ไขไม่เกิน 90 วัน และหากบริษัทไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ให้ถือว่าการผ่อนผันสิ้นสุดลง และให้บริษัทลดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างด้าวและกรรมการลงเหลือเท่าที่เป็นอยู่ก่อนที่จะได้รับการผ่อนผันหรือไม่เกินกฎหมายกำหนด”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เดิมตามกฎหมายกำหนดให้ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทประกันภัยได้ 3 ระดับคือไม่เกิน 25% ซึ่งแนวทางนี้ดำเนินการได้เลย และถือหุ้นเกิน 25% แต่ไม่เกิน 49% จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ คปภ. และหากถือหุ้นเกิน 49% จะเป็นอำนาจ รมว.คลัง โดยคำแนะนำคณะกรรมการ คปภ. ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2559 คลังได้เคยออกประกาศผ่อนผันให้ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทประกันวินาศภัยได้เกิน 49% กรณีบริษัทประกันวินาศภัยมีฐานะการเงินเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนไปแล้ว

สุดท้าย จะมีบริษัทประกันชีวิตรายใดที่จะใช้แนวทางนี้ คงต้องติดตามกันต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลังผ่อนเกณฑ์ “ต่างชาติ” ถือหุ้นบริษัทประกันชีวิตได้เกิน 49%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...