คลังผ่อนเกณฑ์ “ต่างชาติ” ถือหุ้นบริษัทประกันชีวิตได้เกิน 49%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีแนวคิดที่จะผ่อนผันให้ต่างชาติถือหุ้นบริษัทประกันชีวิตไทยได้เกินกว่า 49% เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ที่จะส่งผลต่อฐานะการเงินของบริษัทประกันชีวิต จึงได้ยกหลักเกณฑ์การผ่อนผันให้มีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย ถือหุ้นบริษัทประกันชีวิตได้เกินกว่า 49% และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น เมื่อกลางปีที่ผ่านมา
ล่าสุด แหล่งข่าวจาก คปภ. เปิดเผยว่า ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาการขอผ่อนผันและการผ่อนผันให้มีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย (ต่างด้าว) ถือหุ้นได้เกินกว่า 49% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หรือมีกรรมการเป็นต่างด้าวได้เกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา
โดยมีสาระสำคัญคือ ในกรณีที่บริษัทประกันชีวิต มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ประกันชีวิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกประกาศให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สำหรับบริษัทที่จะยื่นคำขอผ่อนผันให้ต่างด้าวถือหุ้นได้เกินกว่า 49% หรือมีกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งต่อ รมว.คลัง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ คปภ. ต้องมีลักษณะคือ 1.เป็นบริษัทที่มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ตามกรณี
(1.1) นายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ คปภ. มีคำสั่งให้บริษัทเพิ่มทุน ลดทุน ตามกฎหมาย หรือรัฐมนตรีสั่งให้มีการควบคุมบริษัท
(1.2) กรณีที่เกิดภัยร้ายแรงกระทบต่อธุรกิจประกันภัยเป็นวงกว้างจนทำให้บริษัทมีภาระหน้าที่ต้องจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนที่บริษัทต้องดำรงตามกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ
2.ผู้ถือหุ้นเดิมไม่สามารถเพิ่มทุนได้ และ 3.ไม่สามารถหาผู้ลงทุนผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งจะนำเงินเข้ามาเพิ่มทุนได้จนทำให้บริษัทสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพในระยะยาวได้
ทั้งนี้ ต่างด้าวที่บริษัทจะขอผ่อนผันให้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทได้ต้องเป็นบริษัทประกันภัย หรืออยู่ในกลุ่มธุรกิจประกันภัย หรือธุรกิจการเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย ซึ่ง 1.มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจประกันภัยเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี
2.มีฐานะการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง โดยบุคคลดังกล่าวหรือบริษัทแม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A จากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับ และมีเครือข่ายการประกอบธุรกิจในระดับสากล
3.มีแผนการดำเนินธุรกิจ แผนการแก้ไขฐานะทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัท แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญที่ชัดเจน เพื่อปรับปรุงการบริหารงาน เสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
4.มีความสามารถที่จะนำเงินเข้ามาเพิ่มทุนได้จนทำให้บริษัทสามารถประกอบธุรกิจอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยเงินที่นำมาเพิ่มทุนนั้นมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และทำให้บริษัทมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนไม่ต่ำกว่า 250%
และกรณีบริษัทประสงค์จะเพิ่มกรรมการที่เป็นต่างด้าว ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด
“ที่สำคัญบริษัทต้องมีแผนการดำเนินธุรกิจระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี ประกอบด้วย 1.ประมาณการงบการเงิน 3 ปี หรือจนกว่าจะคุ้มทุน 2.กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ 3.แนวทางการแก้ไขฐานะการเงิน 4.การวิเคราะห์การแข่งขันของธุรกิจประกัน จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค 5.แผนบริหารเงินกองทุน 6.แผนงานทรัพยากรบุคคล 7.รายละเอียดโครงสร้างองค์กรหลังได้รับการผ่อนผัน 8.เอกสารหลักฐานที่แสดงว่าผู้ถือหุ้นเดิมไม่ประสงค์จะซื้อหุ้นเพิ่มทุน” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า การผ่อนผันจะพิจารณาและแจ้งผลให้บริษัททราบภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ คปภ.ได้รับคำขอจากบริษัทประกันและเอกสารถูกต้องครบถ้วน โดยเมื่อได้รับการอนุมัติบริษัทต้องจดทะเบียนเพิ่มทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และชำระค่าหุ้นให้ครบถ้วน และห้ามโอนหุ้นที่ถืออยู่ให้แก่บุคคลต่างด้าวอื่น
โดยเงื่อนไขนี้จะมีระยะเวลาการผ่อนผันไม่เกิน 10 ปี และอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ อย่างไรก็ดีอาจขยายระยะเวลาการผ่อนผันออกไปได้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 5 ปี นับจากวันครบกำหนด เมื่อบริษัทยื่นคำร้องขอโดยแสดงเหตุผลจำเป็น
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน บริษัทต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างด้าวเหลือไม่เกิน 49% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และลดกรรมการลงเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ภายใน 1 ปี
“ท้ายที่สุดหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข คปภ. สามารถสั่งให้แก้ไขไม่เกิน 90 วัน และหากบริษัทไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ให้ถือว่าการผ่อนผันสิ้นสุดลง และให้บริษัทลดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างด้าวและกรรมการลงเหลือเท่าที่เป็นอยู่ก่อนที่จะได้รับการผ่อนผันหรือไม่เกินกฎหมายกำหนด”
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เดิมตามกฎหมายกำหนดให้ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทประกันภัยได้ 3 ระดับคือไม่เกิน 25% ซึ่งแนวทางนี้ดำเนินการได้เลย และถือหุ้นเกิน 25% แต่ไม่เกิน 49% จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ คปภ. และหากถือหุ้นเกิน 49% จะเป็นอำนาจ รมว.คลัง โดยคำแนะนำคณะกรรมการ คปภ. ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2559 คลังได้เคยออกประกาศผ่อนผันให้ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทประกันวินาศภัยได้เกิน 49% กรณีบริษัทประกันวินาศภัยมีฐานะการเงินเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนไปแล้ว
สุดท้าย จะมีบริษัทประกันชีวิตรายใดที่จะใช้แนวทางนี้ คงต้องติดตามกันต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลังผ่อนเกณฑ์ “ต่างชาติ” ถือหุ้นบริษัทประกันชีวิตได้เกิน 49%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net