โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดแผนรุกส่งออกครึ่งปีหลัง ดัน ‘ข้าว-มัน’ ฝ่าวิกฤตราคาตก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 01.10 น.
อารดา เฟื่องทอง

สถานการณ์ส่งออกสินค้าเกษตรครึ่งปีแรกไทยเหนี่อย ส่งออกข้าวไทย 5 เดือนแค่ 3 ล้านตัน ลด 25.61% ชี้เหตุผลผลิตล้น แถมอินเดียดัมพ์ราคา ขณะที่มันสำปะหลังขายเพิ่มแต่ได้ราคาลดลง เร่งอัดกิจกรรมดันยอดครึ่งปีหลัง พร้อมเข้มงวดสกัดสินค้าสวมสิทธิรับมือเจรจาภาษีทรัมป์ ล่าสุด กรมการค้าต่างประเทศเผยผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2568 และแผนการเดินหน้าครึ่งปีหลัง ทั้งการผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญ อาทิ ข้าวและมันสำปะหลัง รวมไปถึงการเร่งใช้มาตรการปกป้องและเยียวยาทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเจรจาภาษีทรัมป์

ล่าสุด นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) ได้แถลงแนวทางการทำงาน ในฐานะหน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ที่มีพันธกิจสำคัญในการยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในทุกระดับ

ส่งออกข้าว 5 เดือนแรกลด 25%

เมื่อดูสถิติการส่งออกสินค้าข้าวไทยช่วง 5 เดือนแรกปี 2568 (ม.ค.-พ.ค.) จะพบว่าไทยส่งออกข้าว 3.05 ล้านตัน ลดลง 25.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณส่งออกอยู่ที่ 4.10 ล้านตัน และมีมูลค่า 63,098 ล้านบาท หรือประมาณ 1,878 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 34.03% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 95,645 ล้านบาท หรือ 2,688 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีสาเหตุจากปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น

ซึ่งคาดว่าผลผลิตข้าวโลกปี 2568 จะมีประมาณ 541 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 17 ล้านตัน อินเดียกลับมาส่งออกข้าวได้ตามปกติ และมีปริมาณผลผลิตข้าวภายในประเทศปริมาณกว่า 150 ล้านตัน ทำให้แซงจีนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก นอกจากนี้ อินเดียมีสต๊อกข้าวปริมาณกว่า 60 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18% จึงมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคา อีกทั้งผู้นำเข้าสำคัญโดยเฉพาะอินโดนีเซียมีความต้องการนำเข้าข้าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดส่งออกสินค้าข้าวที่สำคัญ ได้แก่ อิรัก โดยไทยส่งออกข้าวไปอิรักมากเป็นอันดับหนึ่งที่ 0.41 ล้านตัน คิดเป็น 13.44% ของปริมาณการส่งออกข้าวไทยทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.89% รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 0.37 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.82% แอฟริกาใต้ 0.28 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 21.74% จีน 0.25 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 78.57% และฟิลิปปินส์ 0.13 ล้านตัน ลดลง 55.17%

“สหรัฐมีการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศเฉลี่ยปีละประมาณ 1.36 ล้านตัน โดยนำเข้าข้าวจากไทยมากที่สุดเป็นสัดส่วนสูงถึง 58% และข้าวไทยครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในตลาดข้าวสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มข้าวพรีเมี่ยม อย่างข้าวหอมมะลิไทย และสหรัฐยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง และในปัจจุบันผู้บริโภคในสหรัฐจำนวนมากหันมาสนใจด้านสุขภาพมากขึ้น และมีแนวโน้มบริโภคข้าวเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งประชากรเชื้อสายเอเชียและกลุ่มฮิสแปนิก (Hispanic) ในสหรัฐมีความนิยมบริโภคข้าวคุณภาพดีอย่างข้าวหอมมะลิไทยเพิ่มขึ้นด้วย”

อย่างไรก็ดี แม้ไทยส่งออกข้าวลดลงประมาณ 25.61% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังสามารถส่งออกข้าวไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง อเมริกา และยุโรปได้เพิ่มขึ้น และเพื่อให้การส่งออกข้าวไทยโต กรมมีแผนงานส่งเสริมตลาดและประชาสัมพันธ์ข้าวไทย ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2568 (ก.ค.-ธ.ค.) ทั้งออนไซต์และออนไลน์ เพื่อผลักดันการส่งออกข้าวไทย และช่วยให้มีคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตข้าวไทยตลอดทั้งปี ส่วนเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยปี 2568 อยู่ที่ 7.5 ล้านตัน

มันส่งออกเพิ่มแต่ราคาลด

ส่วนการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังช่วง 5 เดือนแรกปี 2568 (ม.ค.-พ.ค.) มีปริมาณ 4.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 37.16% จากปีก่อนที่มีปริมาณส่งออกที่ 2.96 ล้านตัน และมีมูลค่าประมาณ 45,358.32 ล้านบาท หรือ 1,351.09 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.11% จากปีก่อน ที่มีมูลค่าประมาณ 51,848.40 ล้านบาท หรือประมาณ 1,454.57 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตลาดสำคัญคือจีนเป็นส่วนใหญ่ 51.38% รองลงมาเป็น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

กรมมีแผนงานขยายตลาดมันสำปะหลังในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2568 (ก.ค.-ธ.ค.) ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะมีการจัดประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025) ณ กรุงเทพมหานคร (29-31 ก.ค. 68) จะเป็นการเปิดโอกาสเจรจาการค้าพร้อม ทั้งนี้ กรมจะจัดคณะผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ เดินทางไปเจรจาขยายตลาดและผลักดันการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังและแป้งมันสำปะหลังในตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ เช่น ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ช่วงเดือน ส.ค. 2568

เข้มงวดสินค้าสวมสิทธิส่งออก

ขณะที่ตลาดสหรัฐถือว่าเป็นตลาดสำคัญของไทย ตอนนี้ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐ และความสำคัญที่สหรัฐติดตาม และเห็นว่าไทยควรจะปกป้องเอกชนผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะการสวมสิทธิ กรมได้ดำเนินการออกประกาศปรับปรุงบัญชีรายการสินค้าเฝ้าระวังในการส่งออกไปสหรัฐ จาก 49 รายการ เป็น 65 รายการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค. 2568 ซึ่งจะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด อีกทั้งหากดำเนินการปรับปรุงรายการสินค้าเฝ้าระวังแล้วเสร็จ กรมจะออกประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

นอกจากนี้ กรมยังมีแนวทางเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form C/O ทั่วไปของไทย สำหรับรายการสินค้าเฝ้าระวังในการส่งออกไปสหรัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สหรัฐ ว่าสินค้าที่ส่งออกมีถิ่นกำเนิดไทยจริง

เยียวยาปกป้องผู้ผลิตในประเทศ

กรมยังทำหน้าที่ปกป้องและสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้แก่ผู้ผลิตในประเทศที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายจากการทุ่มตลาด การอุดหนุน และการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมาตรการเยียวยาทางการค้า ได้แก่ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping : AD) ไทยมีการบังคับใช้มาตรการ AD กับ 22 ประเทศ 22 กรณี โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าเหล็ก และไทยถูกใช้มาตรการ AD จาก 18 ประเทศ 73 กรณี (สินค้าเหล็ก เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง ฯลฯ)

มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duties : CVD) ไทยยังไม่มีการใช้มาตรการ CVD แต่ถูกใช้มาตรการ CVD จาก 3 ประเทศ 7 กรณี ได้แก่ อินเดีย 4 กรณี (ลวดทองแดง, ไม้อัด, ท่อทองแดง, กรดไขมันอิ่มตัว) สหรัฐอเมริกา (เหล็กแผ่นรีดร้อน, เซลล์แสงอาทิตย์) และเวียดนาม (น้ำตาล) มาตรการปกป้อง (Safeguard Measures : SG) ไทยไม่มีการใช้มาตรการ SG แต่ถูกใช้มาตรการ SG จาก 9 ประเทศ 19 กรณี (สินค้าเหล็ก เคมีภัณฑ์ และอื่น ๆ) และมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti-Circumvention : AC) ไทยมีการบังคับใช้มาตรการ 1 กรณี คือสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออัลลอยจากผู้ผลิตจีน 17 ราย และไทยถูกใช้มาตรการ AC จาก 3 ประเทศ 6 กรณี

อย่างไรก็ดี แผนการดำเนินงานการใช้มาตรการเยียวยาทางการค้า ในช่วง 6 เดือนหลัง ปี 2568 (ก.ค.-ธ.ค.) แยกเป็นงานไต่สวน อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอ AD 2 กรณี AC 3 กรณี และ Safeguard 1 กรณี, การให้คำปรึกษาผู้ประกอบการเพื่อยื่นคำขอใช้มาตรการ AD 9 กรณี SG 3 กรณี และ AC 2 กรณีเป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดแผนรุกส่งออกครึ่งปีหลัง ดัน ‘ข้าว-มัน’ ฝ่าวิกฤตราคาตก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...