โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พีระ 'พัง' จะพังจริง-จริงแล้ว?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 09.18 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 01.00 น.

บทความในประเทศ

และแล้ว “ตำบลกระสุนตกทางการเมืองครั้งใหม่” ก็เกิดขึ้นกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อย่างหนักหน่วงในสัปดาห์นี้

จู่ๆ ก็มีข่าวด้านลบ คลื่นกระแสคำวิจารณ์ในโลกออนไลน์ พร้อมๆ กับการเคลื่อนไหวยื่นเรื่องร้องเรียนหลายกรณีประดังเข้าใส่

จากรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ผู้นำค่ายรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งพยายามอยู่นิ่งๆ เงียบๆ ตั้งใจทำงาน จึงมีอันให้ต้องลุกจากเก้าอี้ ออกมาปฏิเสธสารพัดคำร้องเรียน

ที่เกิดขึ้นกับนายพีระพันธุ์ตอนนี้ ดูเหมือนไม่มีอะไรมาก แต่หากมองย้อนไปดูภาพรวมองคาพยพรัฐบาลทั้งหมด

นี่อาจเป็นหนึ่งในอาการปะทุสำคัญของ “วิกฤตความเจ็บป่วยครั้งใหญ่” ระดับรัฐบาลต่อจากนี้เลยทีเดียว

ย้อนกลับไปที่ความสำคัญของพีระพันธุ์ ในทางการเมือง

เป็นที่รู้กันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติและนายพีระพันธุ์เข้าสู่อำนาจการเมืองได้ด้วยการประกาศเป็น “ดีเอ็นเอลุงตู่” ชู “อุดมการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

แต่เพราะผลเลือกตั้งไม่เป็นดังหวัง ขั้วอำนาจเก่าพ่ายแพ้อย่างหนัก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องวางมือทางการเมือง ชะตากรรมการเมืองของพรรครวมไทยสร้างชาติภายใต้การนำของนายพีระพันธุ์ จึงต้องยอมจับมือกับขั้วสีแดงและนายทักษิณ ชินวัตร คู่อริทางการเมืองเดิม

ช่วงแรกของรัฐบาลขั้วผสม พลังมวลชนฝ่ายอนุรักษนิยมเดิมก็มิได้คัดค้าน ด้วยเห็นความจำเป็นต้องเข้าสู่อำนาจ ขัดขวางขั้วสีส้มที่ชนะเลือกตั้งอันดับ 1

ส่วนการทำงานก็จัดอยู่ในระดับฟอร์มดี ประกาศสัญญาประชาคมไว้หลายเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปพลังงาน

แต่จากเลือกตั้งปี 2566 วันนี้ผ่านไปแล้ว 2 ปี เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าทำอะไรได้ไม่เต็มที่

ปลายปี 2567 พีระพันธุ์จึงเจอฉายาจากสื่อการเมืองสายทำเนียบว่า “พีระพัง” เพราะประกาศแก้กฎหมายรื้อโครงสร้างภาษีน้ำมันมากมาย จนเปลี่ยนหัวหน้ารัฐบาลแล้ว วันนี้ก็ยังไม่ชัดเจน

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การประกาศจุดยืนเรื่องกาสิโน

การที่นายพีระพันธุ์ออกมาประกาศจุดยืนเอาด้วยเต็มที่กับกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นความคิดที่ค่อนข้างจะตรงกันข้ามกับปัญชาชนและมวลชนที่สนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ นั่นคือการปรากฏขึ้นครั้งแรกของ “กระแสความไม่พอใจนายพีระพันธุ์”

แรงหนุนฝ่ายอนุรักษ์ที่เคยมีค่อยๆ ลดน้อยลง ความนิยมของนายพีระพันธุ์วันนี้จึงอยู่ในระดับ “ร่อแร่”

ขณะที่สถานการณ์ของรัฐบาลวันนี้ เอาจริงก็ร่อแร่ไม่แพ้นายพีระพันธุ์

วิกฤตทั้งทางการเมือง วิกฤตความศรัทธา วิกฤตทางเศรษฐกิจ ทั้งหมดกระทบทำให้เกิดวิกฤตทางสังคม

รัฐบาลเพื่อไทยก็รู้ดีว่าประเทศเกิดสารพัดปัญหาลุกลามเป็นวิกฤต แม้จะพยายามเดินเครื่องอย่างเต็มกำลัง แต่ก็ยังเดินหน้าแทบไม่ได้

แม้แก้ปัญหาประเทศได้ยาก แต่จะชิงลาออกยุบสภาก็ทำไม่ได้อีก เศรษฐกิจการเมืองไทยวันนี้แทบจะอยู่ในสถานะ “ติดหล่ม”

ภาวการณ์ทางการเมืองวันนี้จึงเป็นบริบทที่บีบให้รัฐบาลเพื่อไทยต้องขยับทางการเมืองบางอย่าง นั่นคือ “ต้องเปลี่ยนดุลอำนาจบางอย่างในรัฐบาล”

ขั้นสูงคือเปลี่ยนขั้วรัฐบาล หรือบีบพรรคร่วมบางพรรคออก แนวทางนี้เห็นตรงกันแล้วว่าทำไม่ได้

ทางออกง่ายสุดวันนี้จึงเหลือแค่ปรับ ครม.

สารพัดข่าวปล่อยโจมตีกันไปมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ดินอัลไพน์ ที่ดินเขากระโดง กรณีโพยฮั้ว ส.ว . คือรูปธรรมของการต่อสู้ในสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือดช่วงที่ผ่านมา สะท้อนการขัดแย้งกันระหว่างขั้วอำนาจภายในฝ่ายรัฐบาล

และในสัปดาห์นี้ก็คือคิวของนายพีระพันธุ์นั่นเอง

ว่ากันว่า นายพีระพันธุ์ต้องเจอถึง 4 วิบากกรรม

1. เข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.พลังงานเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566 แต่กลับโอนหุ้นไปให้หน่วยงานบริหารจัดการแทน เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 ช้ากว่าที่ควรทำถึง 1 ปี

การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี การถือหุ้นเกิน 5% การไม่แจ้ง ป.ป.ช. จึงถูกร้องว่าขัดรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ป.ป.ช.เต็มๆ

2. ข้อหาโอนหุ้นบริษัท 4 กันยายน 2567 แต่ลาออกจากกรรมการผู้มีอำนาจ 29 ตุลาคม 2567 ถูกร้องขัดรัฐธรรมนูญ

3. การอ้างตัวเป็น DNA ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ถูกร้อง กระทำไม่เหมาะสม

4. การแจกถุงยังชีพติดชื่อตัวเอง ทั้งที่เป็นถุงยังชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐวิสาหกิจจนถูก ป.ป.ช.ไต่สวน

ปิดท้ายด้วยการถูกร้องให้สอบ นายพีระพันธุ์สร้างด้อม หรือแฟนคลับของตัวเองขึ้นมา โดยด้อมนั้นมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมคุกคามคนเห็นต่างในทางการเมือง

ทั้งหมดถูกเชื่อมโยงเป็นข้อร้องเรียนพร้อมเอกสารจากทางการ ส่งถึงนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ให้ปลดนายพีระพันธุ์ออกจากตำแหน่ง

และที่กลัวๆ กันอยู่ก็คือคำร้องของพีระพันธุ์รอบนี้ จะลุกลามกระทบไปถึงนายกฯ แพทองธาร ซ้ำรอยนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.หรือไม่ อีกด้วย

เหล่านี้จึงสะท้อนว่า สภาวะนิติสงครามในบ้านเรานั้น ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเล่นงานทุกฝ่ายได้จริงๆ

ถามว่าการรุมถล่มนายพีระพันธุ์ช่วงนี้ สะท้อนอะไรในทางการเมือง

1. ขั้วความคิดอนุรักษนิยมเดิมที่เคยหนุน เริ่มตีตัวออกห่าง

ในระดับมวลชน จุดเปลี่ยนอาจเป็นเรื่องการหันมาหนุนกฎหมายกาสิโนของพรรคเพื่อไทย แต่ในระดับชนชั้นนำอาจมีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนตัวตำแหน่งรัฐมนตรีมาเกี่ยวข้อง

ต้องไม่ลืมว่าตอนนี้คือช่วงเวลาที่ฝ่ายอนุรักษนิยมวิจารณ์นายทักษิณ ชินวัตร อย่างหนักแล้ว การที่นายพีระพันธุ์และรวมไทยสร้างชาติส่งเสียงหนุนกฎหมายกาสิโนช่วงนี้ จึงถูกตีความว่านายพีระพันธุ์ยอมศิโรราบต่อนายทักษิณไปโดยปริยาย

2. ขั้วการเมืองฝั่งเพื่อไทย ไม่ถูกใจนายพีระพันธุ์

อย่าลืมว่านายพีระพันธุ์คือผู้กุมบังเหียนกระทรวงพลังงานซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกระทรวงเกรดเอ ยิ่งตอนนี้สถานการณ์ทางนโยบายเพื่อไทยไม่ค่อยดี มีข่าวการต่อรองเจรจาเก้าอี้กันจ้าละหวั่น เก้าอี้ รมต.พลังงานจึงเป็นอีกหนึ่งความหวังที่จะกลับมาสู่มือเพื่อไทยได้

และอย่าลืมอีกว่านายพีระพันธุ์เคยเป็นหนึ่งในหัวขบวนขับไล่นายทักษิณมานาน ยิ่งดันให้พ้นจากอำนาจได้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำการลบ มรดก 3 ป. ออกจากการเมืองสำเร็จ

3. ตัวนายพีระพันธุ์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ความเป็นตัวของตัวเองแต่แรกเริ่ม ทำให้นายพีระพันธุ์สะสมแรงต้านเพิ่มมาเรื่อยๆ ตลอด 2 ปีที่ดำรงตำแหน่ง

แม้ช่วงหลังจะเห็นนายพีระพันธุ์ลดดีกรีอีโก้ตัวเองลง ยอมประนีประนอมหลายเรื่อง เช่น เรื่องประมูลไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ก็ยอมถอย เรื่องกาสิโน ก็ยอมถอย

จุดยืนการเมืองตรงนี้จึงทำให้ความนิยมในตัวนายพีระพันธุ์ค่อยๆ ลดลงไปตามตัว ตรงกันข้ามกับแรงต้านทางการเมืองกลับเพิ่มขึ้น

4. ผลงานไม่เป็นรูปธรรม

แม้จะพยายามประกาศปฏิรูปในหลายเรื่องๆ แต่ยังไม่เห็นชัด หลายเรื่องขยับช้า ต่อให้พยายามชี้แจงเรื่องการขับเคลื่อนแค่ไหน แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าคนยังสัมผัสไม่ได้ ราคาไฟฟ้า น้ำมัน ยังไม่เข้ารูปเข้ารอย

ต้องยอมรับว่า นายพีระพันธุ์เองก็ขยับได้ยาก จะทำอะไรก็มีอุปสรรคขัดขวางเยอะ เป็นอีกปัญหาที่ทำให้ผลงานไม่ออก

5. ปัญหาในพรรครวมไทยสร้างชาติ

จากข่าวความขัดแย้งไม่ลงรอยกันในพรรคหลายครั้งที่ผ่านมา สะท้อนความไม่เป็นหนึ่งเดียว ข่าวความสัมพันธ์ของนายพีระพันธุ์กับสมาชิกพรรค นับวันยิ่งถอยหลังลงคลอง จนมีข่าวความพยายามเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคหลายครั้ง ล้วนสะท้อนปัญหาภายใน

จะเห็นว่า การรุมถล่มนายพีระพันธุ์ไม่เพียงสะท้อนปัญหาเฉพาะตัวหัวหน้าพรรค

ในอีกด้านหนึ่ง ความเปราะบางของอนาคตทางการเมืองของนายพีระพันธุ์ ยังเป็น “ยอดภูเขาน้ำแข็งแห่งปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาล” ที่เริ่มปรากฏขึ้น

มากกว่านั้น ยังสะท้อนปัญหาการเมืองไทย “ทั้งระบบ”

หันไปขั้วสีแดงก็วิกฤตหนัก ขั้วอำนาจเก่าพรรคสองลุงก็ค่อยๆ เลือนหาย ขั้วสีส้มก็ชะตากรรมแขวนบนเส้นด้าย

ผลจากมรดกการเมืองยุค คสช. การเมืองภายใต้กติกาที่กำหนดโดยคณะรัฐประหาร

รอบนี้ชีวิตการเมืองของนายพีระพันธุ์จึงกลับมาสู่ระดับวิกฤต พีระพันธุ์ จะกลายเป็น “พีระพัง” หรือไม่ ยังมิอาจทราบได้

แต่ที่พูดได้คือ วันนี้ การเมืองไทยก็ “พัง”

ล้มเหลว อ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ “แทบทุกระบบ”

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พีระ ‘พัง’ จะพังจริง-จริงแล้ว?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...