โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สายเก็งกำไรเซ็ง! ค่าเงินบาท “แข็ง” ต่ำสุด 31.50 บาท/ดอลล์

อีจัน

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.08 น. • อีจัน

วันนี้ (11 มิ.ย.68) นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า แนวโน้มเงินบาทในครึ่งปีหลัง ยังมองในทิศทางแข็งค่าจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลักโดยเฉพาะทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลงจากปัจจัยหลายๆ ปัจจัยที่นักลงทุนมีความกังวล ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากสงครามการค้า การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง

รวมถึงเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคที่โยกมาจากตลาดสหรัฐฯ รวมถึงราคาทองคำที่ยังสูง เป็นปัจจัยหนุนเงินบาทในครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทเป็นไปในกรอบจำกัดเนื่องจากปัจจัยในประเทศของไทยเอง ทั้งในเรื่องของจีดีพีที่เติบโตได้ต่ำจากปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย รวมถึงความน่าสนใจในการดึงเงินลงทุนของต่างชาติเข้ามายังน้อย

ดังนั้น จึงคาดว่าเงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นอีกประมาณ 2-3% และประเมินกรอบเงินบาทในระยะสั้นที่ 32.30-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ณ สิ้นปีนี้ที่ 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยนับจากสิ้นปีเงินบาทเมื่อเทียบเงินในภูมิภาคแล้ว แข็งค่าขึ้นประมาณ 5% รองจากไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องระมัดระวังเป็นเรื่องของความผันผวนที่เพิ่มขึ้นมาก โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีกรอบการแกว่งตัวถึง 3-5 บาทหรือเท่ากับ 10-15% จากช่วงก่อนหน้าที่จะมีกรอบประมาณ 1-2 บาท และยังมีแนวโน้มความผันผวนต่อเนื่อง

ซึ่งจะเป็นส่วนที่กระทบต่อผู้ประกอบการส่งออก-นำเข้าที่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านการใช้เครื่องมือทางด้านความเสี่ยง และการบริหารความเสี่ยงด้านอื่นๆ

ความผันผวนเป็นเรื่องที่ผู้ส่งออก-นำเข้าเป็นห่วงเพราะมีกรอบความผันผวนที่กว้างขึ้น อย่างช่วงเดือนเมษายนวันที่มีการประกาศภาษีตอบโต้ เงินบาทอ่อนค่าไปแตะที่ 35 บาท และกลับไปแข็งค่าที่ 32.40 ในวันที่ประกาศเลื่อนภาษีภายในเดือนเดียว

“ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงซึ่งมีหลากหลายวิธี ทั้งการซื้อประกันความเสี่ยง หรือการใช้เงินภูมิภาคในการซื้อขายสินค้า เป็นต้น โดยมองกรอบเงินที่เหมาะสมสำหรับผู้ส่งออก-นำเข้าในช่วงนี้ที่ประมาณ 32-33 บาท”

ทั้งนี้ ทิศทางดอกเบี้ยคาดการณ์คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 2 ครั้งและ 0.25% สู่ระดับ 1.25%ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง และอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ

นายแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ Head of Financial Markets Function และ Head of Private Banking Relationship Management ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภายใต้บทบาทพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทางการเงิน ให้กับลูกค้าธุรกิจ นักลงทุนสถาบันและลูกค้ารายย่อย SCB Financial Markets นำเสนอ 5 ผลิตภัณฑ์และบริการหลัก ประกอบด้วย

-ธุรกิจอัตราแลกเปลี่ยน (FX) และเครื่องมือบริหารความเสี่ยง อาทิ FX Forward และ FX Options ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของลูกค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยงด้านค่าเงินจากการค้าระหว่างประเทศ

-การขยายผลิตภัณฑ์ FX และคู่สกุลเงินใหม่ เพื่อรองรับสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ของประเทศปลายทาง สำหรับลูกค้าที่กำลังขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคและตลาดเกิดใหม่

-ช่องทางดิจิทัล อาทิ FX Online และ FX API ที่สามารถเชื่อมต่อธุรกรรม FX เข้ากับระบบ Treasury ของลูกค้าได้โดยตรง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ และ การซื้อขายพันธบัตรในตลาดรอง (Secondary Bond) ผ่านแอป SCB Easy เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนให้กับลูกค้ารายย่อย

-ผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบ Structured Notes ที่ออกแบบโดยอิงกับหลากหลายสินทรัพย์ อาทิ ค่าเงิน หุ้น และอัตราดอกเบี้ย เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันของลูกค้า

-บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-FCD) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสภาพคล่องและต้นทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

ซึ่งทั้ง 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ และเรามีแผนเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน (Currency Futures) ผ่านตลาด Thailand Futures Exchange (TFEX) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงให้กับลูกค้ารายย่อย รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

“การแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่ทันสมัย ปลอดภัย และครอบคลุมในทุกมิติของโลกการเงินยุคใหม่” นายแพท ทริก กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...