โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เล่าประเด็น BH กับสาเหตุที่หุ้นตก

Stock2morrow

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 00.05 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 00.05 น. • Stock2morrow
เล่าประเด็น BH กับสาเหตุที่หุ้นตก

เล่าประเด็น BH กับสาเหตุที่หุ้นตก เพราะกำลังเสียส่วนแบ่งการตลาดไปเรื่อยๆ

.

อีกหนึ่งหุ้นโรงพยาบาลที่เป็นดาวเด่นมากในอดีต น่าจะหนีไม่พ้น บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ที่ราคาหุ้นเคยแตะระดับ 260 บาทในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก่อนราคาหุ้นจะถอยลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียง 140 บาทต้นๆ เท่านั้น

เกิดอะไรขึ้นกับหุ้น BH?

ถ้าให้ตอบแบบเร็วๆ คือ ผลประกอบการของ BH ไตรมาสล่าสุดที่ไม่น่าประทับใจ

.

จุดที่น่าเป็นห่วง คือ ผู้ป่วยต่างชาติที่กำลังลดลงเรื่อยๆ

เพราะอย่างที่เรารู้ คือ BH มีฐานลูกค้าหลักๆ คือกลุ่มต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง เช่น กาตาร์ คูเวต

ในงบการเงินให้เหตุผลว่าเป็นเพราะอยู่ในช่วงเดือนรอมฏอน ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ลดลง แต่ถ้าเราไปดูแบบเจาะลึกจะพบว่า

- ลูกค้าจากกาตาร์ ที่เคยเป็นรายได้หลักกว่า 50% ของรายได้รวม พอมาไตรมาสนี้เหลือ 24%YoY เท่านั้น

- ลูกค้าจากคูเวต ที่เคยมีสัดส่วนรายได้ราวๆ 5% ตอนนี้ก็เหลือราวๆ 1% เท่านั้น

และถ้าเราไปดูคู่แข่งอย่าง BDMS และ PR9 พบว่าเพิ่มขึ้น และไม่ได้เพิ่มขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น แต่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากเลยทีเดียว

อย่าง BDMS รายงานว่ารายได้จากผู้ป่วยกาตาร์ เพิ่มขึ้น +56%YoY และ PR9 เพิ่มขึ้น 100%YoY

เอ้า… ทำไมเป็นแบบนั้น?

.

เลยย้อนกลับมาถามถึงสาเหตุที่นักลงทุนกังวล ไม่ใช่แค่เรื่องผลประกอบการอย่างเดียว

แต่เป็นเรื่องของผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ลดลง หรือพูดง่ายๆ คือ BH กำลังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดไปเรื่อยๆ ให้กับคู่แข่ง

คำถาม คือ ผู้ป่วยกาตาร์หายไปไหน ลูกค้าต่างชาติของ BH หายไปไหน?

สาเหตุที่พอจะเป็นไปได้ น่าจะมาจาก 2 สาเหตุด้วยกัน คือ

1. ราคาน้ำมันโลกอ่อนตัว

ประเทศในตะวันออกกลาง พึ่งพารายได้จากน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก พอราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 15% ส่งผลให้รัฐบาลเข้มงวดมากขึ้นกับงบประมาณด้านสาธารณสุข และหันไปมองโรงพยาบาลที่มีต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งนำไปสู่เหตุผลข้อที่ 2 คือ

2. ต้นทุนการรักษาที่สูงขึ้นของ BH

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ค่ารักษาพยาบาลของ BH สูงขึ้นราวๆ 15%

ในปี 2565 ปรับเพิ่มขึ้น +6.6%

ในปี 2566 ปรับเพิ่มขึ้น +4%

ในปี 2567 ปรับเพิ่มขึ้นอีก +4% ซึ่ง BH ให้เหตุผลว่าสะท้อนต้นทุนเงินเฟ้อ ยกระดับการรักษาและการบริการ

แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำให้ BH มีค่ารักษาที่แพงมากขึ้น พอราคาน้ำมันอ่อนตัวก็ทำให้ภาครัฐของตะวันออกกลางหันไปมองทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า และคำตอบก็ดันไปออกที่ BDMS และ PR9

.

แต่ใช่ว่า BH จะไม่รู้ตัว พวกเขารับรู้ และพยายามหันไปพึ่งพาลูกค้าต่างประเทศจากที่อื่น เช่น เมียนมา

และตลาดเกิดใหม่อย่าง บังกลาเทศ อิรัก และซาอุดีอาระเบีย

แต่เมียนมา รายได้ไม่ค่อยคงที่ บางไตรมาสก็มา บางไตรมาสก็หาย ซึ่งความไม่ต่อเนื่องจะหวังพึ่งก็คงไม่ได้

และตลาดอย่างบังกลาเทศ อิรัก และซาอุดีอาระเบีย ก็ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ กว่าจะเริ่มเห็นรายได้เข้ามาแบบเป็นกอบเป็นกำ

.

จึงไม่แปลกใจที่บทวิเคราะห์หลายแห่งเริ่มทยอยปรับคำแนะนำและราคาเป้าหมายลงเรื่อยๆ

บางแห่งปรับจากซื้อเป็น "ถือ" ให้ราคาต่ำกว่า 200 เพราะมองว่ารายได้ไตรมาส 2 ปี 2568 ยังไม่ฟื้นตัว

บางแห่งก็หนักเลย ปรับจากซื้อ เป็นขาย ให้ราคาร้อยกลางๆ เพราะมองว่านี่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ BH กำลังสูญเสียลูกค้าให้คู่แข่ง

และถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปบ่งบอกว่ารายได้จะลดลงในอนาคต ขณะที่ต้นทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

.

ปัจจุบัน BH มี P/E อยู่ที่ 15 เท่า และ P/BV 4 เท่า ต่ำสุดในรอบหลายปี

แต่ด้วยการที่ตลาดหุ้นไทยช่วงหลายปีมานี้ซึมและหุ้นตกทุกวัน ทำให้หุ้นหลายๆ ตัวตกหนักและมี Valuation ที่ถูกกว่า

ทำให้ BH ไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ สำหรับนักลงทุน

ยิ่งปัญหาเชิงโครงสร้างที่สูญเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งเรื่อยๆ แบบนี้ นักลงทุนอาจจะไม่ได้ให้พรีเมียมต่อมูลค่าหุ้นมากเหมือนในอดีตอีกต่อไป

#Stock2morrow #สื่อสถาบันความรู้และสังคมของนักลงทุน #SET #BH #การลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...