เส้นทางการต่อสู้ 'ชนเผ่าพื้นเมือง' ในระบอบ 'การศึกษาไทย'
VoiceTV
อัพเดต 23 ก.พ. 2565 เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 06.53 น. • พิชิตศักดิ์ แก่นนาคำประเทศไทยถือเป็นดินแดน ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น 'กะเหรี่ยง' หรือ 'ชนเผ่ามานิ' ซึ่งพวกเขาต่างผูกผันกับป่า และคุ้นชินกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันหลายพื้นที่หลายเผ่าพันธุ์ ยังมีอุปสรรคในการเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตอยู่ เนื่องจากแหล่งพักอาศัยตั้งอยู่ในดินแดนห่างไกลการบริการ
เหล่านี้ที่เกิดขึ้นกลายเป็นแรงผลักให้ ‘บิว ศรีธารโต’ หนึ่งในคนรุ่นใหม่ของกลุ่มชาติพันธุ์ ที่วาดหวังอาชีพในฝัน เพื่อนำสิ่งที่เรียนรู้มาประยุกต์และดูแลคนในชุมชนมานิ
‘บิว ศรีธารโต’ คือเมล็ดพันธุ์ใหม่ บนเทือกเขาบรรทัด ‘บุตรสาวแห่งชนเผ่ามานิ’ จังหวัดสตูล ผู้เติบโตมากับอารยธรรมของคนในป่าใหญ่
ชื่อของเธอเป็นที่รู้จัก เมื่อเรื่องราวถูกแชร์ผ่านโลกออนไลน์ หลังสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์ และวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ด้วยผลการเรียนเกรดเฉลี่ย 3.08 โดยมีผู้คนเข้ามาแสดงความยินดีและป้อนคำชื่นชมผ่านตัวอักษรเป็นจำนวนมาก
- ทายาทชนเผ่ามานิ
นอกจากความสำเร็จที่รอวันพิสูจน์ในรั้วมหาวิทยาลัย‘วอยซ์’ ได้ชวนเธอมาเปิดใจ เพื่อกะเทาะความฝัน เปลือยเรื่องราวชีวิตในแวดล้อมของสังคมเมือง
ปัจจุบัน ‘บิว ศรีธารโต’ ศึกษาที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล ถือเป็นบ้านอีกหลัง เมื่อก้าวย่างออกจากชุมชนบ้านเกิด
เธอเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ บิวเป็นพี่คนโตและมีน้องอีก 3 คน ฐานะที่บ้านค่อนข้างยากจน โดยพ่อและแม่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป เป็นอีกแรงผลักให้เธอไฝ่เรียนรู้ และเดินตามความฝัน
เธอเล่าว่าด้วยค่านิยมการปลูกฝังความเชื่อ เสมือนตำนานชนเผ่ามานิ กลายเป็นกำแพงให้หลายครอบครัวไม่อนุญาตให้เด็กเข้าถึงระบบการศึกษา เนื่องจากความกังวลเมื่อเด็กต้องห่างไกล จากการดูแลของพ่อแม่ จะก่อเกิดความสัมพันธ์ที่ไกลห่าง
“แต่ครอบครัวฉันอนุญาตให้มาเรียนตั้งแต่อนุบาล เพื่อให้อยู่กับคนอื่นในสังคมที่แตกต่างจากพวกเราได้”
แน่นอนว่าตลอดระยะเวลาการเข้าสู่สังคมเมื่อ 11 ปีที่แล้ว จวบจนปัจุบัน ร่องรอยระหว่างทางย่อมถูกบันทึกเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดดูแคลนความต่าง ผลักให้เป็นคนนอกในห้องเรียน แต่หาใช่อุปสรรคที่เธอต้องสยบยอมในสถานศึกษา
“เมื่อก่อนเคยมีเพื่อนล้อ เป็นคนป่าหัวหยิก ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ตอนนั้นก็น้อยใจ ทำให้ไม่กล้าอยู่กับคนอื่น มีความรู้สึกกลัว แต่หลังจากผ่านไป 11 ปี เพื่อนในโรงเรียนก็ให้การยอมรับมากขึ้น และปฏิบัติเท่าเทียมเหมือนกับคนทั่วไปในห้อง”
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นภูมิต้านทานที่ถูกสังเคราะห์จากคำเย้ยหยัน บิวได้พิสูจน์ด้วยผลงานและการเรียนที่อยู่ในเกณฑ์ดี เป็นอีกหนึ่งหัวกะทิของโรงเรียน
เพื่อบอกกล่าวให้คนรอบตัวรู้ว่าแม้เธอจะเป็น ‘คนมานิ’ ที่โดนดูถูกว่าเป็น ‘เงาะป่า-ซาไก’ จากคนเมือง แต่บิวกลับเมินเฉยคำพูดเหล่านั้น และยังภูมิใจกับอัตลักษณ์ที่เธอเป็น
“ถ้าเข้าไปใช้ชีวิตมหา’ลัย ฉันจะไม่สนคำพูดเหล่านั้น เพราะฉันภูมิใจกับสิ่งที่เป็น”
- อาชีพในฝันของบุตรสาวแห่งชนเผ่ามานิ
หลายชีวิตต้องสูญเสียไป เนื่องจากการเดินทางเข้าสู่เมือง เพื่อเข้ารักษาในโรงพยาบาลจังหวัด เป็นไปด้วยความยากลำบาก เธอจึงฉุกคิดว่าอาชีพเดียวที่จะช่วยชีวิตผู้คนได้คือ ‘พยาบาล’
“ฉันอยากเป็นพยาบาล เพราะมันเป็นความฝันตอนเด็ก ที่อยากดูแลครอบครัวและคนรอบข้าง”
‘บิว’ สำทับแรงบันดาลใจ และเล่าบรรยากาศกลางหุบเขาจากความทรงจำ ซึ่งคนในชนเผ่า มักใช้สมุนไพรที่เป็นภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ รักษาอาการป่วยไข้ เพื่อประทังชีวิต
“ถ้าเรียนจบอยากจะใช้ความรู้ที่เรียนมา ประยุกต์ใช้กับองค์ความรู้ในชุมชน เพื่อรักษาคนในครอบครัว และชุมชนต่างๆ”
แม้ต้องสู้กับความคิดและขนบ ซึ่งเป็นอีกช่องว่างระหว่าง 'วิทยาศาสตร์' และ 'วิถีดั้งเดิม' แต่เธอยังเชื่อว่าการนำแพทย์แผนปัจจุบันไปใช้ในบ้านเกิด จะสามารถเปิดใจคนมานิ ให้หันมาใช้ควบคู่กับสมุนไพรในท้องถิ่นได้