โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

แผ่นดินไหวกระทบท่องเที่ยวระยะสั้นวูบ ชะลอเดินทาง เอกชนจี้รัฐเร่งฟื้นความเชื่อมั่น ลุ้นสงกรานต์จะกลับมา

BTimes

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 04.20 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้นเกี่ยวกับผลกระทบของเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมียนมาที่สะเทือนถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่า ระยะสั้น มีผลกระทบรุนแรง ระยะเวลา 10-14 วัน สูญเสียนักท่องเที่ยว 10-15% จำนวน 1.2-1.5 แสนคน ผลกระทบทางเศรษฐกิจ 5,000-6000 ล้านบาท

ส่วนในระยะกลาง มีผลกระทบ 2-16 สัปดาห์ สูญเสียนักท่องเที่ยวในไตรมาส 2 รวม 3-4 แสนคน มูลค่า 1.2-1.6 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวที่หายไปส่วนใหญ่เป็น Short Haul จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เวียดนาม ที่วางแผนเดินทางมา กทม. และภาคเหนือ

กลุ่ม Long Haul ที่นิยมท่องเที่ยว ภูเก็ต สมุย กระบี พังงา พัทยา และหัวหิน ยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวจะกลับมา 90-95% ในช่วงสงกรานต์ และกลับมาปกติในไตรมาส 3

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยถึงสถานการณ์การจองโรงแรมภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ช่วงวันที่ 29-30 มี.ค. 68 มีการยกเลิกการจองห้องพักทั่วประเทศทั้งหมด 1,100 Booking โดยมองว่าเป็นจำนวนที่ไม่มาก สะท้อนจากยอดจองห้องพักช่วงสงกรานต์ก่อนหน้าเกิดเหตุแผ่นดินไหวมีจำนวนไม่หวือหวามาตั้งแต่ต้น ซึ่งคาดว่ายอดจองห้องพักทั่วประเทศเดือนเม.ย. นี้ น่าจะใกล้เคียงกับเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา และใกล้เคียงกับเม.ย. 67 ที่ 65% โดยสะท้อนจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วคนอัดอั้นจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้คนอยากออกมาเที่ยว แต่มาปีนี้หรือเป็นปีที่ 3 หลังโควิด-19 จะเริ่มสะท้อนภาพเศรษฐกิจ และเริ่มเห็นตัวเลขที่แท้จริง

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั่วโลก และดีที่สุดต้องให้คนไทยออกมาเที่ยว โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ต้องรีบออกมา รีบใช้ หรือว่าถ้า 1 ล้านสิทธิ์ไม่เพียงพอ จะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านสิทธิ์ก็ได้ ขอให้ออกมากระตุ้น และประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่าเที่ยวไทยปลอดภัย

ทั้งนี้ เข้าใจว่าหลักเกณฑ์ของโครงการฯ ทุกอย่างผ่านหมดแล้ว ติดอยู่ที่วิธีจอง วิธีชำระเงิน หรือแพลตฟอร์ม ซึ่งตนเสนอไปว่า ไม่อยากใช้เว็บไซต์จองโรงแรมออนไลน์ (Online travel agencies: OTAs) เพราะการที่มีตัวกลาง จะเป็นการเพิ่มต้นทุนภาครัฐ และในอดีตโครงการลักษณะนี้ไม่ได้มีตัวกลาง

ส่วนโรงแรมนอกระบบ จำนวนทั้งประเทศคาดว่าน่าจะมากกว่าโรงแรมในระบบถึง 4-5 เท่า โดยปัจจุบันโรงแรมที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ที่ออกโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีทั้งหมด 16,000 โรงแรม แต่ใน OTAs มีผู้ประกอบการโรงแรมถึง 70,000-80,000 แห่ง

ทั้งนี้ การที่รัฐอยากดึงโรงแรมนอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบนั้น จำเป็นต้องรู้สาเหตุที่แท้จริงก่อนว่า ทำไมโรงแรมเหล่านั้นถึงไม่ยอมเข้าระบบ โดยมองว่าหลัก ๆ มาจาก 2 เหตุผล คือ ผ่านกฎเกณฑ์ทุกอย่าง แต่ไม่ยอมเสียภาษี ค่าธรรมเนียม ซึ่งในส่วนนี้มองว่าปัจจุบันน่าจะมีจำนวนน้อยลง และคำจำกัดความของพ.ร.บ.โรงแรม คือโรงแรมขายรายวันได้เท่านั้น ซึ่งกฎหมายควบคุมอาคารก่อนหน้าที่จะจดใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม คือโรงแรมเป็นอาคารเพื่อสาธารณะ จึงเป็นอาคารควบคุม ทั้งทางหนีไฟ การดับเพลิง เป็นต้น ดังนั้น ต้องนำอาคารไปเปลี่ยนการใช้ หรือถ้าสร้างใหม่ต้องสร้างตามเกณฑ์ของโรงแรม และเมื่อได้ใบอนุญาตแล้วจึงจะมาจดใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ซึ่งมองว่าโรงแรมนอกระบบน่าจะมีเหตุผลนี้เป็นหลัก

"กฎหมายไม่ได้ห้ามเข้าระบบ และไม่เคยกำหนดขนาดของโรงแรม ขั้นต่ำสุดคือโรงแรมประเภท 1 ไม่เกิน 50 ห้อง ดังนั้น โรงแรมนอกระบบที่ส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก ก็สามารถจดใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ประเด็นที่หลายคนเข้าไม่ได้เพราะดัดแปลงอาคารผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ มีกฎหมายที่อยู่เหนือกฎหมายควบคุมอาคาร คือผังเมือง และกฎกระทรวงสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ถ้าภาครัฐอยากเชิญชวนให้โรงแรมนอกระบบเข้าระบบ ก็ต้องดู 2 ประเด็นนี้ด้วย ว่าชวนได้แค่ไหน หรือหย่อนได้แค่ไหน ซึ่งจะปลดล็อกไปได้เยอะ" นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...