โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เมษา พฤษภา 2553 เจาะ 'เลือดไพร่' 300,000 CC กดดัน รัฐบาล อภิสิทธิ์ ยุบสภา

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 02.08 น.

ยุทธการ แดงเดือด

เมษา พฤษภา 2553

เจาะ ‘เลือดไพร่’ 300,000 CC

กดดัน รัฐบาล อภิสิทธิ์ ยุบสภา

มองไปทางด้าน “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” การเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2553 มีความสำคัญเป็นอย่างสูง หากพิจารณาจาก “มติชน” บันทึกประเทศไทย ปี 2553 ก็จะสัมผัสได้ในกระบวนการ

1 คือ เวทีปราศรัยที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนิน มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมมากกว่า 100,000 คน

แม้จะพบกับการสกัดขัดขวางจากทุกเครือข่ายของ “รัฐบาล”

ขณะเดียวกัน 1 การเคลื่อนไหวนั้นส่งผลให้ทางรัฐบาลต้องส่ง นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าเจรจรกับแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

เป็นการส่งตัวแทนระดับเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเข้าไปเจรจาขณะที่ด้านหนึ่ง ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ทหารวางรั้วลวดหนามรอบทำเนียบรัฐบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลยืนรักษาความสงบเรียบร้อยรอบทำเนียบรัฐบาล

เพื่อป้องกัน “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” ซึ่งอยู่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศอาจบุกไปปักหลักที่ทำเนียบรัฐบาล

การเคลื่อนไหวในวันที่ 13 มีนาคม 2553 จึงสำคัญ

วันที่ 15 มีนาคม เป้าหมายของ “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” มิใช่ทำเนียบรัฐบาล หากแต่ได้เคลื่อนขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ อันเป็นสถานที่ตั้งกองบัญชาการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อรอฟังคำตอบ

เป็นคำตอบที่ นปช.แดงทั้งแผ่นดินเรียกร้องให้ “ยุบสภา”

วันเดียวกันนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงยืนยันว่าจะไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง

นั่นก็คือ ไม่ยุบสภา

ภาพที่เห็นก็คือ ภาพของ “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” เคลื่อนขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และภาพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมกับ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นายปณิธาน วัฒนายากร นั่งเฮลิคอปเตอร์รุ่นแบล็กฮอว์กออกจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

ภายใต้เหตุผลเพื่อตรวจสภาพการจราจรในกรุงเทพมหานคร

มีความจำเป็นต้องติดตามบทบาทและการเคลื่อนไหวของ “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” และพรรคเพื่อไทยอันเป็นพันธมิตรในแนวร่วมอย่างเป็นพิเศษว่าจะยกระดับการเคลื่อนไหวและกดดันรัฐบาลอย่างไร

โดยเป้าหมายยังอยู่ที่ข้อเรียกร้องในเรื่อง “ยุบสภา” อย่างเป็นด้านหลัก

ย้อนไปดู “19-19 ภาพชีวิตและการต่อสู้ของ ‘คนเสื้อแดง’ จาก 19 กันยา 49 ถึง 19 พฤษภา 53” ในวันที่ 15 มีนาคม 2553 เห็นภาพประชาชนออกมาต้อนรับให้กำลังใจคนเสื้อแดง

ขณะเคลื่อนขบวนผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

แล้วก็เห็นภาพถนนด้านหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการของรัฐบาล เต็มไปด้วยคนเสื้อแดงที่เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องให้ นายอภิ สิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา

จากนั้นก็เป็นภาพคนเสื้อแดงซึ่งอยู่ในที่ชุมนุมบนถนนราชดำเนินคอยต้อนรับจับไม้จับมือให้กำลังใจเพื่อนๆ ที่เดินทางกลับจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

แม้ว่าข้อเรียกร้องจะไม่บรรลุผล แต่ทุกคนรู้ว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

วันที่ 16 มีนาคม 2553 คนเสื้อแดงเข้าแถวรอเจาะ “เลือดไพร่” ยาวเหยียดตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศไปจนเกือบถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เห็นภาพชายเสื้อแดงวัยกลางคนแสดงสีหน้าหวาดเสียวขณะเจาะเลือด

แม้จะกลัวเข็มมากเพียงใดก็ตาม แต่เขาก็ยืนยันที่จะนำเลือดแห่งความคับแค้นออกมาเพื่อไปเทร่วมกับเสื้อแดงคนอื่นๆ

ในตอนเย็นคนเสื้อแดงก็เคลื่อนขบวน

จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศนำ “เลือดไพร่” ไปบนถนนราชดำเนินเพื่อไปเทที่ทำเนียบรัฐบาล

เห็นภาพ พราหมณ์ศักดิ์ระพี พรหมชาติ ทำพิธีกรรมเทเลือดหน้าทำเนียบรัฐบาล หลังจากเสร็จภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลในตอนค่ำคนเสื้อแดงได้นำ “เลือดไพร่” ไปเทที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์

“เลือดไพร่” กำลังกลายเป็น “สัญลักษณ์” แห่งการต่อสู้ เคลื่อนไหว

หากศึกษาผ่าน “มติชน” บันทึกประเทศไทย ปี 2553 อย่างประสานกับ “ภาพชีวิตและการต่อสู้ของคนเสื้อแดง” อันตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ “ฟ้าเดียวกัน” ก็จะสัมผัสได้ในการเคลื่อนไหวอย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น

ไม่เพียงแต่จากรัฐบาลอันมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นตัวชูโรง หากแต่ยังเป็น “ความนัย” อันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายใน “คนเสื้อแดง”

แน่นอน ในวันที่ 15 มีนาคม 2553 เราได้ยินคำประกาศของ “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” ขีดเส้นตายอีกครั้งให้รัฐบาลยุบสภาภายในวันที่ 15 มีนาคม โดยในวันเดียวกันนี้คนเสื้อแดงกว่า 40,000 ได้เคลื่อนขบวนไปชุมนุมปิดล้อมกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

กระทั่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมกับคณะต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีภายใต้ข้ออ้างเพื่อดูสภาพการจราจร

ความน่าสนใจอยู่ที่ปรากฏการณ์ในวันที่ 16 มีนาคม

ด้านหนึ่ง นปช.แดงทั้งแผ่นดินเปิดยุทธการ “เจาะเลือดไพร่” รวบรวมได้ 3 แสนซีซีใส่แกลลอนแล้วนำไปเทที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลและหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นในวันที่ 17 มีนาคม ก็ไปเทที่หน้าบ้านนายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง “มติชน” บันทึกประเทศไทย ระบุว่า

ในกลุ่มแกนนำก็เกิดการแตกแยกขึ้นโดยแกนนำหลักประกาศตัดขาด นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) แกนนำ “กลุ่มสยามแดง” กับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

“เนื่องจากวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน”

วันที่ 20 มีนาคม ม็อบเสื้อแดงขบวนยาวเหยียดเคลื่อนทัพไปตามถนนสายต่างๆ ทำให้รถติดกันทั่วเมือง

ช่วงเย็น ส.ส.แกนนำพรรคเพื่อไทยบางส่วนขึ้นเวทีปราศรัย

เมื่อติดตามจากภาพที่นำมาประกอบก็จะเห็น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยขึ้นกล่าวคำปราศรัยเป็นวันแรก หลังออกจากโรงพยาบาล

อีก 2 วันต่อมา นปช.แดงทั้งแผ่นดินยื่นข้อเสนอ 5 ข้อ

1 ให้ยุบสภาทันที 2 ยืนยันไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ นอกเหนือจากนี้ 3 ยินดีให้มีการเจรจา 4 เมื่อยุบสภาแล้วทุกฝ่ายต้องสลายตัวทันที 5 ให้จัดการเลือกตั้งที่สุจริต และยุติธรรม

ความน่าสนใจอยู่ที่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นปช.ยื่นข้อเสนอ 5 ข้อ ในวันที่ 23 มีนาคม ที่ประชุม ครม.ย้ายการประชุมจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ไปที่กระทรวงสาธารณสุข

หลังการประชุมเลิกเพียงครึ่งชั่วโมงก็ถูกยิงถล่มด้วยระเบิดเอ็ม 79

สายตาจึงไม่เพียงแต่จะมองไปยัง 1 นปช.แดงทั้งแผ่นดิน หากยังมองไปยัง 1 รัฐบาล และโดยเฉพาะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร

เมื่อ นปช.แดงทั้งแผ่นดินมีข้อเสนอในเรื่อง “การเจรจา”

การย้ายที่ประชุม ครม.จากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ไปยังกระทรวงสาธารณสุขสะท้อนอะไร

ยิ่งเมื่อมีการถล่มด้วยระเบิดเอ็ม 79 ยิ่งเป็นคำถาม

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมษา พฤษภา 2553 เจาะ ‘เลือดไพร่’ 300,000 CC กดดัน รัฐบาล อภิสิทธิ์ ยุบสภา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...