โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมาคมชาวนาฯ ยื่น 3 ข้อเสนอ แก้ปัญหาด่วน ชดเชยห้ามเผา-ราคาข้าวตกต่ำ

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ก.พ. 2568 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 09.28 น. • The Bangkok Insight

สมาคมชาวนาฯ ยื่น 3 ข้อเสนอ แก้ปัญหาด่วน ชดเชยห้ามเผา-ราคาข้าวตกต่ำ เรียกร้องจ่ายตรง ลดขั้นตอน ลดทุจริต

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการสมาคมฯ ได้มีการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่ากาากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อเร็วๆ นี้ และอนุกรรมการด้านการตลาดได้แจ้งว่าจะการประชุมในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลาช่วงบ่าย ซึ่งสมาคมชาวนาฯ หวังว่าจะได้ความชัดเจนในแนวทางวิธีการช่วยเหลือชาวนา

นายปราโมทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เกษตรกรได้ออกมาเรียกร้องเรื่องขอให้ชดเชย กรณีของการห้ามเผาฟาง เพราะทำให้เกิดต้นทุนการจัดการนาที่สูงขึ้นไร่ละประมาณ 500 บาท และเรื่องของราคาข้าวตกต่ำ ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าทางภาครัฐให้ความสำคัญน้อย จึงทำให้ชาวนาเคว้งคว้าง และได้มีการรวมตัวของชาวนาเพื่อเดินทางไปร้องเรียนตามศาลากลางจังหวัดต่างๆ และมีบางส่วนได้ทำการปิดถนน ซึ่งเรื่องนี้สมาคมชาวนาก็ไม่เห็นด้วยและก็ไม่สบายใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

สมาคมชาวนาฯ

ยื่น 3 ข้อ ช่วยเหลือชาวนา

สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ได้ออกมายื่นข้อเสนอ และข้อแนะนำในการช่วยเหลือเกษตรกรใน 3 เรื่องหลัก ดังนี้

1.การชดเชยในการห้ามเผาฟางไร่ละ 500 บาท ตามพื้นที่เพาะปลูกจริง ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร

2.การช่วยเหลือในเรื่องราคาตกต่ำไร่ละ 500 บาท จ่ายตามพื้นที่ๆ เพาะปลูกจริงตามที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร

3.เรื่องของปัจจัยการผลิตราคาแพง เช่น ปุ๋ย ยา และเรื่อง พัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีผลผลิตที่สูงกว่าปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยทำให้ต้นทุนชาวนาลดลง ตอบโจทย์ทั้งชาวนาและตลาด

ทั้งนี้ ข้าวนาปรัง ชุดใหญ่จะเริ่มเก็บเกี่ยวปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน 2568 มีพื้นที่เพาะปลูกรวมประมาณ 10 ล้านไร่ ทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน บริเวณลุ่มเจ้าพระยา ภาคอีสานและภาคเหนือรวมกัน

ส่วนประเด็นชาวนาในจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ออกมาร้องขอรับการ เยียวยาเพื่อให้ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่รับน้ำ ที่ช่วงเวลาน้ำหลากจำเป็นต้องป้องกันน้ำท่วมจึงทำให้ชาวนาเสียโอกาสในการทำนาเป็นเวลาสามถึงสี่เดือน และประเด็นอื่นๆในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด

จ่ายตรง ลดขั้นตอน ลดทุจริต

นายกสมาคมชาวนาฯ มองว่า การช่วยเหลือต้องเป็นการจ่ายเงินตรงให้กับพี่น้องชาวนา ทำให้ชาวนาได้เงินอย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนการบริหารจัดการ ลดการเกิดการสูญเสีย โดยไม่ให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น และไม่เป็นการบิดเบือนราคาตลาด เนื่องจากเป็นข้าวนาปรัง การจ่ายตรงให้ชาวนาเป็นการดีที่สุด เพราะหากเทียบกับการจำนำใบประทวน ที่จะต้องมีการบริหารจัดการและมีค่าใช้จ่ายที่สูง เวลาขายรัฐก็ขาดทุนมาก และเสี่ยงต่อการทุจริต ทำให้เงินถึงมือชาวนาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

และส่วนจำนำยุ้งฉางของเกษตรกรเพื่อชะลอการขายก็ไม่เหมาะที่จะใช้กับข้าวนาปรัง และการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกในขณะนี้ สูงกว่าตลาดตันละ 100-200 บาท ก็ไม่สามารถช่วยเหลือความเดือดร้อนของชาวนาได้ ซึ่งภาครัฐควรมีแผนในระยะยาว เรื่องพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องปัจจัยการผลิต และเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าว รวมถึงการแก้ไขปัญหาการไม่เผาฟางในระยะยาว

จึงขอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาชาวนาอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นคงจะห้ามชาวนาที่จะออกมาร้องเรียนกันไม่ไหว และหากมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาแทรกแซงจะยิ่งเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...