โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สมศักดิ์’ เร่งเครื่องระบบสุขภาพดิจิทัล โชว์ผลสำเร็จ 6 โครงการ AI ทางการแพทย์

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 01.45 น. • The Bangkok Insight

"สมศักดิ์" เร่งเดินหน้าสู่ระบบสุขภาพดิจิทัล เผยโปรเจกต์พัฒนา AI ทางการแพทย์รวม 26 โครงการ พัฒนาสำเร็จนำไปใช้แล้ว 6 โครงการ คาดปีนี้พัฒนาสำเร็จอีก 11 โครงการ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายขับเคลื่อนสู่ ระบบสุขภาพดิจิทัล ยกระดับคุณภาพการบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ในการคัดกรองและวินิจฉัยโรคเบื้องต้น

ระบบสุขภาพดิจิทัล

ทั้งนี้ หนึ่งในแนวทางดำเนินการคือการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ ซึ่งล่าสุด ได้รับรายงานจาก นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ว่า มีการนำ AI มาใช้พัฒนาทางการแพทย์และสาธารณสุขรวม 26 โครงการ ในจำนวนนี้ พัฒนาสำเร็จแล้ว 6 โครงการ ในปีงบประมาณ 2568 จะพัฒนาเสร็จอีก 11 โครงการ และอยู่ในแผนพัฒนา 9 โครงการ

6 โครงการที่พัฒนาสำเร็จแล้ว

1. เครื่องมือตรวจจับภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (AI Retina) โดยกรมการแพทย์ ซึ่งพบว่ามีความไวและความจำเพาะในการตรวจวินิจฉัยภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตามากกว่า 95% ใช้งานในโรงพยาบาลแล้วมากกว่า 130 แห่ง และคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานไปแล้วกว่า 2.1 หมื่นราย

2. เครื่องมือคัดกรองฟันผุจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายช่องปาก โดยกรมอนามัย เป็นแอปพลิเคชันชื่อรักยิ้ม สามารถถ่ายภาพช่องปากเพื่อประมวลผล แปลผล และให้คำแนะนำด้านทันตกรรมได้ ตรวจจับฟันผุได้แม่นยำ 84.5% มีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันแล้ว 3,500 ราย และเปิดให้หน่วยงานอื่นใช้งานระบบได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สมศักดิ์ เทพสุทิน

3. หมอแผนไทยอัจฉริยะ (Panthai AI Doctor & Chatbot) โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สามารถตรวจวินิจฉัยด้านแผนไทยเบื้องต้น 5 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคโลหิตระดูสตรี, ท้องอืดท้องเฟ้อ, ไข้หวัด, ระบบกล้ามเนื้อ และกระดูก และผื่นแพ้คัน รวมถึงตอบคำถามสุขภาพและวิเคราะห์ข่าวปลอมด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร

4. แพลตฟอร์มข้อมูลภาพถ่ายทางการแพทย์และเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (Imaging Hub) โดยสำนักสุขภาพดิจิทัล เป็นระบบฐานข้อมูลภาพถ่ายทางการแพทย์ขนาดใหญ่ทั่วประเทศ มากกว่า 5 แสนรายการ และจะขยายฐานข้อมูลภาพเพิ่มอีก 1-3 ล้านภาพ ภายในปีนี้ โดยมี AI วิเคราะห์ภาพถ่ายเอกซเรย์ทรวงอก และรองรับเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ภาพทางเอกซเรย์อื่นๆ ด้วย

5. เครื่องมือแจ้งเตือนการระบาดและเหตุภัยพิบัติ (DDC.alert) โดยกรมควบคุมโรค แสดงภาพแผนที่การระบาดของโรคและภัยพิบัติ แจ้งเตือนและพยากรณ์การระบาดของโรค เช่น โควิด 19 ช่วยแจ้งเตือนภัยพิบัติ เช่น อุทกภัย โดยมีหน่วยงานสาธารณสุขใช้งานแล้ว 1,151 หน่วยงาน แจ้งเตือนเหตุการณ์สำคัญ 3,137 เหตุการณ์

6. เครื่องมือประเมินความเสี่ยงซึมเศร้า(AI Depression + DMIND) โดยความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรมสุขภาพจิต ให้บริการประเมินด้วย AI และต่อยอดกลุ่มเสี่ยงสู่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 สามารถประเมินความรุนแรงของผู้รับบริการ ช่วยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงระดับรุนแรงและปานกลางเข้ารับบริการได้เร็ว มีผู้ได้รับการประเมินแล้วมากกว่า 1 แสนราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...