TTB เผย Q1/68 กำไร 5.09 พันลบ.ลดลง 5.2% รายได้ดอกเบี้ยลดลง-บริหารความเสี่ยงรับมือความไม่แน่นอน
TTB เผย Q1/68 กำไร 5.09 พันลบ.ลดลง 5.2% รายได้ดอกเบี้ยลดลง-บริหารความเสี่ยงรับมือความไม่แน่นอน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 เม.ย. 68 13:19 น.
TTB เผย Q1/68 กำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท ลดลง 5.2% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง พร้อมเดินหน้าบริหารความเสี่ยงรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB สรุปผลการดำเนินงาน ไตรมาสที่ 1/68 มีกำไรสุทธิ 5,096.01 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,374.13 ล้านบาท ลดลง 5.2% YoY
ในไตรมาส 1/68 ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงร้อยละ 5.2 จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ซึ่งเทียบเป็นอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE อยู่ที่ร้อยละ 8.6 ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาส 4/2567 ที่ร้อยละ 8.4 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับร้อยละ 9.4 จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน
ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 13,219 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) การลดลงส่วนใหญ่เป็นผลจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลงหลังจากการปรับลดของดอกเบี้ยนโยบายและกลยุทธ์การเติบโตสินเชื่ออย่างระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี การบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดีช่วยลดผลกระทบดังกล่าว ในด้านของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงจากทั้งต้นทุนเงินฝากและต้นทุนของเงินกู้ยืม ตามดอกเบี้ยที่ปรับตัวลงและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ด้านเงินฝากและการบริหารจัดการหนี้สินและเงินกู้ยืมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน YoY ลดลงร้อยละ 8.2 ตามแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายขาลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงความต้องการในตลาดรถยนต์ที่ชะลอตัว ในขณะที่ผลตอบแทนจากเงินลงทุนปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารจัดการพอร์ตเงินลงทุนเชิงรุก
ทั้งนี้ ธนาคารยังคงควบคุมต้นทุนทางการเงินได้ดีจากการปรับโครงสร้างเงินฝาก รวมถึงสัดส่วนหนี้สินและเงินกู้ยืม เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ YoY
ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ร้อยละ 3.19 ลดลง 6 bps จากร้อยละ 3.25 ในไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 9 bpsจากร้อยละ 3.28 ในไตรมาส 1/2567 เป็นตามที่ธนาคารคาดไว้ว่า NIM จะอยู่ในระดับสูงสุดในปี 2567 ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับตัวลดลงตามวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงในปีนี้
อย่างไรก็ดี เนื่องจากสัดส่วนสินเชื่อส่วนใหญ่ของธนาคารเป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed-rate loan) ประกอบกับแนวทางการปรับโครงสร้างสินเชื่อไปสู่สินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น จึงช่วยลดผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนสินเชื่อจากการปรับลดดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเร็วกว่าคาด ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงควบคุมต้นทุนทางการเงินได้ดีเป็นผลจากระดับเงินฝากที่ลดลงตามแผนบริหารสินทรัพย์และหนี้สินเพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตด้านสินเชื่อ รวมไปถึงบริหารจัดการพอร์ตหนี้สินและเงินกู้ยืมอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การลดลง YoY มีสาเหตุหลักมาจากสภาวะดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 1/2567 ซึ่งโดยรวมอยู่ในระดับที่สูงกว่า จึงส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินเชื่ออยู่ในระดับที่สูงกว่าในไตรมาสนี้ด้านต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ธนาคารควบคุมได้ดีและลดลง YoY นอกจากนี้ด้วยการบริหารจัดการพอร์เงินลงทุนเชิงรุกในช่วงที่อัตราผลตอบแทนในตลาดมีความผันผวน ส่งผลให้ผลตอบแทนจากพอร์ตเงินลงทุนเพิ่มสูงขึ้น
มีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจำนวน 3,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และร้อยละ 1.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ดี รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิยังคงลดลง
มีค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยเป็นจำนวน 7,097 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.0 QoQ ปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับอาคารและอุปกรณ์ ค่าจ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน YoY ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 5.6 YoY ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับอาคารและอุปกรณ์ ค่าจ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการขายและทางการตลาด
ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองฯมีจำนวนทั้งสิ้น 4,580 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.4 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2567 และร้อยละ 10.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ 152 bps
ทั้งนี้ การลดลงมีปัจจัยหลักมาจากคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่ควบคุมได้และความเข้มงวดในการบริหารจัดการความเสี่ยง ดังนั้น หากพิจารณาต้นทุนความเสี่ยงจากการดำเนินงานปกติ(Normal provision) จะอยู่ที่ 3,626 ล้านบาทซึ่งลดลงร้อยละ 11 จากไตรมาส 4/2567 และร้อยละ 20 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเทียบเท่าอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ 120 bps
การลดลงมีสาเหตุหลักจากอัตราการเกิดของหนี้เสียและผลขาดทุนจากรถยึดที่ลดลง รวมถึงผลจากการช่วยลูกค้าผ่านโครงการคุณสู้เราช่วย สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี
นอกจากนี้ ธนาคารยังคงเน้นย้ำความเข้มงวดในการบริหารจัดการความเสี่ยง ผ่านการตั้ง Management Overlay เพิ่มเติม เพื่อเสริมเกราะป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในอนาคตและรักษาระดับอัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือ Coverage ratio ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 150 ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568
การปรับลดอย่างต่อเนื่องของค่าใช้จ่ายด้านอาคารและพนักงาน เป็นผลของแนวทางในการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจสู่รูปแบบ Digital-first ที่เป็นไปได้ตามแผน รวมไปถึงการบริหารจัดการสาขาและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ธนาคารยังคงค านึงถึงคุณภาพของการบริการรวมถึงประสบการณ์ของลูกค้าโดยไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการลดลงของจำนวนสาขา
เรียบเรียง โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ อนุมัติ โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
ดูข่าวต้นฉบับ