สตง.ยังไม่เข็ดลุยต่อสร้างตึกใหม่ ย่อขนาดไม่ใหญ่เท่าเดิม ตั้งอยู่ใกล้จุดเก่า ใช้งบที่เหลือสร้างต่อ
“รองผู้ว่าฯ สตง.” แจง “กมธ.ติดตามงบฯ สภาฯ” ลงลึกข้อมูล ยัน ไม่ใช่ปูนเพิ่งเซ็ตตัวเพราะสร้างมา4 ปี แล้ว บริษัท.รับเหมาสร้างช้า ต้องขยายสัญญา 2 ครั้ง ไม่มีค่าปรับ ขอให้หน่วยงานรัฐอื่น ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ชี้ สตง. ไม่ตรวจสอบตัวเอง ตามหลักสากล เผย เดินหน้าสร้างอาคารสำนักงานใหม่ แต่ปรับแบบ ไม่เอาแล้ว ตึกสูง ไม่ทับที่เดิม ยังเชื่อว่า เหล็กและปูนได้มาตรฐาน
ต่อมาเวลา 13.30 น. ภายหลังนายสุทธิพงษ์ บุญนิธ รองผู้ว่าสตง.ชี้แจงต่อกมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระฯเสร็จแล้ว ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ อีกคณะถึงกรณีตึกสตง.แห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง เกิดเหตุถล่มระหว่างเกิดแผ่นดินไหว โดยนายสุทธิพงษ์ ชี้แจงต่อกมธ.ว่า อาคารสตง.ลงนามสัญญาก่อสร้าง
23ก.ย.2563 ปรับแก้ไขสัญญา 9ครั้ง งบก่อสร้าง 2,136ล้านบาท มีระยะเวลาก่อสร้าง 3ปี เริ่มส่งมอบพื้นที่ 1ม.ค.2564 ต้องเสร็จตามสัญญาวันที่ 31ธ.ค.2566 แต่มีการขอขยายเวลา 2ครั้ง เนื่องจากสถานการณ์โควิดและการปรับแก้สัญญา โดยขยายไปถึงวันที่ 14มิ.ย.2568 มีการจ่ายเงินไปแล้ว 22งวด วงเงิน 966ล้านบาท แต่กลับก่อสร้างได้แค่ 33% ทั้งที่ควรได้งาน 86.77% ล่าสุดวันที่ 15 ม.ค.2568 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจึงบอกเลิกสัญญา อยู่ระหว่างเสนอผู้มีอำนาจดำเนินการ หลังเกิดเหตุการณ์ตึกถล่มสตง.ไม่นิ่งเฉย เข้าไปบริเวณตึกถล่มทุกวัน แต่หากสตง.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตัวเอง สตง.ก็จะไม่ผิด จึงต้องให้คนนอกตั้งคณะกรรมการสอบ จะได้รู้ว่าใครต้องรับผิดชอบ
นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า ส่วนงานก่อสร้างต้องเดินหน้าต่อ แต่จะทำตึกสูงเหมือนเดิมไม่ได้ โดยเช่าที่รถไฟบริเวณด้านหน้าเพิ่มอีก 4 ไร่ แก้แบบให้เป็นแบบแนวราบ กว้าง 50ตารางวา ยาว 100ตารางวา ทุกอย่างไม่ต้องทันสมัย แอร์ติดผนังธรรมดา งบประมาณก่อสร้างไม่ถึง 2,000ล้านบาท จะไม่สร้างทับบริเวณที่ตึกถล่ม จะขยับมาข้างหน้า ใช้งบประมาณที่เหลือก่อสร้างต่อ ขณะที่เรื่องเหล็กนั้น ยืนยันได้มาตรฐานมอก.หรือหากอยากตรวจสอบเรื่องปูน ก็ตรวจสอบได้ไม่ยากเพราะมีบริษัทที่ทำเกี่ยวกับปูน 2บริษัท การจะบอกว่าตึกเพิ่งเซ็ตตัวนั้น ไม่ใช่เพราะตึกตั้งสง่ามา 4ปีแล้ว