ทีดีอาร์ไอ ชง รัฐจริงจังปรับโครงสร้างพลังงาน ชี้ช่วยแก้ปัญหาระยะยาว
ทีดีอาร์ไอ ชง รัฐจริงจังปรับโครงสร้างพลังงาน ชี้ช่วยแก้ปัญหาระยะยาว
น.ส.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยถึงข้อเสนอโครงสร้างพลังงานไทย ว่า หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติปรับลดค่าไฟฟ้า งวดใหม่ (พฤษภาคม-สิงหาคม 2568) เหลือ 3.98 บาทต่อหน่วย จากเดิม 4.15 บาทต่อหน่วย โดยจะใช้วิธีนำเงินเรียกคืนของผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw Back) ถือเป็นมาตรการที่ไม่ใช่เกิดจากการปรับโครงสร้าง
น.ส.อารีพร กล่าวว่า ถ้ามองว่าภาครัฐใช้วิธีปรับลดค่าไฟฟ้าจากไหนบ้าง แนวทางที่พูดถึงกันบ่อยๆคือ แนวทางการยืดหนี้หรือภาระต้นทุนจากการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตหรือ กฟผ. แต่ปัจจุบันที่ภาครัฐไม่ได้เลือกใช้วิธีนี้ในการปรับลดค่าไฟฟ้าเนื่องจาก หนี้ของกฟผ. ก็ค่อนข้างสูงและอาจจะกระทบต่อสภาพคล่องถ้าเกิดมีการยืดชำระหนี้ออกไป ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการนำวิธี Claw Back มาปรับใช้แทน แต่ก็ยังเป็นวิธีที่ก้ำกึ่ง เพราะปกติการใช้วิธี Claw Back จะเป็นการนำมาใช้ในช่วงเกิดวิกฤตจริงๆ เช่น ช่วงโรคโควิด-19
น.ส.อารีพร กล่าวว่า ประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในช่วงใกล้วิกฤต แต่ภาพรวมก็ยังสามารถเก็บกระสุนวิธีนี้ได้อีกหน่อยขึ้นหน่อย เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดวิกฤตประเทศมากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อว่าการที่รัฐใช้วิธีนี้ในการปรับลดค่าไฟก็คงมีเหตุผลในตัวเช่นกัน และต่อไปรัฐจะสามารถปรับลดค่าไฟฟ้าถูกลงกว่า 3.98 บาทได้หรือไม่นั้น ตนเองกำลังรอติดตามอยู่ว่า 3 มาตรการ ทั้งเรื่องของการลดค่า Adder และFIT ตลอดจน การปรับค่าความพร้อมจ่าย รวมไปถึง การดำเนินงานของของศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า ว่าจะมีการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังรอความชัดเจนว่าภาครัฐจะวางแผนออกมาได้แบบไหนบ้าง เพราะ 3 มาตรการ คือ การปรับโครงสร้างที่แท้จริง
น.ส.อารีพร กล่าวว่า หากทำได้จะช่วยลดต้นทุนของระบบการผลิตไฟฟ้าได้ค่อนข้างมาก แต่จะสามารถช่วยลดมากน้อยแค่ไหน มีข้อหนึ่งคือ ประเทศไทยยังใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งก๊าซที่ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงคือ แอลเอ็นจีนำเข้า ซึ่งต่อไปข้างหน้าในช่วงเวลานั้นไม่รู้ว่าแอลเอ็นจีราคาจะเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าเราจะปรับโครงสร้างจริง ปรับต้นทุน แต่ถ้าราคาแอลเอ็นจีสูง ก็อาจจะทำให้ค่าไฟฟ้าไม่ได้ลดมากก็เป็นได้
น.ส.อารีพร กล่าวว่า แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการปรับโครงสร้างได้ จะช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องราคาต้นทุนนำเข้านำเข้าแอลเอ็นจีได้ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะถ้าราคาแอลเอ็นจีสูงขึ้นและยังไม่มีการปรับโครงสร้างพลังงานในประเทศ ค่าไฟฟ้ายังไงก็สูงขึ้นแน่นอน แต่การปรับโครงสร้างคือสิ่งที่ควรจะทำดีกว่าปล่อยละเลยไว้ ซึ่งถ้าหากในอนาคต ราคาแอลเอ็นจีลดลง และรัฐมีการปรับโครงสร้าง ก็จะส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าถูกลง
น.ส.อารีพร กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องเร่งทำตอนนี้คือ การปรับโครงสร้าง เพราะจะเป็นการแก้ไขต้นตอของปัญหาจริงๆ และเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทีดีอาร์ไอ ชง รัฐจริงจังปรับโครงสร้างพลังงาน ชี้ช่วยแก้ปัญหาระยะยาว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th